top of page

{Saturday Analysis}::จาก Trade War สู่ Tech War และ System Warเมื่อประเทศไทยต้องเลือก “เกม” ที่จะเป็นผู้นำ

  • 15 ชั่วโมงที่ผ่านมา
  • ยาว 2 นาที

โดย "ดร. สุวิทย์ เมษินทรีย์" นักคิด นักยุทธศาสตร์คนสำคัญของไทยอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) เขียนบทความเรื่อง "จาก Trade War สู่ Tech War และ System Warเมื่อประเทศไทยต้องเลือก “เกม” ที่จะเป็นผู้นำไว้น่าสนใจมาก

กองบรรณาธิการCLOSE-UP THAILAND เห็นว่ามีคุณค่าจึงนำมาเผยแพร่ต่อลองไปติดตาม

"ก่อนอื่น ผมขอขอบพระคุณ ศาสตราจารย์เชน ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ที่กรุณามอบหนังสือ “Trade War: ต้องกล้าเล่นในเกมที่เรามีศักยภาพเป็นผู้นำ” ให้แก่ผม

หนังสือเล่มนี้ได้มองทะลุไปถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของระเบียบโลก ทั้งในมิติของเศรษฐกิจ ภูมิรัฐศาสตร์ เทคโนโลยี และการแข่งขันระหว่างมหาอำนาจ พร้อมตั้งคำถามเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญอย่างยิ่งว่า ประเทศไทยควรเลือก “เล่นในเกมที่เรามีศักยภาพจะเป็นผู้นำ” แทนที่จะพยายามแข่งขันในทุกเกมที่ผู้อื่นกำหนด

สำหรับผม นี่คือผลงานเชิง Strategic Vision อย่างแท้จริง เพราะมิได้เพียงอธิบายสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น แต่ชวนให้เราคิดไปข้างหน้า และตั้งคำถามที่ลึกยิ่งกว่า

ประเทศไทยควรออกแบบอนาคตของตนเองอย่างไร ในโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและไม่แน่นอน

ผมเห็นว่า Trade War มิใช่ปลายทาง หากเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ของระเบียบโลก

ในระยะแรก มหาอำนาจแข่งขันกันผ่านภาษี กำแพงการค้า และการย้ายฐานการผลิต

แต่เมื่อเทคโนโลยีกลายเป็น “ปัจจัยการผลิตหลัก” ของศตวรรษที่ 21 สนามแข่งขันจึงเปลี่ยนผ่านจาก Trade War ไปสู่ Tech War

สงครามในทศวรรษนี้ จึงมิได้เป็นเพียงการแข่งขันเพื่อแย่งตลาด หากเป็นการแข่งขันเพื่อครอบครอง “เทคโนโลยีแห่งอนาคต” ไม่ว่าจะเป็น AI เซมิคอนดักเตอร์ ควอนตัมคอมพิวติ้ง ชีววิทยาสังเคราะห์ พลังงานสะอาด คลาวด์ ข้อมูล ไปจนถึงมาตรฐานและระบบปฏิบัติการ

เทคโนโลยีเหล่านี้ล้วนเป็น “สินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์” ที่กำหนดอำนาจของรัฐ ผู้ชนะจึงไม่ใช่ประเทศที่ส่งออกได้มากที่สุด แต่คือประเทศที่สามารถกำหนด “มาตรฐาน เทคโนโลยี และระบบนิเวศ” ที่โลกต้องใช้

อย่างไรก็ตาม แม้ Tech War ก็อาจไม่ใช่ปลายทาง สิ่งที่กำลังก่อตัวขึ้น คือการเปลี่ยนผ่านไปสู่การแข่งขันอีกระดับหนึ่ง —จาก Trade War สู่ Tech War และกำลังมุ่งสู่ System War

“System War” คือการแข่งขันเพื่อออกแบบ “ระบบ” ของโลก ไม่ว่าจะเป็นมาตรฐาน กติกา สถาปัตยกรรม หรือ ecosystem ที่กำหนดวิธีที่โลกทำงาน


เพราะในศตวรรษที่ 21 ผู้ที่ออกแบบระบบ ย่อมมีอำนาจเหนือกว่าผู้ที่เพียงเข้าร่วมระบบ

นี่คือบริบทที่นำไปสู่แนวคิดที่ผมเรียกว่า “Thailand Dual Power”—โลกยุคใหม่ไม่ได้ต้องการเพียง Soft Power ที่ทำให้โลกชื่นชม แต่ต้องการ Soft System Power ที่ทำให้โลก “ต้องพึ่งพา”

คำถามเชิงยุทธศาสตร์จึงเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ไม่ใช่ “เราจะส่งออกอะไรได้มากขึ้น” แต่คือ “เราจะสร้างคุณค่าอะไร ที่ทำให้โลกขาดประเทศไทยไม่ได้”


นี่คือแก่นของแนวคิด “Systemic Indispensability”

