S__5062658.jpg

‘เด็นโซ่’ ฉลองครบรอบ 50 ปี ประกาศเป็นผู้นำการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตที่ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

พร้อมขับเคลื่อนสู่อนาคตที่ดียิ่งกว่าอย่างยั่งยืน

Net Zero- Carbon Neutrality

(23 กันยายน 2565) กลุ่มบริษัทเด็นโซ่ประเทศไทย ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ระดับโลก เปิดตัวนวัตกรรมการผลิตแบบเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ใช้งาน เนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีการก่อตั้งบริษัท พร้อมขับเคลื่อนสู่อนาคตที่ดียิ่งกว่าภายใต้กรอบของการพัฒนาที่ยั่งยืนเพื่อประชาคมโลก โดยมีจุดมุ่งหมายหลัก คือ การเป็นบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2035 (พ.ศ. 2578)



นายนาโอโตะ อินนูซูกะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เด็นโซ่ อินเตอร์เนชั่นแนล เอเชีย จำกัด กล่าวว่า “ผมขอขอบคุณผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในทุกภาคส่วนสำหรับการสนับสนุนที่ทำให้เด็นโซ่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์นับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน จนสามารถยืนหยัดเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมยานยนต์เคียงข้างสังคมไทย ตลอดระยะเวลา 50 ปีที่ผ่านมา เด็นโซ่ดำเนินธุรกิจโดยให้ความสำคัญด้านสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย และความสะดวกสบายของผู้คน โดยมีจุดมุ่งหมายในการใช้เทคโนโลยีสร้างสรรค์สังคมล้ำสมัยที่ทำให้ผู้คน ยานยนต์ และสิ่งแวดล้อมอยู่ร่วมกันได้อย่างกลมกลืนและสมดุล”

“ในโอกาสครบรอบ 50 ปีนี้ ถือเป็นโอกาสอันดีที่เด็นโซ่จะประกาศวิสัยทัศน์ใหม่ จาก 5 ทศวรรษแห่งการเป็นบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์คุณภาพระดับโลกสู่‘ผู้นำการขับเคลื่อนสู่อนาคตที่ดียิ่งกว่าเพื่อประชาคมโลกอย่างยั่งยืน’ ภายใต้กรอบของการพัฒนาที่ยั่งยืนหรือ SDGs - Sustainable Development Goals” เพื่อบรรลุเป้าหมายทั้ง 3 ประการของเด็นโซ่ในภูมิภาคเอเชียอันได้แก่ ความเป็นกลางทางคาร์บอน การผลิตในยุคอนาคต และการแก้ปัญหาทางสังคมด้วยเทคโนโลยีของเด็นโซ่


ดร. ธีระวัฒน์ ลิมปิบันเทิง ประธานบริษัท สยาม เด็นโซ่ แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด กล่าวขอบคุณผู้สนับสนุนเด็นโซ่พร้อมทั้งประกาศเปิดตัวนวัตกรรมการผลิตแบบเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ใช้งานภายใต้แนวคิด Lean and Clean หรือ การลดความสูญเปล่าที่เกิดจากกระบวนการผลิตทั้งหมด รวมถึงปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต โดยมีเป้าหมายการลดการใช้พลังงาน และส่งเสริมการผลิตด้วยพลังงานหมุนเวียน พร้อมทั้งจัดการบุคลากรอย่างมีประสิทธิภาพควบคู่ไปด้วยเพื่อสร้างรากฐานในการก้าวสู่ Thailand 4.0 และ Carbon Neutrality ไปในเวลาเดียวกัน ซึ่งจะมาเป็นตัวเปลี่ยนเกมส์ที่นอกจากจะทำให้เด็นโซ่ยืนหยัดเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์แล้ว ยังจะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศซึ่งเป็นปัญหาหลักที่ประชาคมโลกให้ความสำคัญ ซึ่งเด็นโซ่จะนำมาใช้เพื่อมุ่งสู่การเป็นผู้นำการขับเคลื่อนสู่อนาคตที่ดียิ่งกว่าอย่างยั่งยืนผ่านการพัฒนาธุรกิจตามกรอบของ SDGs ดังต่อไปนี้

1. ด้านสิ่งแวดล้อม

มุ่งพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อบรรลุเป้าหมายการสร้างความเป็นกลางทางคาร์บอนตลอดวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ผ่านโซลูชันด้านอุตสาหกรรม อย่างเช่น การนำพลังงานหมุนเวียนมาใช้ในสายการผลิต การออกแบบเครื่องจักรภายใต้แนวคิด 1/N หรือการลดขนาดเครื่องจักรให้มีขนาดเล็กและพัฒนาเทคโนโลยีเครื่องจักรเพื่อลดการใช้พลังงานและลดการแผ่รังสีความร้อน รวมทั้งเพิ่มขีดความสามารถของการดักจับและจัดเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากสายการผลิต

