top of page

Saturday Analysis::"ปัจจุบันเราอยู่ในโลกยุค BANI (Brittle, Anxious, Nonlinear, Incomprehensible) ที่ระบบต่าง ๆ เปราะบางและคาดเดาไม่ได้"

  • 1 วันที่ผ่านมา
  • ยาว 1 นาที

โดย Dr. Hise Gibson Senior Lecturer จาก Harvard Business School

สมาคมนิสิตเก่า BBA คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับสมาคมศิษย์เก่า Harvard Business School แห่งประเทศไทย จัดงานเสวนาทางวิชาการหัวข้อ “From Disruption to Resilience: How Thailand and ASEAN Navigate Uncertain Times” เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ณ Chulalongkorn Business Cinema คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาฯ

โดยมีผู้นำธุรกิจและนิสิตเก่าจากทั้งสองสถาบันเข้าร่วมอย่างคับคั่งเพื่อร่วมเสวนาเกี่ยวกับทิศทางธุรกิจในยุคที่เต็มไปด้วยความผันผวน

เผชิญหน้ากับโลกยุค BANI และโจทย์ยากของ “Day 2”ไฮไลต์สำคัญคือการบรรยายเรื่อง “การเปลี่ยนผ่านจากความระส่ำระสาย (Disruption) สู่ความยืดหยุ่น (Resilience)” โดย Dr. Hise Gibson Senior Lecturer จาก Harvard Business School ระบุว่าปัจจุบันเราอยู่ในโลกยุค BANI (Brittle, Anxious, Nonlinear, Incomprehensible) ที่ระบบต่าง ๆ เปราะบางและคาดเดาไม่ได้ พร้อมชี้ให้เห็นว่าความท้าทายที่แท้จริงไม่ใช่ “Day 1” เมื่อวิกฤตมาถึง แต่คือ “Day 2” ซึ่งองค์กรต้องหาทางดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนให้ได้เมื่อความผันผวนได้เกิดขึ้นและดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง


ปฎิรูปห่วงโซ่อุปทานและใช้ AI อย่างมีวิจารณญาณในการเสวนาช่วง Panel Discussion วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิได้ร่วมแลกเปลี่ยนกลยุทธ์เชิงรุก อาทิ:• นิยามใหม่ของห่วงโซ่อุปทาน: คุณณัฐนรี ชุมมานนท์ COO, RTN Logistics ชี้ให้เห็นว่าในภาวะภูมิรัฐศาสตร์ใหม่ องค์กรในไทยและอาเซียนต้องเร่งปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทาน (Rewire Supply Chains) เพื่อสร้างความยืดหยุ่นมากกว่าเพียงแค่การเน้นประสิทธิภาพต้นทุน และการใช้ประสบการณ์และจุดแข็งของธุรกิจของธุรกิจในการพลิกวิกฤติเป็นโอกาสได้• AI กับความยั่งยืน: คุณเธนไชย เอี่ยมธงทอง CEO, Almorphosis ร่วมเจาะลึกบทบาทของ AI ที่เป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงขององค์กรในยุคปัจจุบัน และประเด็นที่ต้องพิจารณาในมุมมองต่างๆ ก่อนนำเอา AI มาปรับใช้ในการทำงานของแต่ละองค์กรซึ่งมีความแตกต่างกัน• ความยั่งยืนในระยะยาว: คุณพิลาสินี กิตติขจร CEO, Terra Digital Ventures และนายกสมาคมนิสิตเก่า BBA จุฬาฯ ได้ให้มุมมองถึงแนวทางการนำ AI มาใช้ในองค์กรช่วงวิกฤต โดยเน้นย้ำว่าต้องไม่ใช่แค่มีประสิทธิภาพในระยะสั้น แต่ต้องสร้างความยั่งยืนในระยะยาวควบคู่ไปด้วย• พร้อมที่จะรับมือสิ่งที่ท้าทายที่สุด: Dr. Hise O. Gibson ได้ยกกรณีศึกษาของหลายองค์กรและธุรกิจที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการรับมือสิ่งที่ท้าทายและยากที่สุดในด้านการตัดสินใจและการดำเนินการท่ามกลางวิกฤติ ด้วยมุมมองที่แตกต่าง และการคิดเชิงวิพากษ์ พร้อมแนะองค์กรควรมีการซ้อมแผนเพื่อรับมือสิ่งที่ไม่คาดฝันและอาจเลวร้ายที่สุด เพื่อให้สามารถรับมือความเปลี่ยนแปลงได้อย่างทันท่วงที


