top of page

น้ำท่วมเหนือหลายจังหวัด "ธรรมนัส"เดินสายตามสถานการณ์-ด้านรฟท.เร่งกู้ขบวนรถไฟตกราง สั่งการเร่งซ่อม

สังคม

ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่รับฟังปัญหาและร่วมหาแนวทางแก้ไขปัญหาสถานการณ์น้ำ พร้อมทั้งแจกถุงยังชีพแก่พี่น้องประชาชนที่เดือดร้อนจากอุทกภัย ณ เทศบาลตำบลแม่ปุ อ.แม่พริก และบ้านต้นธง อ.เมือง จ.ลำปาง

สำหรับจังหวัดลำปาง มีพื้นที่ 7,833,726 ไร่ เป็นพื้นที่เกษตรกรรม 1,036,512 ไร่ หรือร้อยละ 13.23 พืชเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่ ข้าวนาปี ข้าวนาปรัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง สับปะรด ส้มเกลี้ยง และยางพารา ซึ่งในช่วง 27 - 30 ก.ย. 66 ที่ผ่านมา เกิดในตกหนัก น้ำล้นตลิ่งไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนและพื้นที่เกษตร จำนวน 8 อำเภอ 35 ตำบล 144 หมู่บ้าน ปัจจุบันมีการประการเขตภัยพิบัติ จำนวน 5 อำเภอ "สิ่งสำคัญที่ต้องกลับมาคิดคือการแปรรปรวนของสภาพภูมิอากาศ ที่ต้องเร่งหาแนวทางแก้ไขปัญหา ทั้งในเรื่องภัยแล้งและน้ำท่วม อย่างไรก็ตาม สำหรับสถานการณ์อุทกภัยในครั้งนี้ ได้มอบหมายกรมชลประทานจัดเตรียมเครื่องจักร-เครื่องมือ พร้อมเจ้าหน้าที่คอยให้ความช่วยเหลือราษฎรแต่ละพื้นที่ และบูรณาร่วมกับส่วนท้องถิ่น และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เข้าช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน พร้อมสั่งให้จัดทำแผนการดำเนินงานในแต่ละพื้นที่ และในภาพรวมของจังหวัด ตรงไหนที่สามารถเป็นพื้นที่กักเก็บน้ำได้ให้ดำเนินการทันที” ร้อยเอก ธรรมนัส กล่าว ทั้งนี้ ในปี 2567 กรมชลประทานมีแผนดำเนินการในการสร้างอ่างเก็บน้ำ จำนวน 2 แห่ง และแก้มลิ้ง 2 แห่ง เพื่อเก็บกักน้ำในพื้นที่ต้นน้ำและลุ่มน้ำสาขา อีกทั้งยังเป็นการช่วยเหลือทางด้านการเกษตรและบรรเทาอุทกภัย นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยังได้ลงพื้นที่เพื่อรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนและแจกถุงยังชีพ ณ อ่างเก็บน้ำแม่แย้ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.แพร่ และประตูระบายน้ำ หาดสะพานจันทร์ จ.สุโขทัย ด้วย

ด้านนายสุรพงษ์”พร้อมด้วยผู้ว่าการรถไฟฯ ลงพื้นที่ติดตามการกู้ขบวนรถไฟตกราง สั่งการเร่งซ่อมแซมทางรถไฟที่เสียหายช่วงสถานีแก่งหลวง - บ้านปิน อำเภอลอง จังหวัดแพร่ คาดจะซ่อมแล้วเสร็จพร้อมเปิดให้บริการเดินรถสายเหนือได้ตามปกติวันนี้ เวลา 18.00 น.พร้อมกำชับนายสถานีทุกพื้นที่ทุกจังหวัดทั่วประเทศติดตามสถานการณ์น้ำ และแก้ไขสถานการณ์อย่างเหมาะสม

วันนี้ 1 ตุลาคม 2566 เวลา 08.00 น. นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยนายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และผู้บริหารการรถไฟฯ เดินทางลงพื้นที่สถานีแก่งหลวง - บ้านปิน อำเภอลอง จังหวัดแพร่ เพื่อติดตามและให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ในการกู้ขบวนรถด่วนพิเศษที่ 13 สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ – เชียงใหม่ ที่เกิดตกราง และการดำเนินการซ่อมแซมทางรถไฟที่ชำรุดเสียหายจากเหตุน้ำท่วม เพื่อให้สามารถกลับมาเปิดให้บริการอย่างปกติโดยเร็ว ซึ่งคาดว่าจะกลับมาเปิดให้บริการขบวนรถสายเหนือ เป็นปกติได้อีกครั้งในช่วงเวลา 18.00 น. ของวันที่ 1 ตุลาคม 2566

