S__5062658.jpg

เตือน!ผู้ร้ายใช้ทางด่วนหลบหนียาก เมื่อการทางพิเศษจับมือตร.สอบสวนกลางเชื่อมโยงเทคโนโลยีข้อมูลร่วมกัน.

คมนาคม-ขนส่ง

เดินหน้า MOU เชื่อมโยงระบบคอมพิวเตอร์และแลกเปลี่ยนข้อมูลในระบบสารสนเทศ ยกระดับการให้บริการ สร้างความพึงพอใจสูงสุดแก่ผู้ใช้ทางพิเศษ เพื่อความมั่นคงและความปลอดภัยของสาธารณะ

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือในการเชื่อมโยงระบบคอมพิวเตอร์และแลกเปลี่ยนข้อมูลในระบบสารสนเทศ ระหว่าง การทางพิเศษแห่งประเทศไทย กับกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยผู้บริหารและผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นสักขีพยาน ในวันที่ 21 พฤศจิกายน 2565 ณ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมกล่าวว่า การลงนามบันทึกความเข้าใจฯ ฉบับนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาความร่วมมือในการเชื่อมโยงระบบคอมพิวเตอร์และแลกเปลี่ยนข้อมูลในระบบสารสนเทศ ระหว่าง กทพ. และ บช.ก. โดย กทพ. จะทำการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลของผู้ใช้ทางพิเศษและข้อมูลอื่น ๆ จากฐานข้อมูลระบบจราจรอัจฉริยะที่มีอยู่ในระบบสารสนเทศ ได้แก่ ฐานข้อมูลระบบจราจรอัจฉริยะ (ITS Center) ฐานข้อมูลระบบ Data Exchange Center และฐานข้อมูลระบบ Automatic Lane Control ในขณะที่ บช.ก. จะจัดให้มีมาตรการ ในการปกป้องคุ้มครองข้อมูลดังกล่าวมิให้ถูกละเมิด เป็นไปตามระเบียบที่คณะรัฐมนตรีกำหนดว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยการดำเนินการดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ต่อการวิเคราะห์ข้อมูลอาชญากรรม อันจะนำมาซึ่งประสิทธิภาพในการสืบสวน ป้องกันปราบปรามอาชญากรรม อำนวยความยุติธรรมให้กับประชาชน และนำมาซึ่งความมั่นคงและความปลอดภัยของสาธารณะ


ทั้งนี้ การบูรณาการความร่วมมือเชื่อมโยงระบบคอมพิวเตอร์และแลกเปลี่ยนข้อมูลในระบบสารสนเทศ ระหว่าง กทพ. กับ บช.ก. ครั้งนี้ ถือเป็นเป็นมิติใหม่ในการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ในการดำเนินงานเพื่อสนับสนุนให้เกิดการบูรณาการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เกี่ยวข้อง นำมาซึ่งความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีด้านความรับผิดชอบต่อสังคม รวมถึงยกระดับการให้บริการประชาชนของทั้ง 2 หน่วยงาน เพื่อประโยชน์สูงสุดแก่พี่น้องประชาชนและประเทศชาติต่อไป

นายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทยกล่าวว่า การทางพิเศษฯ มีความมุ่งมั่นพัฒนาการให้บริการทางพิเศษแก่ผู้ใช้ทางโดยมีแนวคิดในการนำเทคโนโลยีดิจิทัล รวมถึงระบบต่างๆที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานมาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการทางพิเศษ เพื่อพัฒนาองค์กรให้สอดคล้องวิสัยทัศน์ “องค์กรนวัตกรรมเพื่อการเดินทางและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น” ตามแผนวิสาหกิจปีงบประมาณ 2566-2570ให้บรรลุเป้าหมาย และใช้เป็นแนวทางในการขับเคลื่อนการดำเนินงานขององค์กรเพื่อมุ่งไปสู่การเป็นทางพิเศษอัจฉริยะ(Smart Expressway) ในอนาคตต่อไป “วันนี้ ผมดีใจและยินดีที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เล็งเห็นถึงศักยภาพ และความพร้อมของการทางพิเศษฯ ผมมั่นใจว่าMOU ฉบับนี้จะก่อประโยชน์ต่อประชาชนในหลากหลายด้าน และส่งเสริมการปฏิบัติหน้าที่ของ 2 หน่วยงานได้อย่างดี”

พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลางกล่าวว่า ข้อตกลงความร่วมมือนี้ จัดทำขึ้นเพื่อพัฒนาความร่วมมือในการเชื่อมโยงระบบคอมพิวเตอร์ และการแลกเปลี่ยนข้อมูลในระบบสารสนเทศ ระหว่าง กทพ. และ ตำรวจสอบสวนกลาง ที่จะทำให้ระบบเชื่อมโยงข้อมูลจากหน่วยงานของรัฐเกิดประโยชน์ต่อการวิเคราะห์ข้อมูลอาชญากรรมต่างๆ ส่งผลประสิทธิภาพในการสืบสวน ป้องกันปราบปรามอาชญากรรม และอำนวยความยุติธรรมให้กับประชาชน

ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีมากที่ 2 หน่วยงานมาจับมือทำงานร่วมกันโดยใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี เพราะเคยมีความพยายามมาหลายครั้ง แต่ไม่สำเร็จ “เมื่อผู้ว่าการทางพิเศษคนปัจจุบัน และผมแลเห็นตรงกันในการนำเทคโนโลยีมาใช้ประโยชน์ จึงนำมาสู่การจัดทำข้อบันทึกร่วมกันฉบับนี้ขึ้น” ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลางหนุ่มไฟแรงแสดงความมั่นใจต่อประโยชน์ที่จะตามมาจากMOU ที่ร่วมลงนามกับผู้ว่ากทพ.คนหนุ่มไฟแรงเช่นเดียวกัน

พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช กล่าวอีกว่า หลายครั้งที่ผู้กระทำความผิดกฎหมายใช้ช่องทางด่วนในการหลบหลีกการตามจับกุม โดยหากนำเทคโนโลยีมาใช้จะทำให้การจับตัวไดง่ายขึ้น และหลบหนียากขึ้น เพราะทันทีเมื่อเข้ามาในระบบทางด่วนจะรู้ทันทียานพาหนะผู้กระทำความผิดที่ตำรวจกำลังตามตัวอยู่ในระบบ "ขึ้นกับ AI ที่เราจะคิดร่วมกันว่าจะตั้งเป็นแบบดัง ปี๊บๆๆหรือไม่ แต่เทคโนโลยีจะทำให้เราทำงานง่าย และมีประสิทธิภาพกว่าเดิม”



ดาวน์โหลด (1).png

เพื่อให้ทุกท่านสามารถติดตามประเด็นวิเคราะห์เจาะลึกผ่านทาง CLOSE-UP THAILAND เชิญเพิ่มเพื่อนทางไลน์ @closeupthailand