S__5062658.jpg

"เหลียวหลังแลหน้าEEC"โอกาสและการพัฒนาศก.ไทยลงทุนโครงสร้างพื้นฐานผ่าน77โครงการวงเงิน337,797.07ล้านบาท

EEC

ในการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 25665 ที่ผ่านมา มีมติรับทราบตามที่สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(สกพอ.) ในฐานะหน่วยงานเลขานุการของคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) เสนอมติ กพอ. ครั้งที่ 1/2565 เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2565 ที่ได้เห็นชอบ (ร่าง) แผนปฏิบัติการโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. 2566-2570 และให้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับความเห็นของกระทรวงคมนาคม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย และสำนักงบประมาณไปพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

(99+)นายกรัฐมนตรีย้ำ EEC !!! คือ โอกาสและการพัฒนาพลิกโฉมประเทศไทยครั้งสำคัญ ครม.ทุ่มงบเตรียมความพร้อมทุกด้าน โดย#closeupthailand (tiktok.com)

(นายกรัฐมนตรีแถลงภายหลังการประชุมครม.28มิย.65)


สาระสำคัญของเรื่อง

1. คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ในคราวประชุมครั้งที่ 1/2565 เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2565 มีมติเห็นชอบ (ร่าง) แผนปฏิบัติการโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (แผนปฏิบัติการฯ) พ.ศ. 2566-2570 มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาโครงข่ายการคมนาคมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ยกระดับระบบการขนส่งให้เชื่อมโยงกันอย่างไร้รอยต่อทั้งทางถนน ทางราง ทางน้ำ และทางอากาศ เพื่อพัฒนาระบบการขนส่งและโลจิสติกส์ และสนับสนุนการเดินทางโดยระบบขนส่งสาธารณะของประชาชนในพื้นที่ EEC รวมถึงพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้าและประปา เพื่อรองรับการยกระดับขีดความสามารถของพื้นที่ EEC ให้สามารถรองรับกิจกรรมทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมสมัยใหม่ เมืองใหม่ และกิจกรรมการท่องเที่ยว โดยมีความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580) (ร่าง) แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 และแผนของกระทรวงคมนาคม ประกอบด้วยโครงการด้านโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคจำนวน 77 โครงการ กรอบวงเงินรวม 337,797.07 ล้านบาท แบ่งเป็นการลงทุนโดยภาครัฐประมาณร้อยละ 53 และการลงทุนโดยเอกชน/การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (PPP) ประมาณร้อยละ 47 โดยหน่วยงานรับผิดชอบโครงการนั้น ๆ จะดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งงบประมาณจากแหล่งเงินตามขั้นตอนของกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องต่อไป

2. (ร่าง) แผนปฏิบัติการฯ พ.ศ. 2566-2570 เป็นการดำเนินการที่ต่อเนื่องจากแผนปฏิบัติการฯ พ.ศ. 2560-2565 ซึ่งมีโครงการทั้งสิ้น 168 โครงการ โดยมีความคืบหน้าในการดำเนินโครงการภายใต้แผนปฏิบัติการดังกล่าว ณ เดือนกันยายน 2564 ประมาณร้อยละ 70 ดังนั้น ในการจัดทำ (ร่าง) แผนปฏิบัติการฯ พ.ศ. 2566-2570 จึงได้มีการพิจารณาตัดโครงการบางส่วนที่ยังไม่ได้ดำเนินการซึ่งไม่มีความเชื่อมโยงกับการพัฒนา EEC ออก เช่น โครงข่ายทางสนับสนุนเชื่อมต่อระบบขนส่งหลักของประเทศ ช่วงจังหวัดสมุทรสาคร - สมุทรปราการ (สะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณอำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ) เป็นต้น และย้ายโครงการที่ยังไม่ได้ดำเนินการแต่มีความจำเป็นเข้ามาบรรจุในแผนปัจจุบันด้วย เช่น โครงการ MR2 [ชื่อเดิม โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองชลบุรี - นครราชสีมา ช่วงแหลมฉบัง - ปราจีนบุรี ทล. 359 (M61)] และโครงการศึกษาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความเพิ่มความจุทางรถไฟ ช่วงหัวหมาก - ฉะเชิงเทรา - ศรีราชา (125 กิโลเมตร) และโครงการรถไฟทางคู่ ช่วงศรีราชา - มาบตาพุด (70 กิโลเมตร) เป็นต้น รวมถึงได้นำปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้นในการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการฯ ฉบับเดิม พิจารณาประกอบกับสถานการณ์ด้านต่าง ๆ ของพื้นที่ EEC ในการจัดทำ (ร่าง) แผนปฏิบัติการฯ ฉบับใหม่นี้

ดาวน์โหลด (1).png

เพื่อให้ทุกท่านสามารถติดตามประเด็นวิเคราะห์เจาะลึกผ่านทาง CLOSE-UP THAILAND เชิญเพิ่มเพื่อนทางไลน์ @closeupthailand