EEC:ไฟเขียวขยายเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ EEC อีก 4 แห่งในชลบุรี–ระยอง คาดดึงลงทุนกว่า 2.5 หมื่นล้านบาท สร้างงานกว่า 1.2 หมื่นตำแหน่ง

วันที่ 30 ตุลาคม 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เดินหน้าขับเคลื่อนการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ สร้างงาน และกระจายรายได้สู่ประชาชน โดยที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ครั้งที่ 3/2569 เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2569 ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มีมติเห็นชอบการประกาศกำหนดเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษเพิ่มเติม 4 แห่ง ในจังหวัดชลบุรีและระยอง คาดว่าจะก่อให้เกิดมูลค่าการลงทุนรวมประมาณ 25,664 ล้านบาท และการจ้างงานประมาณ 12,700–14,700 อัตรา เมื่อโครงการพัฒนาตามแผน
นางสาวลลิดากล่าวว่า เขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษทั้ง 4 แห่ง ประกอบด้วย
1. เขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ อีเทค สมาร์ท พาร์ค อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี พื้นที่ประมาณ 610 ไร่ รองรับอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ ดิจิทัล และการแพทย์ครบวงจร คาดว่าจะเกิดการลงทุนประมาณ 19,750 ล้านบาท และการจ้างงาน 3,500–5,500 อัตรา2. เขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ นิว ฮอไรซัน ซิตี้ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี พื้นที่ประมาณ 572 ไร่ รองรับอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ และดิจิทัล ภายใต้แนวคิดเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ คาดว่าจะเกิดการลงทุนประมาณ 4,000 ล้านบาท และการจ้างงานมากกว่า 1,200 อัตรา3. เขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ พนัสนิคม อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี พื้นที่ประมาณ 507 ไร่ รองรับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ชิ้นส่วนยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ และโลจิสติกส์ คาดว่าจะเกิดการลงทุนประมาณ 1,669 ล้านบาท และการจ้างงานประมาณ 7,750 อัตรา พร้อมสร้างโอกาสให้ธุรกิจบริการและผู้ประกอบการในชุมชน4. เขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ ยานยนต์สมัยใหม่ (ปลวกแดง) อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง พื้นที่ประมาณ 70 ไร่ รองรับอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ หุ่นยนต์ และดิจิทัล คาดว่าจะเกิดการลงทุนประมาณ 245 ล้านบาท และการจ้างงานเพิ่มขึ้นประมาณ 250 อัตรา
นางสาวลลิดากล่าวเพิ่มเติมว่า การขยายเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษครั้งนี้ ไม่เพียงมุ่งดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง แต่ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบสาธารณูปโภค ทั้งถนน ระบบน้ำ และไฟฟ้า เพื่อรองรับการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมและชุมชนโดยรอบ ควบคู่กับการกำกับดูแลด้านสิ่งแวดล้อมและการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
ทั้งนี้ การเห็นชอบประกาศกำหนดเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ ไม่ได้หมายความว่าผู้ประกอบกิจการทุกรายจะได้รับสิทธิประโยชน์หรือใบอนุญาตโดยอัตโนมัติ แต่ต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดภายใต้พระราชบัญญัติเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. 2561 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) จะติดตามกำกับการดำเนินงานให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด
“รัฐบาลมุ่งผลักดัน EEC ให้เป็นฐานการลงทุนอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่สร้างประโยชน์ต่อเศรษฐกิจไทยอย่างแท้จริง ทั้งการสร้างงาน เพิ่มรายได้ และขยายโอกาสให้ผู้ประกอบการในพื้นที่ โดยการส่งเสริมการลงทุนต้องดำเนินควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตประชาชน เพื่อให้การพัฒนาเศรษฐกิจเกิดความสมดุลและยั่งยืน” นางสาวลลิดากล่าว






.png)
ความคิดเห็น