top of page

การรถไฟฯกับการนำเทคโนโลยีสร้างความสะดวกผู้ใช้บริการ บนบริบท”พหุสังคม”


“สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ต้นแบบสถานีอัจฉริยะแห่งแรกในไทยและอาเซียน เป็นสถานีอัจฉริยะที่มีบริการหุ่นยนต์ต้อนรับ รถเข็นอัจฉริยะ และระบบรักษาความปลอดภัยด้วยปัญญาประดิษฐ์.....”




วันนี้ ต้องยอมรับกันว่าจะองค์กรเล็ก องค์กรใหญ่ จะเป็นรัฐ หรือองค์กรเอกชน ล้วนต่างมุ่งเน้นนำเทคโนโลยี ต่อยอดสร้างความสะดวกสบาย และบริการที่แสนประทับใจ ..!!!


การรถไฟแห่งประเทศไทยเอง ที่มีผู้ใช้บริการที่หลากหลาย ทั้งในมิติกลุ่มอาชีพ มิติเชิงสังคม และรวมทั้งมิติความต้องการที่แตกต่างกัน จึงเป็นโจทย์สำคัญในการคิดค้นเครื่องมือ และบริการ เพื่อตอบสนองความต้องการที่เกิดขึ้นอย่างตรงใจ

โดยแนวคิดการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อสร้างความสะดวกสบายให้กับผู้มาใช้บริการถือเป็นอีกหนึ่งพันธะกิจของการรถไฟแห่งประเทศไทย กระทรวงคมนาคม ที่ผ่านมาขอยกตัวอย่างเพื่อให้ทุกท่านได้สัมผัส

-การเปิดตัวสถานีอัจฉริยะ 5G (5G Smart Station) สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ต้นแบบสถานีอัจฉริยะแห่งแรกในไทยและอาเซียน ดึงเทคโนโลยี 5G ยกระดับการให้บริการประชาชน

“การพัฒนาสถานีอัจฉริยะ 5G ขึ้น ให้มีบริการหุ่นยนต์ต้อนรับ รถเข็นอัจฉริยะ และระบบรักษาความปลอดภัยด้วยปัญญาประดิษฐ์.....”

ถือเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างสำคัญ ในการนำเทคโนโนโลยีต่อยอดความสะดวกสบายให้กับประชาชน

กว่าจะเป็น....สถานีอัจฉริยะ 5G

โดยในครั้งนั้น คณะกรรมการขับเคลื่อน 5G แห่งชาติ คณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ คณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และการรถไฟแห่งประเทศไทย ได้ร่วมกันเปิดตัวต้นแบบสถานีอัจฉริยะ 5G (5G Smart Station) แห่งแรกในไทยและอาเซียน ณ สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ โดยนำเทคโนโลยี 5G มาใช้ยกระดับบริการล้ำสมัยเพื่อให้บริการประชาชน ซึ่งได้รับการผลักดันจากคณะกรรมการขับเคลื่อน 5G แห่งชาติ และได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อเป็นตัวอย่างนำร่องการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี 5G ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อคนไทยและประเทศไทย โดยมี พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานเปิดตัวโครงการฯ


สถานีอัจฉริยะ 5G ณ สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ เป็นความภาคภูมิใจของคนไทยทุกคนอย่างแท้จริง เพราะไม่เพียงเป็นศูนย์กลางการคมนาคมของประเทศ แต่ยังเป็นสถานีอัจฉริยะ 5G แห่งแรกของอาเซียนที่ทันสมัยและประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม โดยบริการภาครัฐนี้เป็นผลจากความร่วมมืออย่างดีเยี่ยมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะเป็นการยกระดับคุณภาพการให้บริการและความปลอดภัยในสถานีด้วยเทคโนโลยี 5G ที่สำคัญพื้นที่นี้ประชาชนทุกคนและทุกกลุ่มจะสามารถเข้ามาสัมผัสประสบการณ์การใช้งานเทคโนโลยี 5G ได้โดยตรง อย่างสะดวก ง่าย ทั่วถึง และเท่าเทียมอย่างแท้จริง” พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี


