S__5062658.jpg

มองเส้นทางการเมือง“อุ๊งอิ๊ง”ผ่าน3มุมรุ่นใหญ่"พี่โทนี่-หมอชลน่าน-ดร.กิตติ”

การเมือง


มองกันไปต่างๆ นานาว่าการเปิดตัวหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทยที่ชื่อ "อุ๊งอิ๊ง"นางสาวแพทองธาร ชินวัตรคือการเปิดตัวแคนดิเดทนายกรัฐมนตรีคนต่อไปหรือไม่? มีนัยทางการเมืองอย่างไร?


และหมวกอีกใบของ "อุ๊งอิ๊ง"คือ ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม พรรคเพื่อไทย

นัยว่า "ครอบครัวเพื่อไทย" เป็นนวัตกรรมชิ้นโบว์แดงชิ้นแรกของประธานคณะที่ปรึกษา "อุ๊งอิ๊ง" โดยในวันอาทิตย์ที่ 24 เมษายน 2565 เธอจะมาเปิดใจว่า ตลอด 6 เดือนที่ได้รับแต่งตั้งให้ทำหน้าที่ มีผลงานอะไรบ้าง

ลองไปติดตาม 3 มุมจาก 3 บุคคลสำคัญกับถึงบทบาท และอนาคต "อุ๊งอิ๊ง"บนสนามการเมือง!!!



อุ๊งอิ๊ง=Brand ambassador

ครอบครัวเพื่อไทย”นวัตกรรมชุดแรก

สร้างแรงกระเพื่อมวงการเมืองไทย!



“ครอบครัวเพื่อไทย ถือเป็นหนึ่งในนวัตกรรมการเมือง เป็นการเมืองภาคประชาชน ไม่ใช่การเมืองที่ทำตามตัวบทกฎหมาย คุณอุ๊งอิ๊งจะเป็นจุดเชื่อมโยงระหว่างคนในอดีต ที่เคยยึดมั่น เคยสนับสนุนชื่นชอบอุดมการณ์ วิธีการทำงาน นโยบายของพรรคไทยรักไทย นโยบายของพรรคพลังประชาชน จุดนี้เป็นเชิงสัญลักษณ์ เพื่อเชื่อมโยง เชื่อมต่อในจุดนั้น คนอื่นเข้ามาก็ไม่เป็นสัญลักษณ์เท่า เราต้องยอมรับว่าคุณอุ๊งอิ๊ง เป็นสายเลือดของผู้ก่อตั้งไทยรักไทย มาถึงพลังประชาชน จุดเชื่อมโยงตรงนี้เลยเป็นสัญลักษณ์


ถ้าพูดแบบเข้าใจง่ายก็คือ เธอเป็น Brand ambassador เชื่อมโยงอดีต สู่ปัจจุบันและดึงอนาคตเข้ามา เพื่อขับเคลื่อนสิ่งที่เราต้องการช่วยเหลือประเทศชาติ กู้วิกฤติชาติบ้านเมืองในนามพรรคการเมือง ผ่านกระบวนการการเลือกตั้ง


อันนี้เป็นสิ่งที่เราเชื่อในศักยภาพของคุณอุ๊งอิ๊ง และเป็นหมุดหมายที่ดีที่สุด นี้คือเหตุผลและความจำเป็นที่เชิญมา และเธอยังมีจิตอาสามาทำหน้าที่ตรงนี้ด้วย


อีกมิติหนึ่ง หน้าที่หลักคุณอุ๊งอิ๊ง เป็นประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม พรรคเพื่อไทย คณะนี้มีหน้าที่ในการสร้างสรรค์ กระบวนการทำอย่างไรให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมกับพรรคเพื่อไทยให้มากที่สุด ทำอย่างไรจะใช้นวัตกรรม เทคโนโลยี เป็นตัวขับเคลื่อนตัวนโยบาย ขับเคลื่อนสิ่งที่เกิดประโยชน์กับชาติบ้านเมือง นี้คือหน้าที่โดยตรง และกิจกรรม “ครอบครัวเพื่อไทย” ก็เป็น 1 ในนวัตกรรมใหม่ ที่เราคิดเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน


@คุณสมบัติเด่น และภาวะผู้นำอุ๊งอิ๊ง..!!!

