top of page

Saturday Analysis:BCG: จาก Economy Model สู่ Thailand Dual Power

  • 32 นาทีที่ผ่านมา
  • ยาว 2 นาที

โดย "ดร. สุวิทย์ เมษินทรีย์" นักคิด นักยุทธศาสตร์คนสำคัญของไทยอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) เขียนบทความเรื่อง BCG: จาก Economy Model สู่ Thailand Dual PowerSไว้น่าสนใจมาก

กองบรรณาธิการCLOSE-UP THAILAND เห็นว่ามีคุณค่าจึงนำมาเผยแพร่ต่อลองไปติดตาม...!!!


BCG: จาก Economy Model


สู่ Thailand Dual Power


เมื่อเช้าวันพุธที่ 8 กรกฎาคม 2026 ผมได้รับเกียรติจากกระทรวงการต่างประเทศให้เข้าร่วมงาน “BCG Business Connect: New Horizons for Resilient Growth” ณ Andaz One Bangkok และได้กล่าวปาฐกถาในหัวข้อ

“BCG Economy Model: From Economic Development Strategy to a Win-Win Geostrategy for the New World” (ดูสรุปได้จากใน comment ข้างล่าง)


บทความนี้จึงเป็นการต่อยอดจากปาฐกถาดังกล่าว เพื่อเชื่อมโยงกับ Thailand Dual Power (ในบทความก่อนหน้า)


ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เรามักมอง BCG Economy Model ในฐานะกรอบการพัฒนาเศรษฐกิจที่บูรณาการ Bio Economy, Circular Economy และ Green Economy เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืน


แต่ในโลกที่กำลังก้าวเข้าสู่การแข่งขันเชิงภูมิรัฐศาสตร์ (Geostrategy) คำถามที่น่าคิดยิ่งกว่าคือ

เรากำลังมอง BCG ในมุมที่เล็กเกินไปหรือไม่?


วันนี้ BCG ไม่ควรถูกจำกัดให้เป็นเพียงนโยบายเศรษฐกิจ หากแต่ควรถูกยกระดับให้เป็น Strategic Narrative และ Geostrategy ของประเทศไทย


เพราะโลกกำลังเปลี่ยนจากการแข่งขันด้าน “ต้นทุน” ไปสู่การแข่งขันด้าน “ระบบ” (Systems Competition)


ประเทศต่าง ๆ ไม่ได้แข่งกันเพียงว่าใครผลิตได้ถูกกว่า แต่แข่งกันว่าใครสามารถออกแบบระบบเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และความยั่งยืนที่ตอบโจทย์โลกได้ดีกว่า


ดังนั้น BCG จึงมีศักยภาพมากกว่าการเป็นเพียงโมเดลพัฒนาเศรษฐกิจ


หากได้รับการผลักดันอย่างต่อเนื่อง ประเทศไทยอาจทำให้ BCG กลายเป็น Soft Power รูปแบบใหม่ ที่ไม่ได้ส่งออกเพียงวัฒนธรรม อาหาร หรือการท่องเที่ยว แต่ส่งออก “แนวคิดการพัฒนา” (Development Model) ที่ประเทศอื่นสามารถเรียนรู้และนำไปปรับใช้ได้


ยิ่งไปกว่านั้น BCG ยังมีศักยภาพที่จะพัฒนาไปสู่ Soft System Power ของประเทศไทย

ไม่ใช่อำนาจที่ตั้งอยู่บนขนาดของเศรษฐกิจหรือกำลังทางทหาร แต่เป็นอำนาจที่เกิดจากความสามารถในการออกแบบมาตรฐาน ระบบนิเวศ ความร่วมมือ และแพลตฟอร์ม ที่ทำให้ประเทศอื่นอยากเข้ามามีส่วนร่วม


นี่คือพลังของ “ผู้สร้างระบบ” (System Builder) มากกว่าการเป็นเพียง “ผู้เล่นในระบบ”

ภายใต้แนวคิด Thailand Dual Power ประเทศไทยจึงไม่จำเป็นต้องเลือกเดินบนเส้นทางของมหาอำนาจแบบ Hard Power


แต่สามารถสร้างความได้เปรียบผ่านการผสานความสามารถในการแข่งขันเชิงเศรษฐกิจ (Hard Competitiveness) เข้ากับ Soft Power และ Soft System Power เพื่อสร้างอิทธิพลผ่านความไว้วางใจ นวัตกรรม มาตรฐาน ความร่วมมือ และความสามารถในการเชื่อมโยงผู้คน ภาคธุรกิจ และประเทศต่าง ๆ เข้าด้วยกัน


หากทำได้สำเร็จ BCG จะไม่ใช่เพียงเครื่องมือในการสร้าง GDP

แต่จะกลายเป็น “ภาษากลาง” ที่เชื่อมเศรษฐกิจ ความยั่งยืน และความมั่นคงของภูมิภาคเข้าด้วยกัน

ในมุมนี้ ผมมองว่า BCG Economy Model มีศักยภาพที่จะเป็นหนึ่งใน Thailand Strategic Bets

Strategic Bets คือสิ่งที่โลกจะจดจำประเทศไทย ไม่ใช่เพราะเราทำทุกอย่าง แต่เพราะเราเลือกทำบางเรื่องให้ดีที่สุด และสร้างคุณค่าที่โลกไม่อยากสูญเสีย


คำถามสำคัญของศตวรรษที่ 21 จึงไม่ใช่ “ประเทศไทยเก่งเรื่องอะไร?” แต่คือ “ถ้าโลกไม่มีประเทศไทย โลกจะขาดอะไร?”