“กระทรวงคมนาคม มุ่งพัฒนาสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ให้เป็นศูนย์กลางการคมนาคมเทียบเท่าสถานีรถไฟชั้นนำของโลก และเป็นแกนกลางการเดินทางสู่มหานครครอบคลุมทุกบริการ “ระบบราง” เชื่อมต่อทุกรูปแบบการเดินทาง ทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ เน้นการให้บริการประชาชนในการเดินทางไปยังทุกจุดหมายด้วยความสะดวกสบาย รวดเร็ว และปลอดภัย พร้อมกันนี้ ยังเล็งเห็นศักยภาพของเทคโนโลยี 5G ที่จะช่วยยกระดับการบริการประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการส่งเสริมการนำเทคโนโลยี 5G มาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศไทย จึงได้ร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) ในการพัฒนาสถานีอัจฉริยะ 5G ขึ้น ให้มีบริการหุ่นยนต์ต้อนรับ รถเข็นอัจฉริยะ และระบบรักษาความปลอดภัยด้วยปัญญาประดิษฐ์.....” นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม


สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์

ต้นแบบสถานีอัจฉริยะแห่งแรกในไทยและอาเซียน

ว่ากันว่า การเปิดตัวสถานีอัจฉริยะ 5G (5G Smart Station) สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ต้นแบบสถานีอัจฉริยะแห่งแรกในไทยและอาเซียน ดึงเทคโนโลยี 5G ยกระดับการให้บริการประชาชน

“กองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม มีพันธกิจในการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมตามนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รวมถึง สดช. มีแผนปฏิบัติการว่าด้วยการส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี 5G โดยการนำร่อง 5G Smart Station ณ สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ถือเป็นโครงการสำคัญโครงการหนึ่งในแผนปฏิบัติการดังกล่าว อีกทั้ง สดช. เล็งเห็นถึงศักยภาพของศูนย์กลางการคมนาคมของประเทศไทยอย่าง “สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์” ที่จะเป็นสถานีที่มีผู้คนสัญจรรายวันจำนวนมาก เราจึงได้ผนึกกำลังกับการรถไฟฯ ผู้เป็นเจ้าของพื้นที่ที่ให้ความร่วมเป็นอย่างดี

ตั้งแต่เริ่มต้นในการคิดรูปแบบบริการที่จะให้บริการแก่ประชาชน จนถึงพัฒนาบริการเหล่านั้นให้สามารถให้บริการประชาชนได้จริง ที่สำคัญสถานีอัจฉริยะ 5G ยังจะเป็นพื้นที่สำคัญในการเป็นแหล่งเรียนรู้ ซึ่งหากมีภาคส่วนใดที่สนใจ สามารถทดลองใช้งานและนำไปสู่การต่อยอดการใช้ประโยชน์ด้วยเทคโนโลยีอื่น ๆ บนโครงข่าย 5G ให้เหมาะสมกับรูปแบบการดำเนินงานของตน หรือนำไปสู่การทำซ้ำได้ต่อไปในอนาคตอีกด้วย…”คำบอกเล่าของนายภุชพงค์ โนดไธสง เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เมื่อครั้งเปิดตัวสถานีอัจฉริยะ 5G

และเพื่อให้ทุกท่านได้สัมผัสถึงความเป็นสถานีอัจฉริยะ ของสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ต้นแบบสถานีอัจฉริยะแห่งแรกในไทยและอาเซียน

นายเอกรัช ศรีอาระยันพงษ์ ผู้อำนวยการศูนย์ประชาสัมพันธ์ การรถไฟแห่งประเทศไทย

เล่าว่า เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2566 ที่ผ่านมา คณะกรรมการบูรณาการกู้ชีพฉุกเฉินและความปลอดภัยทางถนน วุฒิสภา และหน่วยงานภาคีเครือข่ายได้ประชุมร่วมกับการรถไฟฯ เพื่อบูรณาการด้านความปลอดภัยร่วมกัน ในการเตรียมความพร้อมรองรับการเกิดอุบัติเหตุฉุกเฉิน ลดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน โดยมีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ประธานกรรมการบูรณาการกู้ชีพฉุกเฉินและความปลอดภัยทางถนน วุฒิสภา เป็นประธานในการประชุม พร้อมด้วยสมาชิกวุฒิสภา ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน โดยมีผู้บริหารการรถไฟฯ ให้การต้อนรับ และแนะนำการสาธิตรับชมระบบกู้ชีพฉุกเฉินและการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับกรณีเกิดการเจ็บป่วยฉุกเฉินภายในสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์

การรถไฟฯ มีมาตรการเตรียมความพร้อมในการรองรับผู้โดยสารกรณีที่เจ็บป่วยฉุกเฉิน โดยจัดให้มีห้องปฐมพยาบาล พร้อมเจ้าหน้าที่พยาบาลวิชาชีพประจำสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ เพื่อให้การช่วยเหลือผู้โดยสาร กรณีเกิดอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วยฉุกเฉิน ขณะเดียวกันได้จัดมาตรการรักษาความปลอดภัย ติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ในพื้นที่มากกว่า 1,100 ตัว พร้อมเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งครอบคลุมทั้งภายในและภายนอกสถานี รวมถึงยังมีหุ่นยนต์ต้อนรับ รถเข็นอัจฉริยะ และระบบรักษาความปลอดภัยด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ยกระดับคุณภาพการให้บริการและความปลอดภัยขั้นสูงในสถานีด้วยเทคโนโลยี 5G สามารถตรวจจับความไม่ปลอดภัยที่อาจเกิดขึ้นกับผู้โดยสารและแจ้งเตือนไปยังเจ้าหน้าที่ เพื่อให้ความช่วยเหลือได้ทันท่วงที