"ผมมองไปที่คุณสมบัติการเป็นนักการเมืองของคุณอุ๊งอิ๊ง เธอเป็นคนมีคุณสมบัติที่โดดเด่นมาก เนื่องจากผ่านกระบวนการกล่อมเกลา การเรียนรู้ ผ่านประสบการณ์จริงในชีวิต ตั้งแต่เด็ก ที่คุณพ่อเข้าสู่การเมือง มาเป็นนายกรัฐมนตรี เป็นคนก่อตั้งพรรคการเมือง อยู่กับประชาชน เธอผ่านประสบการณ์เห็นการเมืองทั้งทางตรงและทางอ้อม และมิติทางการเมืองหลังจากที่คุณพ่อถูกกำจัด ผมใช้คำนี้เลยนะครับ จนต้องไปอยู่ต่างประเทศ


ภาพเหล่านี้ มันทำให้มิติทางการเมือง การมีจิตอาสา การมีจิตสาธารณะของคุณอุ๊งอิ๊งอยู่ในเกณฑ์ที่โดดเด่นมาก เป็นคนเข้าใจลึกซึ้งในมิติทางการเมือง

การเมืองเป็นเรื่องจริงครับ เป็นความเชื่อ เป็นความศรัทธา แม้แต่เรื่องที่ไม่ใช่ความจริง ถ้ามีความเชื่อ มิติทางการเมืองถือว่าเป็นเรื่องจริง สิ่งนี้เป็นเป็นสิ่งที่นักการเมืองพึงคำนึงถึงที่สุด ทุกอย่างต้องอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริง เพราะหากไม่จริงแต่พี่น้องไปหลงเชื่อว่าเป็นจริงมันก็จะเกิดผลในทางบวกและทางลบตามมา


การเมืองเป็นเรื่องของการจัดสรรผลประโยชน์ไปให้แก่คนหมู่มาก ให้กับประชาชนโดยรวม เรื่องเหล่านี้สำคัญมาก คุณอุ๊งอิ๊ง มีความโดดเดนในเรื่องจิตวิญญาณ รับรู้ และเข้าใจ โดยเฉพาะการเข้าใจประชาชนอย่างลึกซึ่งนี้ก็เป็นเรื่องที่มีคุณสมบัติเด่นประจำตัว


ส่วนเรื่องความรู้ความสามารถประสบการณ์อื่นๆ เธอไม่ได้ด้อยกว่าคนอื่น และผ่านประสบการณ์ ขนาดอายุ 35 ปี มาถึงระดับนี้ได้ ถือว่าอยู่ระดับแนวหน้า ผมเข้าสู่การเมืองเมื่อปี 2544 อายุ 40 ปี


ถามว่าคุณสมบัติแบบนี้เป็นแคนดิเดทนายกรัฐมนตรีได้ไหม?

ผมเรียนว่า 1.เป็นแคนดิเดทนายกได้ไหม 2.เป็นไปได้ไหมกับแคนดิเดทนายกเพื่อไทย เรื่องนี้ผมมองว่าคนจะเป็นแคนดิเดทนายกอย่างที่เราคุยกัน และการได้รับการยอมรับจากพี่น้องประชาชน เรื่องการได้รับการยอมรับจากพี่น้องประชาชนก็ดูจากเสียงสะท้อนและมีตัวชี้วัดอยู่หลายอย่างว่า ใครเหมาะสม ไม่เหมาะสม เป็นหลักการสำคัญเลย


และพรรคเพื่อไทยจะชูใครมาเป็นแคนดิเดทก็จะยึดตรงหลักนี้ไว้ก่อน และเมื่อผ่านกระบวนการนั้นทุกคนมีสิทธิหมด และพรรคเพื่อไทยในหลักการจะคัดชื่อไว้ 3 คน


และสิ่งที่พรรคเพื่อไทยยึดเป็นผนังทองแดง กำแพงเหล็ก คือ พี่น้องประชาชน..!!!

