S__5062658.jpg

เทเลนอร์เอเชีย ชี้การทำงานผ่านมือถือ ช่วยเสริมประสิทธิภาพทำงานได้จริง


ผลการศึกษา "Digital Lives Decoded” ฉบับที่ 2 เทเลนอร์เอเชีย ชี้การทำงานผ่านมือถือ ช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงานได้จริง แต่นายจ้างยังต้องดูแลพนักงานให้ดียิ่งขึ้นไปอีก

  • พนักงานหญิงและผู้บริหารระดับสูงเห็นว่า การทำงานผ่านมือถือช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้ดีขึ้น

  • นโยบายและแนวปฏิบัติในที่ทำงานยังล้าหลัง ไม่เหมาะกับความเป็นจริงในการทำงานยุคใหม่ ทำให้พนักงานและองค์กรไม่สามารถผลักดันศักยภาพการทำงานได้อย่างเต็มที่

  • ผู้ตอบแบบสอบถามในสิงคโปร์ยังคาใจ ในประโยชน์ของเทคโนโลยีมือถือสำหรับการทำงาน

2 พฤศจิกายน 2565 – ผลการศึกษา "Digital Lives Decoded” ในหัวข้อโทรศัพท์มือถือกับการทำงาน เนื่องในวาระครบรอบ 25 ปีของเทเลนอร์เอเชีย สำรวจพฤติกรรมของผู้ตอบแบบสอบถามทั่วทั้งภูมิภาคเอเชีย มีการใช้โทรศัพท์มือถือเพื่อปรับตัวให้เข้ากับชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป จากวัฒนธรรมการทำงานใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นหลังการระบาดของโควิด -19 ระบุว่า ผู้คนในเอเชียหันมาใช้โทรศัพท์มือถือเพื่อยกระดับชีวิตการทำงาน ทำให้ประสิทธิภาพและทักษะการทำงานที่เพิ่มขึ้น และการเข้าถึงโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ

นอกจากนี้ ผลการศึกษายังชี้ให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่เปลี่ยนแปลงไประหว่างนายจ้างและลูกจ้าง โดยเน้นย้ำถึงความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับประเด็นความไว้วางใจและการควบคุมของหัวหน้างาน เนื่องด้วยรูปแบบการทำงานที่ผสมผสานระหว่างการทำงานในสำนักงานและการทำงานแบบออนไลน์ ซึ่งก่อให้เกิดช่องว่างระหว่างพนักงานและผู้บังคับบัญชา การศึกษาดังกล่าวสำรวจพฤติกรรมผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตบนมือถือ 8,000 รายใน 8 ประเทศ ในเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ได้แก่ บังกลาเทศ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ปากีสถาน ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม)

ผลสำรวจในประเทศไทย

  • ในประเทศไทย ผู้หญิง (61%) จำนวนมากกว่าผู้ชาย (39%) รู้สึกว่าโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์พกพา มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาอาชีพและทักษะการทำงาน เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของภูมิภาคที่ 54% สำหรับผู้หญิงและ 52% สำหรับผู้ชาย

  • ผู้บริหารระดับ C-suite ในประเทศไทย (44%) มีแนวโน้มน้อยที่สุดที่จะรายงานประโยชน์จากเทคโนโลยีมือถือในการช่วยพัฒนาทักษะและอาชีพ เมื่อเปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ยของผู้บริหารระดับ C-suite ในภูมิภาค (61%)

  • ผู้ตอบแบบสอบถามชาวไทยมีความกังวลน้อยที่สุด (25%) เกี่ยวกับการก้าวให้ทันกับทักษะเทคโนโลยีมือถือ เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยโดยรวมที่ 42%

  • ผู้ตอบแบบสอบถามชาวไทยมองว่าบริษัทของตนใช้ศักยภาพของโทรศัพท์มือถือและเทคโนโลยีอย่างเต็มที่มากที่สุด (87%) เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยที่ 76%

  • คนไทยมีความกังวลน้อยที่สุดว่าความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยนั้นเป็นอุปสรรคต่อการใช้งานเทคโนโลยีมือถืออย่างเต็มศักยภาพ (40%) เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยที่ (60%) ซึ่งเป็นผลมาจากการขาดทักษะและความรู้ การไม่ยอมเปลี่ยนพฤติกรรม และนโยบายสถานที่ทำงานที่ไม่เอื้ออำนวย

  • ผู้ตอบแบบสอบถามชาวไทย (55%) เป็นกลุ่มที่มองโลกในแง่บวกมากที่สุดเกี่ยวกับการสร้างแหล่งรายได้ใหม่จากโทรศัพท์มือถือ เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยที่ 52%