โดยนายสุรพงษ์ กล่าวว่า การเดินทางลงพื้นที่ ครั้งนี้ ได้ดำเนินการตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่กำชับให้เร่งดูแลผู้โดยสารที่ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุน้ำท่วมและรถไฟตกราง โดยให้เร่งปรับปรุงทางรถไฟที่เสียหายให้กลับมาเปิดใช้เป็นปกติโดยเร็วที่สุด ซึ่งล่าสุดเจ้าหน้าที่ฝ่ายการช่างกล การรถไฟฯ ได้เร่งดำเนินอย่างต่อเนื่องในการยกรถที่ตกรางเพื่อไม่ให้กีดขวางการเดินรถ และฝ่ายการช่างโยธาได้เข้าดำเนินการเร่งปรับปรุงสภาพทางที่ได้รับความเสียหายเพื่อให้สามารถเปิดการเดินรถสายเหนือได้ภายในวันนี้ (1 ต.ค. 66) เวลา 18.00 น. พร้อมกันนี้ ยังได้กำชับให้การรถไฟฯ ดูแลผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบจากขบวนรถด่วนพิเศษที่ 13 ตกราง โดยให้จัดบริการอาหารและน้ำดื่ม พร้อมกับจัดรถบัสขนถ่ายผู้โดยสาร อำนวยความสะดวกในการเดินทางไปยังสถานีต่างๆ ให้เกิดความรวดเร็วและปลอดภัย ขณะเดียวกันยังได้ให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ พร้อมกำชับให้การรถไฟฯ ระดมสรรพกำลัง ทั้งอุปกรณ์เครื่องมือ และกำลังเจ้าหน้าที่ ในการซ่อมแซมทางที่ชำรุดให้เสร็จโดยเร็วที่สุด และหากเกิดปัญหาติดขัดอันใด ก็ขอให้รีบแจ้ง เพื่อให้สามารถดำเนินการสั่งการแก้ไขปัญหาได้โดยทันที

นอกจากนั้น ยังได้สั่งการให้การรถไฟฯ รายงานความคืบหน้าสถานการณ์ การกู้ขบวนรถไฟที่ตกรางอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการแก้ปัญหาการเดินทางให้ผู้โดยสารในขบวนรถที่ตกค้างทุกๆ 6 ชั่วโมง จนกว่าสถานการณ์จะกลับสู่สภาวะปกติ เพราะความเดือดร้อนของประชาชนเป็นเรื่องสำคัญที่รัฐบาลต้องเข้าไปดูแลตลอดจนให้มีการอัพเดทประชาสัมพันธ์ ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการเดินรถให้ประชาชนรับทราบ เพื่อให้วางแผนการเดินทางได้อย่างถูกต้อง ทั้งนี้ ยังได้สั่งการให้การรถไฟฯ เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ฝ่ายการช่างโยธา และนายสถานีทุกพื้นที่ทุกจังหวัดทั่วประเทศติดตามสถานการณ์น้ำและปริมาณฝนตกอย่างใกล้ชิด โดยให้เฝ้าระวังเพื่อประเมินและแก้ไขสถานการณ์อย่างเหมาะสม ตลอดจนให้จัดเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ มาตรการด้านความปลอดภัย อำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยในการเดินทางแก่ผู้โดยสารให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด

รวมถึงให้อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่ซื้อตั๋วโดยสารไว้ล่วงหน้าในเส้นทางที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม หากไม่ประสงค์เดินทางสามารถติดต่อขอคืนเงินค่าตั๋วโดยสารได้เต็มจำนวน ที่สถานีรถไฟทุกแห่งทั่วประเทศ หรือสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ หมายเลขโทรศัพท์ 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง

ดาวน์โหลด (1).png

เพื่อให้ทุกท่านสามารถติดตามประเด็นวิเคราะห์เจาะลึกผ่านทาง CLOSE-UP THAILAND เชิญเพิ่มเพื่อนทางไลน์ @closeupthailand

bottom of page