พรรคเพื่อไทยไม่สามารถตัดสินอะไร โดยไม่ผ่านความเห็นชอบของประชาชน มันเป็นไปได้ยากมากครับ เพราะว่า เราถูกจ้องถูกทำลายตลอด อะไรไม่เหมาะไม่สมเพื่อไทยทำไป จะยิ่งเลวร้ายไปอีก..!!!


ดังนั้น ครอบครัวเพื่อไทย เป็นหมุดหมายหนึ่งที่จะชี้วัดว่าจะสนับสนุนพรรคเพื่อไทยหรือไม่ จะเป็นผนังทองแดง กำแพงเหล็กปกป้องคุ้มครองพรรคเพื่อไทยหรือไม่ อันนี้จะเป็นตัวชี้วัดได้


..ถ้าสังเกต วันนี้พรรคเพื่อไทย Disrupt ตัวเองเพื่อเข้าสู่สถาบันทางการเมือง ตอบรับการเปลี่ยนแปลง ตอบรับอนาคตที่จะมีอะไรเกิดขึ้น ถ้าเราไม่ Disruptแล้วถูก Disrupt เราจะอยู่ไม่รอด


ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า คุณอุ๊งอิ๊ง จะเป็นสายล่อฟ้าหรือไม่? ขอเรียนว่า เรารู้ว่าเราเป็นเป้า เป็นคู่ขัดแย้งทางการเมืองที่เขาต้องการที่จะกำจัดและทำลายร้างตลอด ถ้ากำจัดไม่ได้ทำอย่างไรให้มีจำนวนที่ได้รับโอกาสจากพี่น้องประชาชนให้น้อยที่สุด เช่น การออกกติกามา เพื่อปิดช่องทางการมีส่วนร่วมของประชาชนให้พรรคเพื่อไทยได้รับเลือกตั้งน้อยที่สุด


ถามว่า สายล่อฟ้ากังวลไหม? ตอบว่า กังวล แต่กังวลบนความมีเหตุ มีผล เพราะเรายังมีความชื่อว่าอำนาจอธิปไตยที่แท้จริงเป็นของปวงชนชาวไทย ถ้าเราไม่มีพฤติกรรมที่ไม่ทำร้าย ทำลายประเทศ เป็นที่พึ่งที่หวังของประชาชนได้ สิ่งที่เขากังวลว่า จะเป็นอันตรายกับเขาหรือไม่ มันอาจจะถูกล้างด้วยข้อเท็จจริงที่เราได้ทำงาน พรรคเพื่อไทยต้องการทำงานบนหลักประชาธิปไตย ปกป้องคุ้มครองสถาบันหลักของชาติ ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน ดังนั้น คนที่กังวลเรื่องนี้คือคนที่สูญเสียประโยชน์เท่านั้นเอง


ดังนั้น การสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนจะเป็นเกาะกำบังอย่างดี ไม่ให้สิ่งเหล่านี้กลับมาทำลายเราได้อีก..!!!



(นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย
นักการเมืองที่รักแล้วไม่เคยเปลี่ยนแปลง เข้าสู่สนามการเมืองเมื่อปี2544 ในนามพรรคไทยรักไทย ผ่านการเป็นสส.มาหลายสมัย และรัฐมนตรี เคยได้รับการยกย่องเป็น "ดาวเด่นสภาฯ" จากการตั้งฉายานักการเมือง ของสื่อมวลชนประจำปี พ.ศ. 2552 จัดเป็นนักการเมืองที่มีภาพลักษณ์ที่ดีในสายตาของสื่อมวลชน และไม่เคยมีเรื่องมัวหมองตลอด 20 ปีบนสนามการเมือง จากไทยรักไทย –พลังประชาชน-เพื่อไทย เขาเผยถึงบทบาท หน้าที่และคุณสมบัติที่โดดเด่นของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร "อุ๊งอิ๊ง" บุตสาวคนเล็กของ ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีไว้น่าสนใจ)



“หลักการของผม แล้วแต่ลูก!!!”



