S__5062658.jpg

#เจ้าของฟาร์มหมูโลละ60บาทออกมาขอโทษหลังปศุสัตว์-พาณิชย์ระยอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจ


ปศุสัตว์-พาณิชย์ระยอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบฟาร์มหมู 60 บาท ไม่มีใครซื้อ ชี้เข้าใจคลาดเคลื่อน ขณะที่เจ้าของฟาร์มเครียด เผยหมูในฟาร์มมีการทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าในราคา 60 บาทจริง แต่กังวลหมูราคาแพงเกรงว่าหมูจะขายไม่ออก จึงพูดไป ต้องขอโทษทุกคนที่เกี่ยวข้องด้วย


จากกรณีที่นายบรรทม-นางปริญทิพย์ ศึกษา สองสามีภรรยาเจ้าของฟาร์มหมู ต.ห้วยยาง อ.แกลง จ.ระยอง ได้ออกมาเปิดเผยว่า หมูที่เลี้ยงไว้จำนวน 1,400 ตัว ที่เลี้ยงไว้ น้ำหนักได้ตามเกณฑ์กำหนดขายแล้ว แต่ก็ยังไม่ยอมมาซื้อ อ้างกลไกตลาด จึงต้องแบกภาระค่าอาหารต่อไป ทั้งที่ทำสัญญาขายกันไว้ที่ 60 บาท ต่อกิโลกรัมถูกกว่าที่เป็นข่าวกว่าครึ่ง เช่นเดียวกับฟาร์มหมูที่ จ.ตราด ที่ต้องแบกภาระเลี้ยงเกินกำหนดเวลาไปกว่า 20 วัน เสียค่าอาหารจนแทบจะไม่เหลือกำไร จึงแปลกใจว่าหมูขาดตลาด และหมูแพงตรงไหน หมูหลายฟาร์มยังคงค้าง และไม่มีการมาจับไปขาย จึงแปลกใจว่ามันแพงได้อย่างไร คนซื้อได้ราคาถูก ผู้บริโภคซื้อแพง วอนรัฐบาลตรวจสอบด่วนก่อนที่ผู้เลี้ยงและผู้บริโภคจะตายกันหมด ตามที่เป็นข่าวไปแล้วนั้น


ความคืบหน้าเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 19 ม.ค. 2565 นายพนธ์สมิทธิ์ กลางนภา ปศุสัตว์จังหวัดระยอง นางสาวสุวีรยา ปั้นปาน พาณิชย์จังหวัดระยอง นายธนโชค พงษ์ชวลิต เกษตรและสหกรณ์จังหวัดระยอง นายกุมพล ชวนชม ประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง และนายอธิพงษ์ ตันศิริ ปลัดฝ่ายความมั่นคงอำเภอแกลง ได้ลงพื้นที่ไปติดตามตรวจสอบข้อเท็จจริงฟาร์มหมูต้นเหตุที่เจ้าของฟาร์มออกมาเปิดเผยเรื่องราคาหมู และไม่มีคนซื้อ ตั้งอยู่เลขที่ 33 ต.ห้วยยาง อ.แกลง จ.ระยอง เพื่อตรวจสอบกรณีที่เจ้าของฟาร์มออกมาเปิดเผยเรื่องราคาหมู และไม่มีคนซื้อ พบนายบรรทม และนางปริญทิพย์ ศึกษา สองสามีภรรยาเจ้าของฟาร์มหมู ได้ให้ทุกคนอยู่เฉพาะหน้าฟาร์มเท่านั้น เพราะไม่สามารถให้เข้าไปภายในฟาร์มได้ เนื่องจากเป็นสถานที่ปลอดเชื้อ ก่อนที่ปศุสัตว์และพาณิชย์จังหวัดระยอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะได้ตรวจสอบถึงเรื่องราวและข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น



น.ส.สวีรยา ปั้นปาน พาณิชย์จังหวัดระยอง กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่าทางบรรทมฟาร์มเป็นคู่สัญญากับบริษัทแห่งหนึ่งในการเลี้ยงหมู โดยมีการประกันราคากันอยู่ที่ 60 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งถือเป็นราคาที่ต่ำกว่าราคาตลาดในขณะนี้ ซึ่งจะมีการประสานทางบริษัทคู่สัญญาว่าในอนาคตจะมีการปรับราคาอิงกลไกตลาดได้หรือไม่ เพื่อความเป็นธรรมกับผู้เลี้ยง และที่สำคัญบริษัทควรคำนึงธรรมาธิบาล และมีคุณธรรม หากมีกำไรได้แต่อย่าให้มากจนเกินไป อย่างไรก็ตามเตรียมนำเรื่องดังกล่าวเสนอไปยังกระทรวงพาณิชย์ เพื่อทางออกที่เหมาะสมต่อไป