นายเยอเก้น โรสทริป หัวเรือใหญ่ แห่งเทเลนอร์เอเชีย กล่าวว่า “การวิจัยของเราชี้ให้เห็นว่าการเชื่อมต่อผ่านมือถือนั้นเป็นตัวกลางที่ก่อให้เกิดประสิทธิภาพ ความก้าวหน้า ความยืดหยุ่น และโอกาสทางเศรษฐกิจ แต่เรายังคงเห็นช่องว่างในการใช้งานเทคโนโลยีดังกล่าวระหว่างประชากรในเมืองและชนบท บริษัทขนาดใหญ่และเอสเอ็มอี ระหว่างอุตสาหกรรมต่างๆ หรือแม้แต่ผู้บริหารและพนักงานใต้บังคับบัญชา นอกจากนี้ ผู้คนยังมีความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับทักษะและความสามารถของตน ในการก้าวให้ทันกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป ขณะที่ประเด็นเรื่องความไว้วางใจในการทำงาน ยังส่งผลให้ผู้คนไม่สามารถบรรลุศักยภาพของตนอย่างเต็มที่ จากการใช้งานโทรศัพท์มือถือในโลกการทำงาน ในยามที่ผู้คนใช้เวลาในการทำงานบนโลกออนไลน์มากขึ้น ผลสำรวจของเราก็ช่วยชี้ให้เห็นถึงเครื่องมือและองค์ความรู้ที่เหมาะสมในการลดช่องว่างเหล่านี้และยกระดับคุณภาพชีวิตการทำงานในโลกดิจิทัล”

1. พนักงานหญิงและผู้บริหารระดับสูงเห็นว่า การทำงานผ่านมือถือช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้ดีขึ้น

ผู้หญิงจำนวนมากรายงานว่าการใช้โทรศัพท์มือถือทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดย 54% ของผู้ตอบแบบสอบถามเพศหญิง เมื่อเทียบกับผู้ชายที่ 46% ยังกล่าวด้วยว่าโทรศัพท์มือถือช่วยเชื่อมต่อพวกเขาเข้ากับโอกาสในโลกการทำงานและอาชีพที่ดีขึ้น ในบังกลาเทศ ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และปากีสถาน ผู้หญิงเป็นผู้นำในการใช้มือถือเพื่อค้นหาวิธีการสร้างรายได้รูปแบบใหม่ๆ

ผู้บริหารระดับ C-suite ยังกล่าวว่าได้รับประโยชน์จากการใช้มือถือในที่ทำงาน เมื่อเทียบกับพนักงานในระดับอื่นๆ เกือบสองในสาม (61 %) ของผู้บริหารชุด C-suite กล่าวว่า โทรศัพท์มือถือช่วยพัฒนาอาชีพและทักษะอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับ 47% ของพนักงานระดับปฏิบัติการ พวกเขายังมีแนวโน้มที่จะเห็นผลิตภาพการทำงานที่สูงขึ้น โดย 60% ของผู้บริหารระดับ C-suite เมื่อเทียบกับ 52% ของผู้บริหารระดับปฏิบัติการ กล่าวว่าผลิตภาพการทำงานนั้นดีขึ้นกว่า 20% อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารระดับสูง C-suite (53 %) ส่งสัญญาณถึงความกังวลมากกว่าพนักงานระดับอื่นๆ (โดยเฉลี่ย 39 %) เกี่ยวกับทักษะของพวกเขาที่ก้าวไม่ทันกับสภาพแวดล้อมการทำงานที่เร่งรีบเช่นนี้

2. นโยบายและการปฏิบัติในที่ทำงานล้าหลัง

เกือบ 7 ใน 10 (69 %) ของผู้ตอบแบบสอบถามเชื่อว่าการเชื่อมต่อมือถือมีความสำคัญมากต่อความสำเร็จขององค์กร อย่างไรก็ดี ผู้ตอบแบบสอบถามจำนวนใกล้เคียงกัน (62 %) รู้สึกว่ายังมีช่องว่างที่จะนำประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีมือถือมาใช้พัฒนาได้ดีขึ้น

ผู้คนมองว่าการขาดทักษะและความรู้ (49 %) การไม่ยอมเปลี่ยนพฤติกรรม (31 %) และนโยบายสถานที่ทำงานที่ไม่เอื้ออำนวย (28 %) เป็นอุปสรรคสำคัญต่อการใช้โทรศัพท์มือถือในที่ทำงาน