ในอนาคต ประเทศจะไม่ได้แข่งขันกันด้วยขนาดเศรษฐกิจหรือทรัพยากรเพียงอย่างเดียว แต่แข่งขันกันด้วย “ความจำเป็นเชิงระบบ” ประเทศที่โลกขาดไม่ได้ ย่อมมีอำนาจต่อรองสูงกว่าประเทศที่แม้จะมีขนาดใหญ่ แต่สามารถถูกทดแทนได้


คำถามต่อมาคือ ประเทศไทยควรเดิมพันกับอะไร

ผมเชื่อว่า ประเทศไทยไม่จำเป็นต้องชนะทุกสนาม แต่จำเป็นต้อง “เลือกสนามที่ชนะได้” และ “ชนะอย่างมีนัยสำคัญ”


นี่คือความหมายของ “Thailand Strategic Bets”—เลือกให้น้อย แต่สร้างผลกระทบให้ลึกและกว้าง

ภายใต้กรอบนี้ ผมเห็นว่า BCG Economy Model มีศักยภาพที่จะก้าวข้ามการเป็นเพียงยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ ไปสู่การเป็น Global Development Platform —แพลตฟอร์มที่สามารถตอบโจทย์ของโลกในประเด็นสำคัญ เช่น ความมั่นคงทางอาหาร ความหลากหลายทางชีวภาพ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สุขภาพ และการพัฒนาที่ยั่งยืน


หากประเทศไทยสามารถยกระดับ BCG ไปสู่ระดับดังกล่าว BCG จะไม่ใช่เพียง Soft Power แต่จะกลายเป็น Soft System Power และอาจเป็นหนึ่งใน Strategic Bets ที่ทำให้ประเทศไทยกลายเป็น “ประเทศที่โลกขาดไม่ได้”


ด้วยเหตุนี้ หนังสือเล่มนี้ จึงไม่ได้ให้เพียงคำอธิบายเกี่ยวกับ Trade War แต่ได้จุดประกายให้เราคิดต่อว่า เมื่อโลกกำลังเคลื่อนจาก Trade War ไปสู่ Tech War และกำลังมุ่งสู่ System War

ประเทศไทยจะยังคงเป็น “ผู้เล่น” ในเกมของผู้อื่น หรือจะก้าวขึ้นเป็น “ผู้ออกแบบเกม” ในสนามที่เรามีศักยภาพจะเป็นผู้นำ


เพราะในศตวรรษที่ 21 ความสำเร็จของประเทศไทยจะถูกวัดด้วยคำถามที่ลึกยิ่งกว่า —หากโลกขาดประเทศไทยไป โลกจะสูญเสียอะไร ?


ท้ายที่สุด สิ่งที่มีคุณค่าที่สุดในหนังสือเล่มนี้ มิใช่เพียงข้อเสนอเชิงนโยบาย แต่คือ “หลักคิดเชิงยุทธศาสตร์” ที่ชวนให้เรากล้าจินตนาการอนาคต และกล้าร่วมกันออกแบบอนาคตนั้น

ประเทศไทยในวันนี้ ไม่ได้ต้องการเพียงผู้บริหารที่แก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ต้องการผู้นำที่สามารถ Imagining อนาคต และ Engineering เส้นทางไปสู่อนาคตนั้น หรือที่ผมเรียกว่า “Imagineering Thailand”


และผมเห็นว่า ศาสตราจารย์เชน ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ คือหนึ่งในผู้นำที่มีศักยภาพในการขับเคลื่อน Imagineering Thailand ผ่านการบูรณาการการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย นวัตกรรม และเทคโนโลยี โดยเชื่อมประสานการทำงานของกระทรวงต่าง ๆ พร้อมผนึกกำลังภาคเอกชนและภาคประชาสังคม เพื่อร่วมกัน “ออกแบบอนาคต” มากกว่าการบริหารจัดการเพียงมิติของปัจจุบัน


ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า หนังสือเล่มนี้จะไม่ใช่เพียงจุดเริ่มต้นของการสนทนา แต่จะเป็นจุดเริ่มต้นของการร่วมกันออกแบบอนาคตประเทศไทย


เพราะอนาคต มิใช่สิ่งที่เรารอให้มาถึง แต่คือสิ่งที่เราร่วมกันสร้าง และ Imagineering Thailand อาจเป็นหนึ่งในภารกิจที่สำคัญที่สุดของประเทศในศตวรรษที่ 21 หากเราต้องการให้ประเทศไทยไม่เพียง “อยู่รอด” แต่ “มีความหมาย” และ “เป็นประเทศที่โลกขาดไม่ได้” ในระเบียบโลกใหม่"

 
 
 

ความคิดเห็น


ดาวน์โหลด (1).png

เพื่อให้ทุกท่านสามารถติดตามประเด็นวิเคราะห์เจาะลึกผ่านทาง CLOSE-UP THAILAND เชิญเพิ่มเพื่อนทางไลน์ @closeupthailand

bottom of page