“อิ๊ง เขาติดตามผมมาตั้งแต่เด็กๆ หัวใจประชาธิปไตยหัวใจอยากเห็นบ้านเมืองเจริญมันมีอยู่เต็ม100 วันนี้ เขาพยายามนำแนวทางเอาเทคโนโลยี แนวคิดคนรุ่นใหม่มาเสริมให้พรรคเพื่อไทย แต่เขายังไม่ทันได้คิดว่าจะเป็นนักการเมือง เพราะ1.ยังไม่ได้เป็นกรรมการบริหารพรรค 2.ยังไม่รู้ว่าจะเล่นการเมืองหรือเปล่า จะเป็นแคนดิเดทนายกหรือเปลา?


แต่ที่แน่ๆคือใส่ความรู้ และประสบการณ์เท่าที่มี และจากการที่เขาคุยกับผม เขาจะใส่เข้าไปในหน้าที่ของเขา เรื่องของการมีส่วนร่วมและนวัตกรรมอย่างเต็มที่ เขาบอกผมว่าวันที่ 24 เมษายน 2565 ที่จะมีการประชุมพรรค(เพื่อไทย)เหมือนที่ขอนแก่นครั้งที่แล้ว คราวนี้ประชุมเร็วขึ้นเพราะโควิดจางแล้วก็เลยประชุมเมษายนตามกฎหมาย


24 เมษายน2565 เขาจะพูดเรื่องงานที่ได้รับมอบหมายตลอด 6เดือนว่าเขาทำอะไรไปที่ไหน และจะแนะพรรคเพื่อไทยว่าจะไปแนวไหนอย่างไรตามแนวของเด็กรุ่นใหม่ที่คิดเรื่องเทคโนโลยีรุ่นใหม่ นี้คือความปรารถนาดีเต็ม100


“สมมตินะ สมมติ ซึ่งผมคิดว่าคงไม่ง่าย!!! เพราะในพรรคต้องคิดว่าจะเสนอใคร สมมติเขาเป็นแคนดิเดท และเกิดเป็นขึ้นมาจริง ประชาชนเกิดเลือกขึ้นมา และได้เป็นจริง กลัวชะตากรรมจะเหมือนผม หรืออาปูไหม?


ผมว่าวันนี้ ต้องถามประชาชน "16 ปีที่ผ่านมาช้ำพอหรือยัง ระบบพังไป และเศรษฐกิจพังไป ครอบครัวพังไป เป็นหนี้เป็นสินมหาศาล จากการล้มลุกคลุกคลานจากการปฏิวัติแล้วปฏิวัติอีก"


ถามว่าประชาชนเข็ดไหม? ถ้าไม่เข็ดก็ไม่เป็นไร มีอีกทีก็ไม่เป็นไร ผมมีบ้านหลายประเทศ...!!!


แต่ถ้าสมมติว่า ประชาชนเข็ด นักปฏิวัติก็จะได้เข็ดเสียทีไม่ต้องมีแล้ว เลิกได้แล้วถ้าประชาชนเข็ด ลงมา กระทืบทีเดียว จบหมด”


แต่วันนี้ อยู่ที่ประชาชน ถ้าประชาชนพร้อม บ้านเมืองพอแล้ว ช้ำหมดแล้ว เป็นหนี้เยอะแล้ว ลูกหลานติดยาเสพติด อนาคตก็ไม่มี อย่าทำอะไรเฮงซวยอีกเลย บริหารแบบนี้บ้านเมืองไปไม่ได้ เข็ดหรือยัง..???


อย่าไปเชื่อพวกหน้าด้านออกมาเย้ว ๆ คนพวกนี้เกาะคนอื่นหากินแต่อาชีพไม่มี แต่มีรายได้ดีกว่านักธุรกิจ


หลักการของผมแล้วแต่ลูก!!!

