top of page

ชัชชาติเตือนผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์บนทางเท้า นำร่องติดตั้งกล้องวงจรปิด พร้อมเคร่งครัดมาตรการเสียค่าปรับ


ณ ศูนย์ระบบเทคโนโลยีจราจรกรุงเทพมหานคร ชั้น 2 ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) เขตพระนคร : นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พล.ต.อ.อดิศร์ งามจิตรสุขศรี ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และนายสิทธิชัย อรัณยกานนท์ ผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แถลงข่าว “ยกระดับคุณภาพกล้องวงจรปิดป้องปรามขับขี่บนทางเท้า” พร้อมทั้งเยี่ยมชมการเชื่อมโยงสัญญาณภาพจากศูนย์ระบบเทคโนโลยีจราจรกรุงเทพมหานคร (ห้อง CCTV) เพื่อรับชมระบบ AI ตรวจจับการเคลื่อนไหวและแจ้งเตือนแบบอัตโนมัติของผู้กระทำผิดจากการฝ่าฝืนขับขี่บนทางเท้า



สายขึ้นฟุตบาท ระวังโดนจับ ! กทม. ติดตั้ง AI จับรถขึ้นฟุตบาทนำร่อง 5 จุด

นายสิทธิชัย อรัณยกานนท์ ผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยภายหลังนำสื่อมวลชนเยี่ยมชมการใช้เทคโนโลยี AI ร่วมกับระบบกล้อง CCTV บริเวณปากซอยรัชดาภิเษก 36 (ซอยเสือใหญ่อุทิศ) ว่า ขณะนี้ได้มีการนำเทคโนโลยี AI มาใช้ร่วมกับระบบกล้อง CCTV เบื้องต้นทดลองติดตั้ง 5 จุด ประกอบด้วย 1.ปากซอยรัชดาภิเษก 36 (ซอยเสือใหญ่อุทิศ) เขตจตุจักร 2.โรงเรียนนิเวศน์วารินทร์ เขตบางเขน 3.ปากซอยเพชรเกษม 28 เขตภาษีเจริญ 4.ถนนเทพารักษ์ เขตบางเขน และ5. ปากซอยเพชรบุรี 9 เขตราชเทวี โดยมีเป้าหมายติดตั้งให้ครบ 100 จุดทั่วกรุงเทพฯ

“สำหรับจุดที่เรายืนอยู่มีผู้กระทำความผิด ขับขี่ย้อนศรเป็นจำนวนค่อนข้างมากในช่วงที่ได้มีการทดลองติดตั้งกล้อง ซึ่งในระบบก็มีการแยกกระทำความผิด อาทิ ประชาชนทั่วไป ไรเดอร์ของบริษัทต่างๆ รวมถึงวินมอเตอร์ไซค์ โดยเส้นนี้ส่วนใหญ่จะเป็นประชาชนทั่วไปทำการฝ่าฝืน สำหรับขั้นตอนการทำงานของ AI ได้มีการปลั๊กอินไปกับกล้องที่อยู่บริเวณรอบๆ ซึ่งสามารถตรวจจับป้ายทะเบียนรถได้ จะเชื่อมต่อไปที่ส่วนกลาง และส่งมาที่ฝ่ายเทศกิจเพื่อออกใบตักเตือนภายใน 15 วันและหากไม่มาจ่ายค่าปรับแล้วจะส่งภายในอีก 15 วัน รวม 30 วัน” นายสิทธิชัย กล่าว


นายเอกวรัญญู อัมระปาล ผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและโฆษกของกรุงเทพมหานคร กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับในกรณีของการชำระค่าปรับ ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมีการทำ MOU กับกรมการขนส่งทางบกอยู่แล้ว หากภายใน 30 วันไม่มาชำระค่าปรับ จะส่งเรื่องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อประสานความร่วมมือกับกรมการขนส่งทางบก ในขณะที่การต่อทะเบียนปลายปี หากยังไม่ได้จ่ายค่าปรับเขาก็ต้องไปจ่ายค่าปรับก่อนที่จะมาต่อทะเบียน แต่ในอนาคต กทม. อาจจะมีการทำ MOU โดยตรงกับกรมการขนส่งทางบก เพื่อที่จะไม่ต้องส่งผ่านทางเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งส่วนนี้กำลังอยู่ระหว่างการเจรจาและจะพิจารณาดำเนินการต่อไป

Comments


ดาวน์โหลด (1).png

เพื่อให้ทุกท่านสามารถติดตามประเด็นวิเคราะห์เจาะลึกผ่านทาง CLOSE-UP THAILAND เชิญเพิ่มเพื่อนทางไลน์ @closeupthailand

bottom of page