“นอกจากนี้มีการติดตั้งเครื่องกระตุ้นหัวใจไฟฟ้า (AED) ที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ และสถานีอื่นๆ รวมทั้งบนขบวนรถ เพื่อให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ผู้โดยสารที่มีภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน สามารถช่วยเหลือผู้ป่วยได้ในกรณีฉุกเฉินอย่างทันท่วงที ซึ่งจะช่วยลดอัตราการสูญเสียชีวิตลงได้”


อีกหนึ่งบริการออนไลน์ “D-Ticket”

เพิ่มโอกาสการสำรองที่นั่งได้อย่างสะดวกและทั่วถึง

โดยการรถไฟฯ ได้นำระบบเทคโนโลยีสมัยใหม่ มาอำนวยความสะดวกในการจำหน่ายตั๋วและสำรองที่นั่งผ่านช่องทางออนไลน์แก่ผู้โดยสาร ทั้งเว็บไซต์ D-Ticket (https://dticket.railway.co.th) และแอปพลิเคชัน D-Ticket (ระบบ Android และ IOS) ซึ่งสามารถจองตั๋วโดยสารล่วงหน้าได้สูงสุด 30 วัน เพิ่มเติมจากการซื้อตั๋วโดยสารปกติ ที่สามารถซื้อได้ผ่านศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ โทร 1690 และที่สถานีรถไฟทุกแห่ง



อย่างไรก็ตาม การนำระบบใหม่ๆ มาใช้ ย่อมประสบปัญหาบ้างเป็นธรรมดา เช่นเดียวกับD-Ticket ซึ่งพบปัญหา

“มีผู้สำรองที่นั่งผ่านช่องทางออนไลน์ และไม่นำรหัสการจองตั๋วมาชำระเงินภายในระยะเวลาที่กำหนดจำนวนมาก จนส่งผลให้ผู้โดยสารผู้อื่นขาดโอกาส และไม่สามารถเข้าถึงสิทธิ์การสำรองที่นั่งในช่วงระยะเวลาดังกล่าวได้ ดังนั้น เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อผู้โดยสารในการสำรองที่นั่ง และเป็นการกระจายโอกาสในการซื้อตั๋วโดยสารแก่ทุกคนอย่างทั่วถึง ดังนั้น ตั้งแต่วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2566 เป็นต้นมา การรถไฟฯ จึงขอแจ้งปรับวิธีการชำระเงิน สำหรับผู้โดยสารที่จองตั๋วหรือสำรองที่นั่งผ่านทางเว็บไซต์ D-Ticket และแอปพลิเคชัน D-Ticket โดยจะต้องชำระเงินด้วยบัตรเครดิต หรือบัตรเดบิตเท่านั้น เพื่อเปิดให้ผู้โดยสารหรือผู้ที่มีความจำเป็นในการเดินทางได้มีโอกาสจองตั๋วหรือสำรองที่นั่งในวันดังกล่าวได้…” นายเอกรัช ศรีอาระยันพงษ์ ผู้อำนวยการศูนย์ประชาสัมพันธ์ การรถไฟแห่งประเทศไทยบอกเล่า

ผู้อำนวยการศูนย์ประชาสัมพันธ์ ยังย้ำว่า สำหรับผู้โดยสารที่ไม่มีความประสงค์ ใช้บัตรเครดิต หรือบัตรเดบิต ซื้อตั๋วโดยสาร หรือสำรองที่นั่งผ่านระบบออนไลน์ ยังสามารถเลือกซื้อตั๋วโดยสารหรือสำรองที่นั่ง ได้ที่สถานีรถไฟ หรือผ่านทางโทรศัพท์สายด่วน 1690 ได้อยู่ โดยเลือกชำระเงิน ได้ทั้งรูปแบบเงินสด หรือระบบทรูมันนี่ รวมถึงบัตรเครดิต/เดบิต ได้ทุกสถานีทั่วประเทศ


การรถไฟแห่งประเทศไทย ร่วมกับ ทรูมันนี่

พัฒนาการเดินทางสู่สังคมไร้เงินสด เปิดให้จ่ายค่าตั๋วรถไฟด้วย ทรูมันนี่ วอลเล็ท

และอีกหนึ่งบริการ เพื่อเพิ่มความสะดวกแก่ผู้เดินทางยุคใหม่!!!