ถ้าคิดว่าไปกับผม และเห็นผมทำงาน อยู่กับชาวบ้าน ช่วยเหลือชาวบ้าน ชาวบ้านยังจำได้อยู่ ลูกก็รู้สึกว่า อยากจะช่วยสานเจตนารมณ์ อยากจะช่วยชาวบ้านให้พ้นความยากจน อยากจะทำต่อ.. อันนี้ก็เรื่องของลูก

ผมเป็นพ่อที่รักลูก ให้ความอบอุ่นลูก แล้วพร้อมปกป้อง...เพราะฉะนั้น ไม่มีปัญหาครับ เครื่องบินส่วนตัวก็มี บ้านก็มีอยู่หลายประเทศ...ไม่เคยกลัว ผมเป็นคนที่ไม่เคยกลัว เพราะฉะนั้น อย่ามาขู่ เรื่องกลัวไม่มีกลัว


แต่ประเด็นอยู่ที่เหมาะสมหรือไม่?

มีความสามารถหรือยังที่จะทำให้บ้านเมือง? อันนี้สำคัญกว่า..!!!




“วันนี้ เป็นยุคของคนรุ่นใหม่”




“วันนี้เป็นยุคของคนรุ่นใหม่ เป็นยุคของคนหนุ่มสาวที่สนใจในข้อมูลข่าวสารในหลากหลายรูปแบบ ใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ และมีจำนวนไม่น้อยที่ไม่เคย เลือกตั้งมาก่อน และสามารถตัดสินใจเองได้

ในทางยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทยต้องการคนที่เป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่ ไม่ใช่เป็นแค่คนอายุน้อยแต่ต้องเป็นคนที่มีความคิดใหม่ๆ แต่จะใหม่อย่างเดียวโดยไม่มีขาหยั่งก็ไม่ได้ อาทิ ขาหยั่งที่มีประวัติศาสตร์การต่อสู้ ซึ่งน.ส. แพทองธารผ่านการรับรู้ทั้งการถูกยุบพรรค ถูกปฏิวัติ 2 ครั้ง


การที่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ผู้บริหารพรรคเลือก น.ส.แพทองธาร จึงมองว่าเป็นเวลาที่เหมาะสม ซึ่งเป็น 2 ด้าน ด้านหนึ่งคือต้องการความเชื่อมั่นและเชื่อถือจากคนทั่วไป ซึ่งหมายถึงคนรุ่นเก่าของพรรคกับคนรุ่นใหม่ ที่ยังไม่เคยอยู่พรรคไหนเลย น.ส.แพทองธารเป็นคนรุ่นใหม่ มีความคิดใหม่ๆ และสามารถเชื่อมกับคนรุ่นเก่าได้ การเป็นลูกนายกทักษิณ ก็เป็นอีกส่วนที่ต้องการเชื่อมโยงอดีต ซึ่งไม่ได้เสียหายอะไร

ข้อดีที่เพื่อไทยชู น.ส.แพทองธาร ในแง่เป็นคนรุ่นใหม่ ผ่านประสบการณ์ทั้งรุ่นเก่า รุ่นใหม่ ในมายด์แม็ป หรือแผนที่ความคิดจึงมีทั้งโลกเก่าและโลกใหม่ ผสมผสานได้เพราะเข้าใจบริบททางการเมืองเสรีภาพและประชาธิปไตย จึงมองว่ามีความพร้อมทั้งประสบการณ์ วัยวุฒิ คุณวุฒิ


แม้อายุยังไม่มากแต่เป็นแม่ของลูกแล้ว มีครอบครัวที่มั่นคง และคิดว่าโชคดีที่เกิดมาเป็นลูกนายกทักษิณ เพราะได้เรียนรู้ มีประสบการณ์ทางการเมือง เอื้อต่อการรวบรวมน้ำจิตน้ำใจของทุกคน ครอบครัวพรรคเพื่อไทยเป็นวิธีหนึ่งที่จะหาคะแนนนิยม สร้างความเข้าใจกับ ฐานเสียงทั้งใหม่และเก่า รวมทั้งคนที่ไม่ชอบเพื่อไทย ไม่เห็นด้วย อาจอ่อนลงเมื่อเห็นเจตนารมณ์


