S__5062658.jpg

นายกแจ้งข่าวประชุมสุดยอดอาเซียน-สหรัฐสมัยพิเศษ นำโมเดลเศรษฐกิจBCGโชว์บนเวทีประชุม12-13พค.นี้้



นายกรัฐมนตรีมีกำหนดเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน-สหรัฐฯ สมัยพิเศษ ณ กรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีกำหนดเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน-สหรัฐฯ สมัยพิเศษ ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12 - 13 พฤษภาคม 2565 ณ 0กรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา การประชุมสุดยอดฯ สมัยพิเศษดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 45 ปี ความสัมพันธ์อาเซียน-สหรัฐฯ และถือเป็นโอกาสให้ผู้นำอาเซียนและสหรัฐฯ ได้หารือแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นในประเด็นต่าง ๆ เพื่อกำหนดทิศทางความสัมพันธ์ระหว่างกันในอนาคต อาทิ การรับมือและฟื้นตัวจากโควิด-19 ความมั่นคง ด้านสาธารณสุข การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การพัฒนาอย่างยั่งยืน ความร่วมมือทางทะเล ห่วงโซ่อุปทาน โครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืน การพัฒนาทุนมนุษย์ และการเสริมสร้างความมั่นคงของมนุษย์ รวมถึงแลกเปลี่ยนความเห็นในประเด็นภูมิภาคและระหว่างประเทศที่สำคัญ โดยเน้นย้ำความเป็นแกนกลางของอาเซียน และการส่งเสริมบรรยากาศที่ดีและสร้างสรรค์ในภูมิภาคเพื่อสันติภาพ เสถียรภาพ และความมั่งคั่งยังยืนในภาพรวม

ความสัมพันธ์ระหว่างอาเซียน-สหรัฐฯ เริ่มต้นอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2520 และยกระดับเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ เมื่อปี 2558 โดยทั้งสองฝ่ายดำเนินความร่วมมือที่ครอบคลุม ๓ เสาของประชาคมอาเซียน ทั้งด้านการเมืองความมั่นคง เศรษฐกิจ และสังคมและวัฒนธรรม ซึ่งช่วยสนับสนุนการบูรณาการและการพัฒนาในภูมิภาคให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้นต่อไป



โดยในวันนี้นายกรัฐมนตรีแจ้งผ่่านเพจส่วนตัว ถึงพี่น้องประชาชนชาวไทย ใจความดังนี้


วันนี้ (11 พ.ค.65) ผมมีภารกิจสำคัญ ในการเดินทางไปเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน-สหรัฐฯ สมัยพิเศษ ระหว่างวันที่ 12-13 พ.ค. 65 ณ กรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 45 ปี ความสัมพันธ์อาเซียน-สหรัฐฯ ที่เริ่มต้นอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2520 และได้ยกระดับเป็น "หุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์" เมื่อปี 2558 โดยทั้งสองฝ่ายมีความร่วมมืออย่างครอบคลุมทั้ง 3 เสาของประชาคมอาเซียน ทั้งด้านการเมือง ความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม เพื่อสนับสนุนการบูรณาการและการพัฒนา ในภูมิภาคให้ก้าวหน้า ทั้งนี้สหรัฐฯ ถือเป็นคู่ค้าทางด้านเศรษฐกิจที่สำคัญเป็นอันดับ 2 และเป็นแหล่งเงินทุนอันดับ 1 ของอาเซียน ในขณะที่ความสำคัญของอาเซียนเอง ถือว่ามีขนาดเศรษฐกิจเป็นอันดับ 5 ของโลก โดยในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 สหรัฐฯ ได้ให้ความช่วยเหลือแก่ประเทศสมาชิกอาเซียน รวมเป็นเงินมากกว่า 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมทั้งบริจาควัคซีนให้แก่ประเทศในภูมิภาคกว่า 91 ล้านโดส


