S__5062658.jpg

คิดอย่าง"อุ๊งอิ๊ง"แพทองธาร ชินวัตร หน.ครอบครัวเพื่อไทย ดึง14ล้านรายกลับมาร่วมกันอีกครั้ง!

@เติมเงินลงในกระเป๋าประชาชน อย่างมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี ผ่านโครงการดี ๆที่ประสบความสำเร็จมามากมาย.

เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2565 พรรคเพื่อไทย ก็เลือกที่จะเปิดตัวแคมเปญใหม่ที่ชื่อว่า

“ครอบครัวเพื่อไทย : บ้านหลังใหญ่ หัวใจเดิม”

ณ ศูนย์ประชุมและจัดแสดงสินค้านานาชาติ มลฑาทิพย์ ฮอลล์ จ.อุดรธานี พรรคเพื่อไทยจัดกิจกรรม มีแกนนำพรรคเข้าร่วมเนืองแน่น ทั้งนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย นายชัยเกษม นิติสิริ ประธานยุทธศาสตร์ และทิศทางการเมืองพรรคเพื่อไทย นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ดร.สุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ โฆษกพรรคเพื่อไทย เป็นต้น


มีการเปิดตัวหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ได้แก่ "อุ๊งอิ๊ง"นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม พรรคเพื่อไทย บุตรสาวคนเล็ก "ดร.ทักษิณ ชินวัตร" อดีตนายกรัฐมนตรี


วันนี้ เธอได้ขายวิสัยทัศน์ และนิยามคำว่า "ครอบครัว"ไว้น่าสนใจ"และบอกถึงยุทธวิํธีในการสร้างการเติบโต และการเพิ่มจำนวนสมาชิกให้พรรคเพื่อไทย กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งหนึ่งอย่างมีนัยสำคัญ


@ทำไมจึงเป็นครอบครัวเพื่อไทย?

-ในอดีตไทยรักไทย เคยมีสมาชิกมากกว่า 14 ล้านราย แต่เมื่อพรรคโดนยุบ สมาชิกภาพของสมาชิกพรรคก็หมดสภาพไปด้วย

-กติกาใหม่ตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน บุคคลที่จะเป็นสมาชิกพรรคการเมือง ต้องจ่ายค่าสมัคร และต้องรักษาสมาชิกภาพปีละ 200 บาท ทำให้ประชาชนอีกกลุ่มหนึ่งไม่สามารถเข้าถึงการเป็นสมาชิกพรรคการเมือง ที่ถูกเผด็จการวางแผนทำหมันอย่าง

-การชวนแฟนพันธุ์แท้ มาเป็นสมาชิกครอบครัวใหญ่ จึงสะดวกกว่า และคล่องตัวการชวนมาสมัครเป็นสมาชิก ซึ่งมีค่าใช้จ่ายและเป็นภาระ ดังนั้น การประกาศทวงคืนแฟนพันธุ์แท้ 14 ล้านรายกลับมาอยู๋ในครอบครัว จึงเป็นอีกยุทธวิธีที่ชาญฉลาด

-เมื่อดึง 14 ล้านรายกลับมา แทนที่จะมีเพียงแค่ 8 ล้านดังในปัจจุบัน มากกว่า 1 เท่าตัว ย่อมมีความหมายต่อการเดินไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลในอนาคต


@บทถนัดDNAไทยรักไทย-พลังประชาชน-เพื่อไทย

ลดรายจ่าย-สร้างรายได้-ขยายโอกาสแก่ประชาชน

-แก้ไขปัญหาปากท้องประชาชน ที่เผชิญความเดือดร้อนเฉพาะหน้า และรัฐบาลปัจจุบันไม่สามารถแก้ไข ให้พวกเขาได้ เป็นนโยบายเร่งด่วนที่ ท-ท-ท (ทำทันที)

-พร้อมเติมเงินลงไปในกระเป๋าอย่างมีเกียรติ! ผ่านโครงการมากมาย เพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ สร้างโอกาส โดยเฉพาะโครงการที่เคยสร้างความสุขจากรายได้แก่ชาวบ้าน และเป็นความสำเร็จของพรรคไทยรักไทยในอดีต คือ หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ หรือ โอท็อป

แม้กาลเวลาเปลี่ยนไป แต่ความขลัง และพลังโครงการยังอักแน่น เพียงแต่นำมาปรับเข้าสู่ยุคสมัย VALUE CREATION ECONOMY

"จะเติมเงินลงในกระเป๋าประชาชน อย่างมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี"คือคำประกาศของหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย


@สร้างประชาธิปไตยและความเสมอภาค

-ความเสมอภาค ความเป็นธรรมในสังคม และลดความเหลื่อมล้ำลง! ถือเป็นอีกหัวใจที่จะต้องทำใ้เกิดขึ้น


โดย "อุ๊งอิ๊ง"เธอได้ขายวิสัยทัศน์บน 2 เป้าหมายใหญ่

"เป้าหมายแรก ต้องลงมือสร้างการมีส่วนร่วมของคนแต่ละเจเนอเรชั่น ไปพร้อมๆกับการใส่ใจปัญหาปากท้องของประชาชน "เติมเงินเน้นแก้ไขปากท้องและความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีขึ้น เป้าหมายที่สอง พรรคเพื่อไทยต้องจัดตั้งรัฐบาลให้ได้และเป็นแกนนำ ระบอบเผด็จการต้องหมดไป" ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม พรรคเพื่อไทย


" พรรคเพื่อไทยชนะเลือกตั้ง 237 เสียง แต่ถูกทำลายด้วยรัฐธรรมนูญ ที่เขียนเอาเปรียบ ครอบครัวเพื่อไทยจะเป็นนวัตกรรมมาสร้างการเมืองภาคพลเมืองเพื่อชนะเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย เราต้องร่วมสร้างพลังครอบครัวเพื่อไทย สร้างโอกาสให้ครอบครัวเพื่อไทย สำคัญที่สุดคือผู้นำต้องสามารถหลอมรวมใจเดิมๆ ของเพื่อไทยให้กลับมาเป็นหนึ่ง สืบเจตนารมณ์ สืบสายเลือดพันธุกรรม ผู้นำของเราเพื่อหลอมรวมเราเป็นหนึ่งได้ในครอบครัวเพื่อไทย มั่นใจว่าด้วยนวัตกรรมการเมืองภาคพลเมือง สองเดือนนี้จะได้ 8ล้านสมาชิก และจะเติบโตเป็นบ้านหลังใหญ่ไปเป็น 10 ล้าน 12 ล้าน 15 ล้าน"นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทยย้ำ


ดังนั้น "คิดอย่าง อุ๊งอิ๊ง"หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย จึงเป็นถนนอีกสายเพื่อรองรับ 14 ล้านรายกลับมา!!!






ดาวน์โหลด (1).png

เพื่อให้ทุกท่านสามารถติดตามประเด็นวิเคราะห์เจาะลึกผ่านทาง CLOSE-UP THAILAND เชิญเพิ่มเพื่อนทางไลน์ @closeupthailand