หากประเทศไทยสามารถพัฒนา BCG จาก “นโยบายเศรษฐกิจ” ให้กลายเป็น “สถาปัตยกรรมการพัฒนา” (Development Architecture) ที่เชื่อมเศรษฐกิจ เทคโนโลยี ความยั่งยืน และความร่วมมือระหว่างประเทศเข้าด้วยกัน

BCG จะไม่ใช่เพียงคำตอบของประเทศไทย

แต่อาจกลายเป็นหนึ่งในคำตอบของโลก และนั่นคือความหมายที่แท้จริงของการเปลี่ยน Economic Development Strategy ให้เป็น Win-Win Geostrategy สำหรับโลกยุคใหม่


(หมายเหตุ..)

สรุปสาระสำคัญ ปาฐกถาดร. สุวิทย์ เมษินทรีย์


“BCG Economy Model: จากยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ สู่ Win-Win Geostrategy ของโลกยุคใหม่”

โลกกำลังเข้าสู่ยุคใหม่ที่การแข่งขันไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการบรรจบกันของ เศรษฐกิจ เทคโนโลยี ความมั่นคง สิ่งแวดล้อม และภูมิรัฐศาสตร์ (Geostrategy)

คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียง “เราจะเติบโตได้อย่างไร?” แต่คือ “เราจะเติบโตอย่างไรให้แข่งขันได้ ยั่งยืน และมีภูมิคุ้มกันในโลกที่ผันผวน?”

BCG Economy Model จึงไม่ใช่เพียงโมเดลเศรษฐกิจสีเขียว แต่เป็น Strategic Framework สำหรับโลกศตวรรษที่ 21

BCG ผสานพลังของ

�• Bio Economy สร้างมูลค่าจากทรัพยากรชีวภาพ วิทยาศาสตร์ และนวัตกรรม�• Circular Economy ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า หมุนเวียน ลดของเสีย�• Green Economy ขับเคลื่อนการเติบโตควบคู่กับความยั่งยืน

เป้าหมายคือการสร้างคุณค่าพร้อมกัน 4 ด้าน

• Saved Planet�• Sustainable Growth�• Shared Prosperity�• Secured Peace

อย่างไรก็ตาม BCG ไม่ได้ทำให้การแข่งขันหายไป แต่เปลี่ยนรูปแบบของการแข่งขัน

การแข่งขันในอนาคตจะอยู่ที่

• เทคโนโลยีชีวภาพ

• พลังงานสะอาด

• ระบบอาหารแห่งอนาคต

• ห่วงโซ่อุปทานที่มั่นคง

• มาตรฐาน เทคโนโลยี และระบบนิเวศนวัตกรรม

ผู้ชนะจึงไม่ใช่ผู้ที่ผลิตได้มากที่สุด แต่คือผู้ที่สามารถสร้าง Resilience ควบคู่กับ Competitiveness

BCG ยังช่วยเชื่อมคุณค่าทั้งสามระดับเข้าด้วยกัน

• ธุรกิจเติบโต (Enterprise Performance)

• ประเทศมีความสามารถในการแข่งขันและความมั่นคง (National Resilience)

• โลกมีความยั่งยืน (Planetary Sustainability)

สำหรับประเทศขนาดกลางอย่างประเทศไทย BCG ไม่ใช่เพียงนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม แต่เป็น Geostrategy ที่ช่วยสร้างจุดยืนใหม่ของประเทศ เป็นสะพานเชื่อมเศรษฐกิจโลก และสร้างความได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์บนเวทีระหว่างประเทศ

ท้ายที่สุด ความท้าทายของศตวรรษที่ 21 ไม่ใช่เพียงการ “สร้างนวัตกรรม” แต่คือการสร้างนวัตกรรมที่ทำให้เศรษฐกิจ สังคม และโลก แข่งขันได้ ยั่งยืน และเดินหน้าต่อไปได้ในระยะยาว

BCG Economy Model จึงไม่ใช่แค่โมเดลการพัฒนาเศรษฐกิจ แต่คือ “Win-Win Geostrategy” สำหรับโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างลึกซึ้ง


ดาวน์โหลด (1).png

เพื่อให้ทุกท่านสามารถติดตามประเด็นวิเคราะห์เจาะลึกผ่านทาง CLOSE-UP THAILAND เชิญเพิ่มเพื่อนทางไลน์ @closeupthailand

bottom of page