S__5062658.jpg

"ศักดิ์สยาม"ตามความก้าวหน้าการพัฒนาพื้นที่เพื่อสาธารณประโยชน์ของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย

อสังหาริมทรัพย์

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุมติดตามการสร้างสรรค์พื้นที่เพื่อสาธารณประโยชน์ของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2565 ผ่านแอปพลิเคชัน Zoom Meetings โดยมี นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม นายพิศักดิ์ จิตวิริยะวศิน รองปลัดกระทรวงคมนาคม นายประมวลรัตน์ จินณรงค์ รองผู้ว่าการฝ่ายกฎหมายและกรรมสิทธิ์ที่ดิน กทพ. นายสุรพงษ์ เมี้ยนมิตร รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุม

การประชุมครั้งนี้ เป็นการประชุมเพื่อติดตามการสร้างสรรค์พื้นที่เพื่อสาธารณประโยชน์ของ กทพ. ซึ่ง กทพ. มีเขตทางที่ใช้ประโยชน์ได้ประมาณ 2,900 ไร่ และได้ศึกษาความเหมาะสมของพื้นที่ที่มีความสำคัญในการพัฒนาพื้นที่ในเขตทางพิเศษ โดยมีความคืบหน้าการดำเนินงาน จำนวน 7 แห่ง ได้แก่ 1. บริเวณใต้ด่านฯ อโศก เนื้อที่ประมาณ 3 ไร่ ปัจจุบันพันธมิตรได้ขอชะลอการเข้าร่วมดำเนินโครงการ เนื่องจากได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ประกอบกับพื้นที่บางส่วนเป็นพื้นที่ซ้อนทับโครงการก่อสร้างและปรับปรุงทางพิเศษขั้นที่ 2 (Double Deck) จึงอาจจะต้องมีการพิจารณาปรับแนวทางในการพัฒนาพื้นที่อีกครั้ง โดย กทพ. มีโครงการที่จะพัฒนาพื้นที่เป็นเชิงพาณิชย์ และพื้นที่เพื่อสังคมโดยความร่วมมือกับพันธมิตรของ กทพ. ต่อไป 2. บริเวณถนนสุขุมวิท (เพลินจิต) เนื้อที่ประมาณ 4.5 ไร่ กทพ. มีแผนจะพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์และเชิงสาธารณประโยชน์ โดยการให้เช่าพื้นที่ชั่วคราว คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในปี 2569 3. บริเวณถนนสีลม เนื้อที่ประมาณ 4 ไร่ กทพ. มีแผนจะพัฒนาเป็นพื้นที่เชิงพาณิชย์และสาธารณประโยชน์ควบคู่กัน โดยคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ในปี 2566 4. บริเวณบางโปรง เนื้อที่ประมาณ 50 ไร่ เป็นพื้นที่ที่เวนคืนเพื่อรองรับการก่อสร้างจุดให้บริการบนทางพิเศษ (Service Area) ขณะนี้อยู่ระหว่างการจ้างศึกษาและวิเคราะห์ความเหมาะสมของโครงการ โดยการให้เอกชนร่วมลงทุน (PPP) คาดว่าจะได้ผู้ร่วมลงทุนประมาณปี 2568 5. บริเวณมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เนื้อที่ประมาณ 98 ไร่ เป็นพื้นที่ที่เวนคืนเพื่อใช้เป็นจุดจอดแล้วจร (Park and Ride) ขณะนี้อยู่ระหว่างการจ้างศึกษาและวิเคราะห์ความเหมาะสมของโครงการ โดยการให้เอกชนร่วมลงทุน (PPP) คาดว่าจะได้ผู้ร่วมลงทุนประมาณปี 2568 6. บริเวณ กม.16 เนื้อที่ประมาณ 20 ไร่ เป็นพื้นที่ในเขตทางพิเศษอุดรรัถยาเพื่อรองรับการก่อสร้างจุดแวะพัก (Rest Area) ขณะนี้บริษัทเอกชนมีความสนใจโครงการดังกล่าว เพื่อพัฒนาพื้นที่ก่อสร้างสถานีให้บริการน้ำมันเชื้อเพลิงและร้านค้า เพื่อให้บริการและอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้ทางพิเศษ 7. บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เนื้อที่ประมาณ 10 ไร่ เป็นพื้นที่ในเขตทางพิเศษศรีรัช โดยจะแบ่งการพัฒนาพื้นที่เป็น 2 ส่วน คือ 1) ช่วงถนนพหลโยธิน (ด่านฯ พหลโยธิน 1) ถึงถนนดินแดง พัฒนาเป็นร้านค้า ทางเดินลอยฟ้า พื้นที่จอดรถ และพื้นที่สาธารณะ คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ในปี 2567 และ 2) ช่วงถนนพหลโยธิน ถึงด่านฯ พหลโยธิน 2 พัฒนาเป็นศูนย์บริการรัฐวิสาหกิจ ร้านค้า ทางเดินลอยฟ้า พื้นที่จอดรถ และพื้นที่สาธารณะ คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ในปี 2569 ปัจจุบัน กทพ. ได้จัดทำแผนการดำเนินงาน (Action Plan) พื้นที่ดังกล่าวทั้ง 7 แห่ง แล้ว

ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้มีข้อสั่งการให้หน่วยงานดำเนินการ ดังนี้ 1. ให้ กทพ. จัดทำขั้นตอน/กิจกรรมในแผนปฏิบัติการ (Action Plan) ให้มีความชัดเจน เพื่อให้สามารถติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานได้อย่างเป็นรูปธรรม 2. ให้ กทพ. นำข้อมูลที่สะท้อนภาพความเป็นจริงและพยากรณ์ปัจจัยต่าง ๆ ที่คาดว่าจะเกิดในอนาคต ในส่วนของการศึกษาการจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาพื้นที่ในเขตทางพิเศษด้วย 3. ให้ สนข. บูรณาการหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมที่เกี่ยวข้อง กรณีที่การดำเนินโครงการมีการเวนคืนที่ดิน โดยให้พิจารณาควบคู่กับการใช้ประโยชน์พื้นที่เชิงพาณิชย์และศึกษาตัวอย่างจากการพัฒนาโครงการในต่างประเทศ เพื่อชดเชยรายได้ในแต่ละโครงการ อันจะเป็นการลดภาระค่าบริการของประชาชนในการใช้บริการ 4. ให้ กทพ. พิจารณารูปแบบ Service Area แบบคร่อมทางพิเศษในลักษณะเดียวกับประเทศเกาหลีใต้ โดยเน้นการพัฒนาพื้นที่ในแนวดิ่งและด้านข้างให้มีความทันสมัยและสอดรับกับพื้นที่ ไม่ใช่เฉพาะพื้นที่ในแนวราบเพียงอย่างเดียว เพื่อประโยชน์สูงสุดในการใช้พื้นที่ 5. ให้ กทพ. ประชาสัมพันธ์และทำการมีส่วนร่วมกับประชาชนในพื้นที่เป็นระยะเพื่อสร้างการรับรู้ให้กับประชาชน



ดาวน์โหลด (1).png

เพื่อให้ทุกท่านสามารถติดตามประเด็นวิเคราะห์เจาะลึกผ่านทาง CLOSE-UP THAILAND เชิญเพิ่มเพื่อนทางไลน์ @closeupthailand