ด้าน นายพนธ์สมิทธิ์ กลางนภา ปศุสัตว์จังหวัดระยอง กล่าวว่า จากการตรวจสอบเป็นการเข้าใจที่คลาดเคลื่อน ซึ่งความจริงแล้วเป็นการทำสัญญากับบริษัทคู่สัญญาโดยมีการตกลงกันเมื่อ 5 เดือนที่แล้วในราคา 60 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งราคาตลาดในขณะนั้นอยู่ประมาณ 70 บาท โดยผู้เลี้ยงไม่ต้องลงทุนก่อน ทางบริษัทจะส่งลูกหมูพร้อมอาหาร ยาเวชภัณฑ์ต่างๆ มาให้ก่อน โดยจะมีการหักต้นทุนหลังจากขายแล้ว เตรียมประสานทางบริษัทคู่สัญญามาพูดคุยกันว่าจะสามารถเพิ่มราคาให้กับผู้เลี้ยงตามเหมาะสมได้ไหม ซึ่งจะมีการพูดคุยกันต่อไป


ด้านนายบรรทม เจ้าของฟาร์ม กล่าวว่า ที่ออกมาเปิดเผยข้อมูลต้องการให้มีการแก้ไขเรื่องราคาหมูที่แพงเกินจริง สังคมจะได้รับรู้ว่าคนเลี้ยงได้เท่าไหร่ ซึ่งได้ราคาเพียงตัวละประมาณ 500 บาทเท่านั้น จึงอยากรู้ว่าหมูมันไปขึ้นตรงไหน ไปแพงตรงไหน สังคมจะได้รับรู้ ที่ออกมาเปิดเผยข้อมูลก็ต้องการให้ลดราคาหมูลง การออกมาพูดอาจจะเสี่ยงต่อชีวิตก็ได้ แต่ต้องการเพื่อความเป็นธรรมต่อผู้บริโภค


ด้าน นางปริญทิพย์ กล่าวว่า หลังจากที่เป็นข่าวดังรู้สึกเครียดมาก ทั้งผู้ติดต่อจะมาซื้อหมู และภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ได้ติดต่อเข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริง จึงทำให้รู้สึกว่าความจริงเป็นสิ่งที่พูดไม่ได้ จึงขอชี้แจงข้อเท็จจริงว่า ฟาร์มหมูของตน เป็นฟาร์มที่ทำสัญญากับบริษัทแห่งหนึ่ง โดยมีการทำสัญญาประกันราคาไว้ที่ 60 บาทต่อกิโลกรัม กำหนดเวลาเลี้ยงไว้ที่ 150 วัน หรือน้ำหนักตัวหมู 120-130 กิโลกรัมต่อตัว โดยเริ่มตั้งแต่ซื้อลูกหมูมาเลี้ยง จนกระทั่งโตตามกำหนดคือ 5 เดือน หรือน้ำหนักประมาณ 120-130 กิโลกรัม ซึ่งในปัจจุบันในฟาร์มมีหมูจำนวน 1,400 ตัว มีน้ำหนักได้ตามกำหนดแล้ว ติดต่อไปก็ยังไม่มีการมาจับ จึงเกรงว่าจะเหมือนกับฟาร์มที่ จ.ตราด ต้องยืดเวลาเลี้ยงไปถึง 170 วัน ต้องแบกภาระค่าอาหารเพิ่มไปอีก 20 วัน ส่วนเรื่องราคาขอยืนยันว่าขายได้ 60 บาทต่อกิโลกรัมจริงตามราคาประกันจากบริษัทคู่สัญญา ที่ออกมาพูดไม่ได้ตั้งใจจะให้ไปกระทบใคร ไม่มีเจตนาให้ใครเดือดร้อน เพราะตนเองยังต้องทำอาชีพเลี้ยงหมูเลี้ยงชีพไปอีกนาน จึงไม่อยากให้เกิดผลกระทบต่ออาชีพ เพียงเพราะกังวลหวั่นว่าหมูที่เลี้ยงจะขายไม่ได้ เพราะราคาแพงไม่มีใครซื้อกิน จึงขอรับผิดชอบที่พูดออกไปทั้งหมด และขอโทษทุกคนที่เกี่ยวข้องด้วย

ดาวน์โหลด (1).png

เพื่อให้ทุกท่านสามารถติดตามประเด็นวิเคราะห์เจาะลึกผ่านทาง CLOSE-UP THAILAND เชิญเพิ่มเพื่อนทางไลน์ @closeupthailand