S__5062658.jpg

รมว.อุตสาหกรรม รมช.สาธารณสุข ลงพื้นที่ติดตามเหตุการณ์น้ำมันรั่วไหลกลางทะเลระยอง



วันที่ 27 มกราคม 2565 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมนายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้เดินทางมาติดตามสถานการณ์ปัญหาน้ำมันดิบของ บ.สตาร์ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) รั่วไหลจากท่อใต้ทะเลบริเวณทุ่นผูกเรือน้ำลึก หรือจุดขนถ่ายน้ำมันในทะเล (SPM) โดยห่างจากฝั่งประมาณ 20 กิโลเมตร เหตุเกิดเมื่อวันที่ 25 ม.ค.เวลา 21.06 น.ที่ผ่านมา โดยได้ร่วมประชุม และรับฟังการชี้แจงจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง มีนายชาญนะ เอี่ยมแสง ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง นายปิยะ ปิตุเตชะ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง นายวีริศ อัมระปาล ผู้ว่ากนอ. และตัวแทน บริษัทฯเข้าร่วมประชุม


โดยนายสุริยะ กล่าวว่า จากเหตุการณ์น้ำมันรั่วกลางทะเลระยองดังกล่าว นายกรัฐมนตรี มีความห่วงใยสถานการณ์เกิดขึ้นอย่างมาก ในเรื่องของผลกระทบกับสิ่งแวดล้อม การท่องเที่ยวและประชาชน จึงได้สั่งการให้ตนและ รชม.สธ.ลงพื้นที่มาติดตามปัญหา โดยเฉพาะประเด็นสำคัญคือ ปริมาณจำนวนตัวเลขน้ำมันรั่วไหลจริงๆ มีเท่าไหร่กันแน่ ซึ่งเท่าทราบมามีความสับสน ครั้งแรกเจ้าหน้าที่บริษัทฯ ตรวจสอบประเมินว่ามี 400,000 ลิตร เป็นช่วงกลางคืนทำให้คลาดเคลื่อน แต่พอตอนสายๆ เป็น 160,000 ลิตร หลังจากนั้นได้ส่งนักประดาน้ำลงสำรวจเหลืออยู่จริงๆเพียง 50,000 ลิตร ขณะนี้กำจัดไปแล้วเหลือเพียง 5,000 ลิตร ที่เหลืออยู่เชื่อมั่นว่าจะไม่กระทบด้านการท่องเที่ยวบริเวณชายหาด ยืนยันไม่กระทบแน่นอนซึ่งทางบริษัทฯได้มีการเตรียมบูมต่างๆ ป้องกันการเข้าฝั่งไว้แล้ว อย่างไรก็ตามภายในวันนี้จะสามารถกำจัดคราบน้ำมันได้ทั้งหมด ขณะเดียวกันการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นคณะกรรมการขึ้นมา 1 ชุด มีกระทรวงคมนาคม โดยกรมเจ้าท่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงสาธารณสุข เพื่อไปสอบสวนหาสาเหตุข้อเท็จจริง ตั้งแต่เรื่องจำนวนรั่วไหลที่แท้จริง สาเหตุรั่วไหลเกิดขึ้นได้อย่างไร แนวทางในอนาคตจะต้องมีการแก้ไขป้องกันปัญหารั่วไหลซ้ำซากดูปัญหาให้ครบทุกมิติ


ด้านนายสาธิต กล่าวว่า หลังทราบเรื่องได้มีการติดตามอย่างใกล้ชิด ได้รับรายงานจาก ผวจ.ระยอง เบื้องต้นได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายทั้งภาครัฐ และบริษัทฯ มีทีมมืออาชีพผู้เชี่ยวชาญในการเข้าระงับเหตุได้รวดเร็ว เพียงแต่มีความกังวลจำนวนปริมาณน้ำมันที่รั่วไหล ถ้ามากจะสามารถควบคุมได้หรือไม่ วันนี้ได้รับคำชี้แจงจากทางจังหวัดและบริษัทฯ มั่นใจว่าปริมาณน้ำมันที่เหลือและแผนที่จะดำเนินการในวันนี้ จะไม่มีผลกระทบหรือซ้ำรอยเหมือนกับน้ำมันรั่วกลางทะเลครั้งที่แล้ว ในปี 2556 ที่มีการกระทบในหลายมิติ เปรียบเทียบการจัดการครั้งที่แล้วมีอุปสรรคมาก ทั้งทิศทางลม และโฟมต้องนำมาจากประเทศสิงคโปร์ ทำให้ล่าช้า อย่างไรก็ตามครั้งนี้มีความพร้อมทั้งโฟมและการจัดการในการเข้าระงับเหตุ มั่นใจวันนี้จะสามารถคุมสถานการณ์และจัดการได้เสร็จสิ้น แต่ถ้าไม่โชคร้ายในเรื่องของทิศทางลม ส่วนคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นมาดังกล่าว จะติดตามความเสียหายในทุกมิติ ทั้งเศรษฐกิจ ท่องเที่ยว และสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะความเสียหายทั้งหมดบริษัทต้องรับผิดชอบ เพื่อดูแลเยียวยาทุกส่วน


ในเรื่องการดำเนินการทางกฎหมาย ได้สั่งการผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดระยอง ไปแจ้งความดำเนินคดีตามความผิดที่มี ส่วนพยานหลักฐานขึ้นอยู่มีการปะมาทเลินเล่ออย่างไร ส่วน กนอ.ได้สั่งการให้ ผู้ว่า กนอ.ต้องหาสาเหตุการเกิดครั้งนี้ให้ได้ ต้องตรวจสอบรายงานขั้นตอนทุกปี เพื่อป้องกันการเกิดเหตุซ้ำๆ และรายงานต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อนำรายงานนายกรัฐมนตรีให้รับทราบ หลังจากนั้นรัฐมนตรีทั้ง 2 คน ได้นั่งเฮลิคอปเตอร์ บินไปดูจุดที่น้ำมันรั่วกลางทะเลเพื่อวางแผนการเก็บกู้คราบน้ำมันต่อไป



ดาวน์โหลด (1).png

เพื่อให้ทุกท่านสามารถติดตามประเด็นวิเคราะห์เจาะลึกผ่านทาง CLOSE-UP THAILAND เชิญเพิ่มเพื่อนทางไลน์ @closeupthailand