ส่วนจุดอ่อนก็ต้องมีอยู่พอควรเพราะคนไม่ชอบขี้หน้าก็มาก หลายคนที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ บางคนก็พูดตรงๆ บางคนก็พูดอ้อมๆแต่สรุปคือกลัว เพราะน.ส.แพทองธาร นามสกุลชินวัตร กลัวว่าสามารถนำได้ คนดูรอบเวทีจะวิจารณ์หนักหน่อย พรรคร่วมรัฐบาลรวมถึงฝ่ายค้านก็สงวนท่าทีไม่วิพากษ์วิจารณ์ เพราะการเมืองเดี๋ยวก็เป็นฝ่ายค้านเดี๋ยวก็เป็นรัฐบาล


การเปิดหน้าเล่นก็จะตกเป็นเป้าโจมตีก็ต้องยอมรับความเจ็บปวด การเมืองในทุกประเทศก็เป็นอย่างนี้ ใครที่เป็นพลังสำคัญในพรรคก็ตกเป็นเป้า


ส่วนที่มองกันไปถึงการวางตัวให้เป็นนายกฯนั้น คิดว่ายัง วันนี้เป็นหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทยเฉยๆ เพื่อระดมคน ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่บนไอที เป็นการส่งเมสเสจแบบมีพลังไปอีกแบบหนึ่ง แต่ก็ต่างจากนายกทักษิณที่ลงพื้นที่


เป้าหมายนั้นมีความเสี่ยงและไทม์มิ่งเป็นเรื่องสำคัญ ตอนนี้ น.ส.แพทองธาร รู้ว่าจะทำอะไร แต่จะทำเมื่อไร ยังตอบไม่ได้ และการที่ใครจะเป็นตัวนำต้องค่อยๆ กล่อมเกลาให้เกิดประสบการณ์ ต้องผ่านร้อนผ่านหนาวอีกพอสมควร และเชื่อว่าน.ส.แพทองธาร ก็ไม่ได้คิดแบบนั้น คงไม่รีบ ต้องใช้เวลา ผ่านการเลือกตั้งอีกหลายครั้ง


ที่สำคัญต้องเข้าใจมนุษย์ นอกจากความเก่งและความสามารถรอบตัวแล้วควรลงพื้นที่ไปเจอของจริงเหมือนที่ นายกทักษิณเคยทำ ไม่ต้องทุ่มกับพื้นที่มากเท่ารุ่นพ่อแต่ต้อง ผสมผสาน การจะเป็นรัฐบุรุษ รัฐสตรีต้องรู้จักคน ทั้งระดับบนและล่าง ถ้าจะนำประเทศในอนาคต ซึ่งไม่ใช่วันนี้”


(ศ.ดร.กิตติ ลิ่มสกุล นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐศาสตร์ ดีกรีนักเศรษฐมิติระดับโลก ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคไทยรักไทยเมื่อ20ปีก่อน และร่วมคิดโครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ หรือโอท็อบ ประเทศไทย จนประสบความสำเร็จ/โครงการที่ช่วยเติมเงินในกระเป๋าชาวบ้านในเชิงประจักษ์ ผ่านการพัฒนาจากเฟสแรก สู่เฟสสอง และเข้าสู่เฟสสามตามมา เพื่อมุ่งคำว่า VALUE CREATION ECONOMY มากขึ้น อาจารย์ได้พูดถึงบทบาท หน้าที่ และอนาคตบนเส้นทางการเมืองของทายาทคนเล็กของอดีตนายกรัฐมนตรี "ดร.ทักษิณ ชินวัตร" หรือพี่โทนี่ บุรุษผู้ไม่เคยหยุดคิด หยุดทำ)



-------------------------

“วันนี้ ยังไม่อยากเป็นนายก

แต่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลง”


“การเมือง-เศรษฐกิจ-ความคิด”ของประเทศ มันต้องดีขึ้นกว่านี้ค่ะ!!!!!