2. ด้านเศรษฐกิจและสังคม

เพิ่มการลงทุนและการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากญี่ปุ่นให้กับคนไทย รวมทั้งส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรผ่านโครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลญี่ปุ่นและรัฐบาลไทย รวมถึงการพัฒนาทักษะความสามารถของเจ้าหน้าที่ออกแบบและติดตั้งระบบการผลิตอัตโนมัติทั้งด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ในอุตสาหกรรม (System Integrator หรือ SI) นอกจากนี้ ยังมีการจัดการฝึกอบรมวิทยากรเพื่อรองรับแผนเพิ่มขีดความสามารถของอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติต่อไป


กลุ่มบริษัทเด็นโซ่ประเทศไทยก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2515 ในนาม บริษัท นิปปอนเด็นโซ่ ประเทศไทย จำกัด โดยประเทศไทยนับเป็นสาขานอกประเทศญี่ปุ่นสาขาแรก กลุ่มบริษัทเด็นโซ่ประเทศไทยถือเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายอุปกรณ์ชิ้นส่วนยานยนต์รายแรกของไทยภายใต้นโยบายจากภาครัฐที่เน้นการส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ภายในประเทศ เมื่อผสานกับนโยบายที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพเป็นหลัก ทำให้กลุ่มบริษัทเด็นโซ่ประเทศไทยได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง ส่งผลให้ธุรกิจเจริญเติบโตขึ้นอย่างมั่นคง ปัจจุบัน กลุ่มบริษัทเด็นโซ่ประเทศไทยประกอบด้วยบริษัทในเครือทั้งสิ้นจำนวน 10 บริษัท สามารถสร้างยอดขายในปี 2021 มากกว่า 103,024 ล้านบาท เติบโตขึ้นมากกว่า 31% จากปี 2020

DENSO gears towards a more sustainable future as an automotive parts manufacturer

Bangkok, September 23rd, 2022 – In commemoration of its 50th anniversary as a leading automotive parts company, Thai DENSO Group has set their sights on fulfilling their commitments towards the United Nation’s Sustainable Development Goals (SDGs) by innovating their manufacturing with a larger emphasis on sustainability and safety, in hope of achieving carbon neutrality by the year 2035.

“I would like to extend my heartfelt gratitude to all of our stakeholders who have been extremely supportive of us, from our humble beginnings leading to our position today as a leader in Thailand’s automotive industry. Throughout the years, DENSO has always operated with a strong hindsight of environmental sustainability, safety, and people’s well-being in mind. Moving forward, we aim to fully utilize the technology at our disposal to harmonize the production of our automotive parts with the needs and well-being of both the environment and the society at large.” Mr. Naoto Inuzuka, Chief Executive Officer and President of DENSO International Asia Co. Ltd., said.

“To commemorate our 50th anniversary, and in line with five decades long heritage as a leading automotive parts manufacturer, we are proud to announce that DENSO has set a new vision of becoming a sustainability leader as we move towards a better future for our global community under the UN’s SDGs in order to archive our ASIA 3 pillars namely CO2 Neutrality, Future Manufacturing and Social Solution” Mr. Naoto Inuzaka further added.

Dr. Theerawat Limpibanteung, President of Siam DENSO Manufacturing Co. Ltd., also thanked the supporters as they announced the company’s new manufacturing innovation under the Lean and Clean concept which is both environmentally friendly and ensures safety for all users. It aims to improve productivity by decreasing energy usage. Instead, it shifts to using more of renewable energy and managing staff resources effectively in order to build itself as carbon neutrality manufacturer for Thailand 4.0. This new concept is earmarked as a game changer, as it doesn’t only reaffirm DENSO’s position as an industry leader, but also helps address pressing environmental issues that the global community is currently turning their focus to. DENSO’s new innovation will be utilized to strive for better sustainability benchmarks, while aligning with the following UN’s SGDs:

1. Environment (Planet)

DENSO will strive to develop and streamline its environment-friendly manufacturing technology, with the ultimate goal attaining carbon neutrality along the products’ life cycle through available industry solutions. Examples of this approach are utilizing energy from renewable sources along its production line, designing machines with the 1/N concept (reduction of machine size, technology improvement, and optimization of the material used in order to decrease energy usage and heat dissipation), and optimizing the ability to capture and store carbon dioxide along the production line.

2. Economy and Society (Prosperity and People)

DENSO will allocate extra resources in investment and the transfer of technology from Japan to their Thai staff, with an aim to further promote human resources development programs through collaborative efforts between the Thai and Japanese governments, especially on the important role like System Integrator (SI). Additional trainings will also be provided in order to increase and harmonize the integration of an automated system in the future.

Previously known as Nippon DENSO Thailand Co. Ltd, Thai DENSO Group was founded in 1972 as the first international branch of Denso. It is the first automotive parts manufacturer and distributor supported and ratified under the Thai government’s local automotive industry policy. Building on top of its pioneering initiatives together with its quality-oriented values, Thai DENSO Group is recognized as a leading manufacturer in the global automotive industry, with sustained business growth leading until present. Thai DENSO Group is comprised of 10 subsidiary companies. It has accrued sales value of higher than 103,024 million Bath in 2021 correlating with a 31% growth compared with in 2020.

ดาวน์โหลด (1).png

เพื่อให้ทุกท่านสามารถติดตามประเด็นวิเคราะห์เจาะลึกผ่านทาง CLOSE-UP THAILAND เชิญเพิ่มเพื่อนทางไลน์ @closeupthailand