นอกจากกรอบการประชุมอาเซียน-สหรัฐฯ ดังกล่าวแล้ว การเยือนสหรัฐอเมริกาในครั้งนี้ ยังเป็นโอกาสสำคัญอีกอย่างน้อย 3 ประการ ได้แก่ 1. การพบหารือกับผู้นำและผู้แทนระดับสูงของสหรัฐฯ ทั้งประธานาธิบดีและผู้แทนระดับสูงอื่นๆ เพื่อผลักดันความร่วมมือการขับเคลื่อนการฟื้นฟู และการเติบโตอย่างยั่งยืนของภูมิภาค ตลอดจนขับเคลื่อนการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเอเปค 2022 ของไทย ที่นำเสนอโมเดลเศรษฐกิจ BCG ซึ่งสามารถทำอย่างต่อเนื่อง ช่วงวาระการเป็นเจ้าภาพของสหรัฐฯ ในปี 2023 อีกด้วย ซึ่งในข้อนี้เป็นวาระของเอเปค ในฐานะที่ไทยเป็นเจ้าภาพในปัจจุบัน


2. การพบปะสร้างความเชื่อมั่นกับภาคเอกชนสหรัฐฯ ถึงความพร้อมของไทย ในการเปลี่ยนผ่านไปสู่การฟื้นฟูเศรษฐกิจ โดยเราพร้อมเป็นหนึ่งในห่วงโซ่อุปทานที่เข้มแข็งกับภาคเอกชนสหรัฐฯ ทั้งเศรษฐกิจดิจิทัล การพัฒนาที่ยั่งยืน พลังงานสะอาด และยานยนต์ไฟฟ้า เป็นต้น ซึ่งในข้อนี้ เป็นวาระของประเทศไทยต่อเวทีโลก ในเรื่องขยายความสัมพันธ์ทางการค้า การลงทุน ในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ตามแผนยุทธศาสตร์ของไทย


3. และที่สำคัญคือ การที่ผมจะได้มีโอกาสย้ำต่อผู้นำประเทศชั้นนำของโลก ว่าประเทศไทยได้เข้าสู่การ "เปิดประเทศอย่างเต็มรูปแบบ" สำหรับทั้งการเดินทางมาท่องเที่ยว ติดต่อธุรกิจ ประชุม การแพทย์ หรืออื่นๆ ในแบบ Next Normal ที่ไทยเป็นต้นแบบระดับโลก จากความสำเร็จในการจัดการควบคุมสถานการณ์โควิดได้สำเร็จ ซึ่งหลังจากเราได้คลายล็อกระบบ "เทสต์แอนด์โก" ตั้งแต่ 1 พ.ค. 65 ที่ผ่านมา มีจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางหลั่งไหลเข้าประเทศไทยแล้ว มากกว่า 3 แสนคน ในช่วงสัปดาห์เดียว และคาดการณ์ว่าช่วงเดือน พ.ค.-ก.ย. 65 ก็จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติทยอยเดินทางเข้าประเทศอย่างต่อเนื่อง เพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่าเดือนละ 3 แสนคน ซึ่งเป็นไปได้ว่าช่วง High Season ปลายปีนี้ เดือน ต.ค.-ธ.ค. จะมีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก เดินทางมาเยือนบ้านเรา ประมาณไม่น้อยกว่าเดือนละ 1 ล้านคน

การมาเยือนสหรัฐอเมริกาในครั้งนี้ จึงมิได้มีนัยยะเพียงแค่การประชุมเท่านั้น แต่เป็นโอกาสสำคัญของประเทศไทย ในการเดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ฟื้นฟูประเทศไทยอย่างยั่งยืน ไปพร้อมกับอาเซียน และประชาคมโลก เป็นก้าวสำคัญของไทยในการที่จะก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในประเทศชั้นนำในยุคหลังโควิด-19 ซึ่งผมจะได้แถลงถึงความสำเร็จของการเดินทางในครั้งนี้ให้พี่น้องประชาชนทราบเมื่อกลับถึงประเทศไทยครับ

ดาวน์โหลด (1).png

เพื่อให้ทุกท่านสามารถติดตามประเด็นวิเคราะห์เจาะลึกผ่านทาง CLOSE-UP THAILAND เชิญเพิ่มเพื่อนทางไลน์ @closeupthailand