ทั้งนี้ ผู้ตอบแบบสอบถามได้ระบุถึงจุดที่นายจ้างสามารถนำเทคโนโลยีมือถือเข้ามาช่วยสร้างเสริมประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นให้กับพนักงานได้ กล่าวคือ กระบวนการเรียนรู้และพัฒนาทักษะ (62 %) และระบบงานบริหารทรัพยากรบุคคล (54 %)

3. ประเด็นความไว้วางใจกำลังเป็นปัญหามากขึ้น

ในขณะที่พนักงานในปัจจุบันเห็นคุณค่าของเทคโนโลยีมือถือที่มีต่อชีวิตการทำงาน (มีเพียง 5% เท่านั้นที่เชื่อว่าการใช้โทรศัพท์มือถือในการทำงานจะส่งผลให้คุณภาพชีวิตนั้นลดลง) การกำหนดมาตรการป้องกันเพื่อสร้างความไว้วางใจนั้นเป็นสิ่งสำคัญสำหรับองค์กรที่มุ่งสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัล สิ่งนี้จะทวีความสำคัญในอนาคต เนื่องจากผู้ตอบแบบสอบถามจำนวนมากระบุว่า พวกเขาคาดว่าการใช้โทรศัพท์มือถือเพื่อการทำงานจะเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วง 6-12 เดือนข้างหน้า

ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย (60 %) และการขาดความไว้วางใจในเทคโนโลยี (40 %) เป็นประเด็นหลักที่ผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่าทำให้พวกเขาไม่สามารถใช้เทคโนโลยีมือถือเพื่อประโยชน์ที่มากขึ้นในที่ทำงาน

4. สิงคโปร์คาใจมากที่สุด กับประโยชน์ของโทรศัพท์มือถือในที่ทำงาน

ผู้ตอบแบบสอบถามในสิงคโปร์มีความค้างคาใจมากที่สุดเกี่ยวกับประโยชน์ของโทรศัพท์มือถือต่อชีวิตการทำงาน โดยมีเพียง 35 % (เทียบกับค่าเฉลี่ยในภูมิภาคที่ 55 %) ที่ระบุว่าโทรศัพท์มือถือช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของตนมากกว่า 20 % ในขณะที่ผู้ตอบแบบสอบถามในสิงคโปร์ 69 % (เทียบกับค่าเฉลี่ยในภูมิภาคที่ 90 %) รู้สึกว่าโทรศัพท์มือถือมีส่วนช่วยในการพัฒนาทักษะของพวกเขาในที่ทำงาน

ในขณะที่ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ทั่วทั้งภูมิภาคยังคงเชื่อว่าการใช้โทรศัพท์มือถือในการทำงานนั้นช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต แต่ในสิงคโปร์มีผู้ตอบแบบสอบถามเพียง 2 ใน 10 เท่านั้นที่รู้สึกว่าโทรศัพท์มือถือช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างมีนัยสำคัญ รั้งท้ายในบรรดาประเทศที่ได้รับการสำรวจ อีกทั้งผู้ตอบแบบสอบถามชาวสิงคโปร์จำนวน 11% ยังกล่าวด้วยว่าโทรศัพท์มือถือนั้นส่งผลให้คุณภาพชีวิตของพวกเขาลดลงอย่างมาก

รับชมวิดีโอ ผลการศึกษา "Digital Lives Decoded” ในหัวข้อ โทรศัพท์มือถือกับการทำงาน

  • การทำงานจากที่ไหนก็ได้ เป็นอาชีพที่คุณต้องการหรือไม่ ? https://youtu.be/fKqGdLW1_3s

  • ในโลกการทำงานยุคใหม่ ความไว้วางใจเป็นสิ่งสำคัญ https://youtu.be/aWTlf45QaNA

  • สร้างรายได้จากโทรศัพท์มือถือ https://youtu.be/qF1eQsAn-Cs


Mobile connectivity can supercharge careers, but employers need to do better – Telenor Asia study

  • More Women and C-suite executives say they gain from mobile connectivity at work.

  • Workplace policies and practices lag new work realities, preventing people and organisations from fully realising their potential.

  • Respondents in Singapore most sceptical about benefits of mobile technology for work.

2 November 2022 - Improved productivity, enhanced career skills and tapping into new business opportunities are just some of the ways people in Asia are turning to their mobile phones to enhance their working lives, according to a study by Telenor Asia.

The study, and second instalment in the “Digital Lives Decoded” series launched in conjunction with Telenor Asia’s 25th anniversary, looks at how respondents across the region are using their mobiles to adapt to changing realities, as new work cultures emerge post-pandemic.

