top of page

กกร. ชี้เศรษฐกิจโลกครึ่งหลังผันผวน ไทยเร่งคว้าโอกาส AI–FDI ยกระดับเศรษฐกิจสู่รายได้สูง

  • 56 นาทีที่ผ่านมา
  • ยาว 1 นาที

คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน  (กกร.) ประกอบด้วย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย โดย กกร.ได้จัดประชุมคณะกรรมการประจำเดือนสิงหาคม 2569 โดยมี นายผยง ศรีวณิช ประธานกรรมการสมาคมธนาคารไทย ในฐานะประธาน กกร. เป็นประธานในการประชุม พร้อมด้วย ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย  และนางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เป็นประธานร่วมในการประชุม


เศรษฐกิจโลกช่วงครึ่งหลังของปี 2569 เผชิญความไม่แน่นอนสูง ปัญหาความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และเทรนด์เทคโนโลยี AI ส่งผลต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลกในแบบ K-shape สะท้อนจากมุมมองของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ในการปรับประมาณการจีดีพีปี 2569 โดยกลุ่มประเทศซึ่งมีการนำเข้าพลังงานในระดับสูงมีแนวโน้มชะลอตัว ส่วนกลุ่มประเทศที่ได้รับประโยชน์จากกระแสดิจิทัลขยายตัวได้ดีขึ้น ซึ่งประกอบด้วยชาติเอเชียรวมทั้งไทย ขณะที่แรงกดดันเงินเฟ้อซึ่งสูงขึ้นหลังเหตุการณ์ในตะวันออกกลางยังไม่คลี่คลาย ทำให้ตลาดคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ค่าเงินเอเชียอ่อนค่าจากการบริหารค่าเงินเยนด้วยสกุลเงินยูโร โดยธนาคารกลางพันธมิตรซึ่งเป็นรูปแบบใหม่ในการดำเนินนโยบายการเงิน

เศรษฐกิจไทยเผชิญความท้าทายจากการปรับตัวและ capture โอกาสสร้างมูลค่าเพิ่มตามกระแสดิจิทัลของโลก แม้การส่งออกและการลงทุนมีแนวโน้มเติบโตดี โดยมูลค่าการส่งออกไทยครึ่งปีแรกขยายตัวสูง 17.6%YoY จากสินค้ากลุ่มเทคโนโลยี (สัดส่วน 26.5%) ที่เติบโตถึง 45.9%YoY ตามเทรนด์ปัญญาประดิษฐ์โลก อีกทั้งภาคการผลิตใน K ขาบนที่เติบโตสูง แต่ยังไม่สามารถส่งผ่านมูลค่าเพิ่มที่เกิดขึ้นได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ซึ่งต้องเร่งยกระดับ local content อันจะช่วยตอบโจทย์ RVC รวมถึงการส่งเสริมการผลิตเพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ ส่งเสริมให้เกิดการสร้าง supply chain ในประเทศ และการวางแผนการสร้างงานที่มีคุณภาพในอนาคต เพื่อให้ได้รับอานิสงส์จากคลื่นการลงทุนจากต่างประเทศที่มีแนวโน้มไหลเข้าสู่ไทย รวมถึงแยกแยะกลุ่ม K ขาลงให้ชัดเจนในรายอุตสาหกรรม เพื่อให้การช่วยเหลือและสนับสนุนได้อย่างตรงจุด

กกร. สนับสนุนให้เกิดการยกระดับการเชื่อมโยงข้อมูลที่อัพเดท ครอบคลุม และมีกลไกตรวจสอบความถูกต้องอย่างแม่นยำ เพื่อนำไปสู่การออกแบบมาตรการที่เหมาะสม ตรงจุด วัดผลได้ และช่วยให้การขับเคลื่อนเศรษฐกิจมีประสิทธิภาพสูงสุด อาทิ ข้อมูล รง. 8 ซึ่งเป็นข้อมูลการผลิตของผู้ประกอบกิจการโรงงาน ทำให้สามารถต่อยอดสู่การยกระดับธุรกิจไทยได้หลายมิติ โดยเฉพาะการสนับสนุนสินค้าที่ผลิตในประเทศไทย (Made in Thailand: MiT) รวมถึงการมีข้อมูลโครงสร้างการผลิตและการใช้ Local content ตลอดจนข้อมูลแรงงาน และ supply chain เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของธุรกิจที่อยู่ใน K-shape ขาลง เพื่อให้เกิดทั้งอุปสงค์และอุปทานที่ตรงเป้ากว่าเดิม สร้างโอกาสและรายได้ให้ผู้ประกอบการ และใช้ทรัพยากรการคลังได้คุ้มค่า มีประสิทธิภาพอย่างเป็นองค์รวม

นอกจากนี้ กกร. สนับสนุนการบูรณาการข้อมูลจากหลายหน่วยงานภาครัฐและเอกชน (Connect the dots) มีฐานข้อมูลที่อัพเดท เชื่อถือได้ และครอบคลุม ก้าวไปสู่การเป็น Open government ไม่ว่าจะเป็นการยกระดับการแบ่งประเภทความช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางผ่านโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบล่าสุด ให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคลตรงกับความจำเป็นและเป็นธรรม ลดการเอาเปรียบจากช่องโหว่กฎหมาย มีการตรวจสอบการใช้นอมินี เป็นจุดเริ่มต้นของการเชื่อมโยงข้อมูลภาครัฐที่จำเป็นผ่านระบบออนไลน์ให้เกิดขึ้นจริง ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาประเทศด้วยข้อมูล สอดคล้องกับแนวทาง Reinvent Thailand และเป็นเรื่องเดียวกันกับการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ ทุนเทา เศรษฐกิจนอกระบบ และเงินบาทที่หายไปจากระบบตามข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย รวมถึงการยกระดับพื้นที่ EEC ให้เป็นพื้นที่นำร่องในการอำนวยความสะดวกในการทำธุรกิจในรูปแบบ One stop service ผ่าน พรบ. อำนวยความสะดวกฯ ซึ่งการดำเนินการเหล่านี้ต้องอยู่บนพื้นฐานของความสามารถในการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานรัฐกับรัฐ และหน่วยงานรัฐกับเอกชนอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง

กกร. พร้อมร่วมผลักดันการขับเคลื่อน 5 ยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาการลงทุนใหม่ของ กรอ. ประกอบด้วย (1) Investment & Industry Transformation Hub (2) AI & Digital Hub (3) Green Economy (4) Financial Hub (5) Medical Hub ซึ่งเป็นโอกาสในการยกระดับศักยภาพของเศรษฐกิจไทย โดยนักวิเคราะห์ประเมินแนวโน้ม FDI ระยะข้างหน้าที่เข้าสู่ภูมิภาคอาเซียนจะเพิ่มขึ้นอีกกว่า 5.44 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปี 2578 ซึ่งไทยเป็นประเทศเป้าหมายของการลงทุนไม่แพ้เพื่อนบ้าน สอดคล้องกับการขอรับการลงทุนผ่าน BOI ครึ่งปีแรกที่ 1.47 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 37% จากปีที่ก่อน ทิศทางดังกล่าวถือเป็นปัจจัยหนุนการปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจเพื่อเร่งรัดการเติบโตสู่ประเทศรายได้สูงในอนาคต


ความคิดเห็น


ดาวน์โหลด (1).png

เพื่อให้ทุกท่านสามารถติดตามประเด็นวิเคราะห์เจาะลึกผ่านทาง CLOSE-UP THAILAND เชิญเพิ่มเพื่อนทางไลน์ @closeupthailand

bottom of page