ถอดรหัสข้อแนะนำสำคัญจากการเสวนาจากผู้เชี่ยวชาญแต่ละท่าน สรุปได้ว่าธุรกิจต้องมีความสามารถในการ “ล้มแล้วลุก ปรับตัว เรียนรู้ และเติบโตได้ท่ามกลางความไม่แน่นอน” และมีประเด็นที่น่าสนใจที่สามารถนำมาปรับใช้ดังนี้• กล้ารับความไม่แน่นอน และความเปลี่ยนแปลง: ในโลกปัจจุบันที่มีความผันผวนรุนแรง การเปิดใจที่จะเรียนรู้และเข้าใจบริบทในปัจจุบัน และปรับตัวให้รวดเร็วเป็นเรื่องสำคัญ ความกล้าและไม่ลังเลในการเผชิญความเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องสำคัญ• เรียนรู้ให้ไวจากความผิดพลาด: แม้อาจจะเกิดความผิดพลาดหรือล้มเหลวจากการนำร่องทำสิ่งใหม่ แต่การที่ได้ทดลองทำอย่างรวดเร็วและเกิดการเรียนรู้ก่อน สามารถทำให้องค์กรสามารถก้าวข้ามผ่านอุปสรรคในระยะยาวได้เร็วและได้เปรียบคู่แข่ง• ปรับตัวได้เสมอในความไม่แน่นอน: สิ่งที่เป็นจุดแข็งหรือข้อได้เปรียบที่สุดขององค์กร อาจไม่เป็นเช่นเดิมความบริบทที่เปลี่ยนแปลงการตลอดเวลา การที่สามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งสามารถทำได้อย่างต่อเนื่อง และยั่นยืนในองค์กร เป็นสิ่งที่สำคัญ



พลังแห่งเครือข่ายและความร่วมมือระดับโลกผศ.ดร.ปณิธาน จันทองจีน รองประธานคณะกรรมการบริหารหลักสูตร BBA International Program กล่าวสรุปว่า งานในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการ reconnect นิสิตเก่า แต่เป็นการสร้างแรงกระเพื่อม (Impact) ให้กับสังคมผ่านการแบ่งปันองค์ความรู้ระดับสากล ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของสมาคมนิสิตเก่า BBA จุฬาฯ ในการสร้างความร่วมมือกับสถาบันชั้นนำระดับโลกอย่าง Harvard Business School เพื่อยกระดับมาตรฐานทางวิชาการและเตรียมความพร้อมให้ผู้นำธุรกิจไทยก้าวสู่เวทีโลกอย่างมั่นคง ความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นการตอกย้ำตำแหน่งของหลักสูตร BBA Chula ในฐานะที่เป็นหลักสูตรนานาชาติทางบริหารธุรกิจในระดับแนวหน้าของโลกอย่างแท้จริง

งานเสวนาครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า แม้ในยุคที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน แต่ด้วยกรอบแนวคิดที่ชัดเจนในการตอบสนองต่อสถานการณ์ การเลือกใช้นวัตกรรมอย่างเหมาะสม และเครือข่ายที่แข็งแกร่ง จะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ธุรกิจไทยและอาเซียนสามารถเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสที่ยั่งยืนได้

ความคิดเห็น


ดาวน์โหลด (1).png

เพื่อให้ทุกท่านสามารถติดตามประเด็นวิเคราะห์เจาะลึกผ่านทาง CLOSE-UP THAILAND เชิญเพิ่มเพื่อนทางไลน์ @closeupthailand

bottom of page