It also examines the changing relationships between employers and employees, highlighting growing concerns over trust and control as hybrid work imposes a physical disconnect between employees and their managers. The study surveyed 8,000 mobile internet users across eight countries (Bangladesh, Indonesia, Malaysia, Pakistan, the Philippines, Singapore, Thailand, and Vietnam) in South and Southeast Asia.

Thailand

  • A notably larger proportion of women (61%) than men (39%) in Thailand feel their career and skills development is significantly improved by their mobile device, compared to an overall average of 54% of women and 52% of men.

  • C-suite executives in Thailand (44%) are least likely to report significant benefits in career and skills development stemming from mobile technology (61% C-suite overall).

  • Thai respondents are least concerned about keeping pace (25%) with mobile technology skills, compared to overall average of 42%.

  • They are also most likely (87%) to say that their company is fully utilising the potential of mobile phones and technologies (versus 76% average).

  • They are the least likely (40%) to cite privacy and security concerns as barriers to utilising mobile technology to the full potential (versus 60% average).

  • Thai respondents are among the most positive about new income streams afforded by mobile devices, with 55% indicating this as compared to the overall 52%.

"Our research points to mobile connectivity as an enabler of productivity, progress, flexibility and economic opportunity. Yet, we continue to see gaps in how this technology is used between urban and rural populations, large companies and SMEs, between industries and even between C-suite executives and their junior counterparts. In addition, people remain highly concerned about their skills and ability to keep pace with advancing technology. The aspect of trust is also preventing people from realising their full potential through mobile use in the world of work. As time spent working online increases, our survey findings can help identify the right tools and knowledge to close these gaps and improve digital work lives,” said Jørgen Rostrup, Head of Telenor Asia.

1. More Women and C-suite executives say they gain from mobile connectivity for work

Echoing the first instalment of the report, where more women reported that mobile usage significantly improves their lives, 54 percent of women respondents compared to 46 percent men, said their mobile phones also connect them to better job and career opportunities. In Bangladesh, the Philippines, Vietnam and Pakistan, women are leading the way in using their mobile to find new ways of generating an income.

More C-suite executives also said they benefit from mobile use at work, as compared to employees at any other level. Nearly two-thirds (61 percent) of C-suite executives say mobile devices have significantly improved their careers and skills development, compared to 47 percent of junior-level employees. They are also more likely to see productivity gains, with 60 percent of C-suite executives as compared to 52 percent of those at a junior level saying productivity has improved by over 20 percent. Despite this, C-suite executives (53 percent) signalled greater concerns than other employees (39 percent average) about their skills becoming outdated in this fast-paced working environment.

2. Workplace policies and practices lag behind

Almost seven in ten (69 percent) respondents believe that mobile connectivity is ‘very important’ to the success of their organisation. However, a similar number of people (62 percent) feel there are untapped business opportunities that could be exploited with better developed mobile technology infrastructure.

People named a lack of skills and knowledge (49 percent), resistance to changing practices and habits (31 percent) and unhelpful workplace policies (28 percent) as key barriers to fully utilising mobile connectivity at the workplace.

This is supported by 62 percent of respondents stating learning and development as an area in which their employer could improve the use and application of mobile technology; while 54 percent also cited HR systems and processes as another area for improvement.

3. Trust issues on the rise

While employees currently value the impact mobile technology has on their work life (only five percent believe that using their mobile device for work reduces their quality of life), establishing safeguards to bolster trust will be critical for organisations in the pivot to a digital-first economy. This will become even more important in the future, as many of the respondents indicated that they expect, a significant rise in their use of mobile phones for work over the next six to twelve months.

Already, privacy and security (60 percent) and lack of trust in technology (40 percent), are the top concerns flagged by respondents that prevent them from utilising mobile technology for greater benefits at work.

4. Singapore most sceptical about benefits of mobile devices at work

On multiple fronts, respondents in Singapore reported the least significant positive impact of mobile usage on their working lives. Just 35 percent (regional average 55 percent) indicate that mobile devices have improved their personal productivity at work by more than 20 percent, while 69 percent (regional average 90 percent) felt that mobile devices have contributed positively to their skills development in the workplace.

While the majority of respondents across the region still believe that using their mobile devices for work improves quality of life, in Singapore only two in ten felt the improvement is significant – the lowest among all markets surveyed. A notable 11 percent of Singaporean respondents said that mobile phones have reduced or significantly reduced their quality of life.

For more information about Telenor Digital Lives Decoded, click: https://www.telenor.com/stories/include/telenor-asia-digital-lives-decoded-work/

ดาวน์โหลด (1).png

เพื่อให้ทุกท่านสามารถติดตามประเด็นวิเคราะห์เจาะลึกผ่านทาง CLOSE-UP THAILAND เชิญเพิ่มเพื่อนทางไลน์ @closeupthailand