----------------------



สัญลักษณ์สำคัญอย่างหนึ่งของคนในGen-y/Gen-Z คือ อยากเห็นอนาคต มากกว่าจะไปลุ่มหลงกับเรื่องราวในอดีต ความสำเร็จในอดีต อุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร หากตัดคำว่า ชินวัตรออกไป เธอคิดไม่ต่างจากคนในวัยเดียวกันทีอยากเห็นอนาคตที่ดีกว่าทั้งการเมืองทั้งเศรษฐกิจ และยิ่งเติมคำว่า ชินวัตร เข้าไป เธอจะมีมิติความลุ่มลึกที่มากกว่าเพื่อนวัยเดียวกัน เพราะใกล้ชิดกับบุคคลที่รับผิดชอบบ้านเมืองในหลายช่วงวัย จึงผ่านกระบวนการกล่อมเกลา การเรียนรู้ และผ่านประสบการณ์จริงในชีวิต เธอจึงได้รับมอบหมายให้เป็นหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย การเมืองภาคประชาชนเต็มตัว”


“หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย แม้จะเป็นบทบาทใหม่ แต่อิ๊งมีความตั้งใจมากๆ เพราะอยากเป็นส่วนหนึ่งในการทำให้ประเทศเราดีขึ้น ไม่ว่าจะรูปแบบไหน ในอนาคตไม่รู้ว่าจะมีโอกาสอะไรมาให้เรา เราจะทำสิ่งนั้นให้ดีที่สุด


ส่วนตำแหน่งอื่น ๆ ต้องแล้วแต่คนในพรรคว่า จะเมตตาเราแค่ไหน? แล้วออกมาข้างนอกประชาชนคิดยังไงมากกว่า


ถามว่า วันนี้ อยากเป็นนายก ยังไม่อยากค่ะ.. แต่ก็รู้สึกว่าต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลง อิ้งว่าเมื่อเวลามันถึง มันใช่ ไม่รู้ความคิดจะเปลี่ยนไปยังไง ณ วันนี้ที่พูดกันอยู่ ยังไม่อยากเป็น อยากจะเก่ง และอยากจะมีประสบการณ์มากกว่านี้สักหน่อย


ส่วนกระแสโซเชียล ที่หลายคนมองว่าแรง อิ๊งว่า เราควรมีสิทธิ มีเสียงในการพูด เราควรเป็นประชาธิปไตยได้แล้ว เราต้องกล้าพูดความคิดเห็น โดยเริ่มจากครอบครัวก่อน อิ๊งมีสิทธิพูดกับคุณพ่อคุณแม่บนความที่เราไม่ท้าทายเขา ไม่เคารพเขา อิ๊งพูดได้ทุกอย่าง...


ถึงวันนี้ การเมือง+เศรษฐกิจ+ความคิดของประเทศ มันต้องดีขึ้น มันต้องก้าวไปข้างหน้าได้แล้ว ความยุติธรรมต้องชัดเจนขึ้น ทุกอย่างต้องเคลียร์ขึ้น”

@CLOSE-UP THAILAND

สื่อเพื่อการพัฒนาประเทศไทย




Cr.ขอขอบคุณข้อมูล -ภาพ จากพรรคเพื่อไทย-กลุ่ม Care คิด เคลื่อนไทย-เวิร์กพอย-ข่าวสด-Woody-CLOSE-UP THAILAND เรียบเรียง

ดาวน์โหลด (1).png

เพื่อให้ทุกท่านสามารถติดตามประเด็นวิเคราะห์เจาะลึกผ่านทาง CLOSE-UP THAILAND เชิญเพิ่มเพื่อนทางไลน์ @closeupthailand