top of page

ปลัดมหาดไทยแถลงผลประชุม กสถ. เคาะมติรับรองยกเลิกบัญชีเดิม-ขึ้นบัญชีสอบท้องถิ่นใหม่ตามคะแนนจริง

  • 6 ส.ค.
  • ยาว 1 นาที

พร้อมแจง 97 ผู้สอบผ่านแต่คะแนนถูกเพิ่มยังไม่ตัดสิทธิ์ เหตุคะแนนดิบผ่านเกณฑ์ แต่หากพบเอี่ยวทุจริตจะดำเนินคดีถึงที่สุด และเดินหน้าฟันวินัย-อาญาเจ้าหน้าที่เอี่ยวทุจริตอย่างเด็ดขาด

.

วันที่ 5 ส.ค. 69 นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย แถลงผลการประชุมคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) โดยมี นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นายบุญประสงศ์ นวลสายย์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นายวันชัย จันทร์พร ประธานคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ร่วมการแถลงข่าวในครั้งนี้

.

นายอรรษิษฐ์ เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้มีมติรับรองการลงนามของนายวันชัย จันทร์พร ในการยกเลิกบัญชีผู้สอบแข่งขันได้เดิมและจัดทำประกาศขึ้นบัญชีใหม่ตามผลคะแนนที่เกิดขึ้นจริงจากการสอบ ซึ่งมีผู้สอบผ่านเกณฑ์มาตรฐานและมีคะแนนถูกต้องตามจริงจำนวนประมาณ 12,000 คน โดยในวันที่ 6 สิงหาคม จะมีการนำเรื่องดังกล่าวและแนวทางปฏิบัติเสนอต่อที่ประชุม ก.กลาง เพื่อพิจารณารับทราบและอนุมัติตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

.

นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า สำหรับในกรณีผู้เข้าสอบที่ถูกปรับเพิ่มคะแนนจนคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง มีผู้สอบผ่านแต่ได้รับการเพิ่มคะแนนรวมประมาณ 774 คน ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มผู้ที่ยังไม่ได้รับการบรรจุแต่งตั้งจำนวนประมาณ 400–500 คน กลุ่มนี้จะไม่ได้รับการขึ้นบัญชีใหม่ และอีกกลุ่มคือผู้ที่สอบผ่านเกณฑ์เดิมอยู่แล้ว แต่ได้รับการปรับเพิ่มคะแนนและได้รับการบรรจุแต่งตั้งเข้าทำงานไปแล้ว ซึ่งเมื่อตรวจเรียงลำดับตามคะแนนจริงจะเหลือผู้ที่ยังอยู่ในบัญชีจำนวน 97 คน ส่วนอีก 464 คนจะถูกเพิกถอนเพื่อไปรอตามลำดับคะแนนที่แท้จริง โดยตามหลักเกณฑ์ทางคณะกรรมการ จำต้องประกาศขึ้นบัญชีกลุ่ม 97 คนไว้ตามคะแนนจริงก่อนเพราะคะแนนดิบผ่านเกณฑ์ ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทยและเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการสอบสวนเชิงลึกถึงที่มาของการได้คะแนนเพิ่ม หากพบว่าตัวผู้สอบ พ่อแม่ หรือญาติพี่น้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับการจ่ายเงินซื้อขายคะแนน จะต้องถูกดำเนินคดีทางกฎหมายและรับโทษทั้งหมด

.

นายอรรษิษฐ์ กล่าวเน้นย้ำว่า ในกรณีของกลุ่มผู้เกี่ยวข้องกับการทุจริตที่มีจำนวนกว่า 100 คนตามที่ปรากฏในผลการสอบสวนของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีทุจริตการสอบท้องถิ่น ปี 2568 ซึ่งมีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานนั้น เป็นกลุ่มเจ้าหน้าที่รัฐและบุคลากรที่อยู่ในกระบวนการทุจริตการสอบ ไม่ใช่กลุ่มผู้เข้าสอบจำนวน 97 คนที่ได้รับการบรรจุแต่งตั้งไปแล้วแต่อย่างใด ซึ่งขณะนี้กระทรวงมหาดไทยได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงแก่ผู้เกี่ยวข้องแล้ว โดยเฉพาะข้าราชการกระทรวงมหาดไทย 5 รายที่มีการตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรงไปก่อนหน้านี้ หากผลการสอบสวนของคณะกรรมการที่มีอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เป็นประธาน สรุปผลว่าพยานหลักฐานเพียงพอ ก็จะเสนอเรื่องให้ อ.ก.พ. กระทรวงมหาดไทย พิจารณาลงโทษทางวินัยขั้นสูงสุด รวมถึงส่งเรื่องดำเนินคดีอาญาโดยไม่มีการละเว้น

.

“โดยในวันที่ 6 สิงหาคมนี้ ทางกระทรวงมหาดไทยเตรียมนำเสนอแนวทางปฏิบัติสำหรับกลุ่มข้าราชการที่ได้รับการบรรจุและปฏิบัติงานมาแล้วเกือบ 5 เดือน ซึ่งอยู่ระหว่างช่วงทดลองปฏิบัติราชการ ให้คงปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งและพื้นที่เดิมไปก่อน เนื่องจากมีความคุ้นเคยกับงานในท้องถิ่นนั้นๆ แล้ว ขณะเดียวกัน จะเปิดโอกาสให้ผู้สอบผ่านรายใหม่ที่มีคะแนนถูกต้องตามบัญชีใหม่ เข้ามาเลือกสถานที่ลงตำแหน่งรับราชการแทนในตำแหน่งที่ว่างลงจากการเพิกถอนรายชื่อผู้กระทำผิดออกไป โดยแนวทางปฏิบัติดังกล่าวทั้งหมดขึ้นอยู่กับการพิจารณาและอนุมัติของ ก.กลาง ร่วมกัน ท้ายนี้ กระทรวงมหาดไทยขอยึดมั่นในความถูกต้องและหลักกฎหมายอย่างเคร่งครัด และขอให้พี่น้องประชาชนโปรดมั่นใจว่าทุกอย่างต้องเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมายและหน่วยงานสอบสวน เช่น ป.ป.ท. หรือพนักงานสอบสวน หากการสอบสวนพบว่าผู้ได้รับการบรรจุรายใดหรือบุคคลใกล้ชิดมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริต จะต้องถูกดำเนินคดีทางกฎหมายอย่างถึงที่สุด ทั้งการลงโทษทางวินัยร้ายแรงให้ออกจากราชการ และการดำเนินคดีอาญาที่มีโทษจำคุก เพราะการกระทำที่ไม่ถูกต้องจะส่งผลให้ผู้นั้นไม่สามารถรับราชการอยู่ได้ และกระทรวงมหาดไทยจะดำเนินการสืบสวนขยายผลเพื่อนำผู้กระทำผิดทั้งหมดมาลงโทษตามกฎหมายต่อไป” นายอรรษิษฐ์ กล่าว

ความคิดเห็น


ดาวน์โหลด (1).png

เพื่อให้ทุกท่านสามารถติดตามประเด็นวิเคราะห์เจาะลึกผ่านทาง CLOSE-UP THAILAND เชิญเพิ่มเพื่อนทางไลน์ @closeupthailand

bottom of page