การรถไฟแห่งประเทศไทย ร่วมกับ ทรูมันนี่ พัฒนาการเดินทางสู่สังคมไร้เงินสด เพิ่มทางเลือก การซื้อตั๋วโดยสารครบวงจร บริการชำระค่าตั๋วโดยสาร ผ่านการสแกนจ่ายด้วยแอปพลิเคชันทรูมันนี่ วอลเล็ท ที่ช่องจำหน่ายตั๋วทุกสถานีทั่วประเทศไทย เพิ่มความสะดวก และเป็นทางเลือกใหม่ให้กับผู้ใช้บริการ รองรับสังคมไร้เงินสด พร้อมให้บริการแล้ววันนี้

โดยนายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ให้ข้อมูลถึงการนำระบบการชำระเงินด้วยทรูมันนี่ วอลเล็ท ผ่านเครื่องสแกนคิวอาร์โค๊ด เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพการรับชำระค่าตั๋วรถไฟ เพื่ออำนวยความสะดวก รวดเร็ว และเป็นทางเลือกใหม่ให้กับผู้ใช้บริการ รองรับสังคมไร้เงินสด โดยในช่วงที่ผ่านมา การรถไฟฯ ได้ร่วมกับ บริษัท ทรูมันนี่ จำกัด ดำเนินการติดตั้งเครื่องรับบัตรอัตโนมัติ เพื่อรองรับการชำระค่าตั๋วโดยสารด้วยระบบ Mobile Payment นับว่าเป็นก้าวสำคัญของสังคมรถไฟยุคใหม่ ไม่ใช้เงินสด กับการรับชำระค่าตั๋วรถไฟโดยสแกนผ่าน แอพพลิเคชัน ทรูมันนี่ วอลเล็ท บนสมาร์ทโฟน พร้อมใช้งาน 439 สถานี จำนวน 580 เครื่อง เช่น สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ สถานีกรุงเทพ เชียงใหม่ อุบลราชธานี หนองคาย ชุมทางหาดใหญ่ ชุมพร เป็นต้น เพื่อรองรับการใช้บริการของประชาชนที่มาใช้บริการให้ครอบคลุมและทั่วถึง โดยผู้ใช้บริการสามารถดาวน์โหลดระบบการจ่ายค่าตั๋วรถไฟด้วย ทรูมันนี่ วอลเล็ท ได้ทั้ง Play Store และ App Store รองรับการใช้งานได้ถึง 4 ภาษา ทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษ พม่า และกัมพูชา พร้อมให้บริการแล้ววันนี้

นายนิรุฒฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า การรถไฟฯ มีโครงการระบบขนส่งทางรางที่จะแล้วเสร็จในอนาคต ทั้งรถไฟรางคู่ รวมไปถึงโครงการรถไฟความเร็วสูง ซึ่งเป็นรถไฟที่มีความทันสมัยมากขึ้น ในปัจจุบันผู้โดยสารส่วนใหญ่ยังคงนิยมชำระค่าตั๋วรถไฟด้วยเงินสดกว่าร้อยละ 92 มีเพียง ร้อยละ 6 เท่านั้นที่ชำระด้วยบัตรเครดิต ดังนั้น รูปแบบของรถไฟที่ทันสมัยและพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เริ่มคุ้นชินกับการชำระเงินด้วย QR Code จึงมีโอกาสขยายตัวเพิ่มขึ้น เพราะเป็นบริการที่ตอบรับไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภค

สำหรับการเปิดให้บริการซื้อตั๋วรถไฟผ่านแอปพลิเคชั่น TrueMoney Wallet ซึ่งเป็นการเชื่อมต่อ

e-Wallet เข้ากับการซื้อตั๋วเดินทางในครั้งนี้ จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้คนไทยสามารถเข้าถึงการเดินทางได้สะดวกยิ่งขึ้น ...!!!!

สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์บริการข้อมูลลูกค้าสัมพันธ์ โทร 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือเว็บไซต์ www.railway.co.th หรือ เฟซบุ๊กแฟนเพจ ทีมพีอาร์การรถไฟแห่งประเทศไทย

Comments


ดาวน์โหลด (1).png

เพื่อให้ทุกท่านสามารถติดตามประเด็นวิเคราะห์เจาะลึกผ่านทาง CLOSE-UP THAILAND เชิญเพิ่มเพื่อนทางไลน์ @closeupthailand

bottom of page