กทม.ถอดบทเรียนการใช้ ‘Traffy Fondue’แก้ปัญหาเมืองได้จริงหรือไม่?
- 16 ชั่วโมงที่ผ่านมา
- ยาว 1 นาที

กทม. โชว์ ‘Traffy Fondue’ บนเวที สปน. พลิกโฉมรับเรื่องร้องทุกข์ ยกระดับสู่มิติใหม่ของการแก้ปัญหาประชาชน
วันที่ 20 ก.พ. 69 รศ.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ร่วมเสวนาหัวข้อ “พลิกโฉมการบริการยกระดับการจัดการเรื่องร้องทุกข์ สู่มิติใหม่” ภายใต้โครงการเสริมสร้างความสัมพันธ์กับเครือข่ายผู้ปฏิบัติงานเรื่องราวร้องทุกข์ (Contact Point) ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ซึ่งจัดโดยสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) ณ ห้องราชา 1 ชั้น 11 โรงแรมปรินซ์ พาเลซ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย
รองผู้ว่าฯ ทวิดา กล่าวว่า แนวทางการจัดการข้อร้องเรียนของ กทม. มีช่องทางที่หลากหลายเพื่อรองรับพฤติกรรมและความสะดวกที่แตกต่างกันของประชาชน ตั้งแต่การใช้ระบบอนาล็อกอย่างการลงพื้นที่ไปรับฟังปัญหาจากประชาชนโดยตรง ไปจนถึงการใช้สายด่วน 1555 และการนำเทคโนโลยีและแอปพลิเคชัน Traffy Fondue เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บข้อมูล ทั้งหมดนี้มีเป้าหมายเพื่อให้ กทม. สามารถรับรู้และแก้ไขปัญหาได้ครอบคลุมทุกมิติ ทั้งนี้ การนำ Traffy Fondue มาใช้ ช่วยทลายข้อจำกัดด้านเวลา ทำให้ประชาชนสามารถแจ้งเหตุได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่ต้องรอเวลาทำการ และช่วยลดภาระงานของเจ้าหน้าที่ในการบันทึกข้อมูล ความสำเร็จที่สำคัญคือการเปลี่ยนข้อมูลจากประชาชนให้กลายเป็นแผนที่ปัญหา เช่น การระบุจุดเสี่ยงน้ำท่วมที่เพิ่มขึ้นจากหลักสิบสู่หลักร้อยจุด ซึ่งช่วยให้การบริหารจัดการงบประมาณและกำลังคนทำได้อย่างตรงจุดและรวดเร็วกว่าเดิม ดังนั้น เทคโนโลยีไม่ใช่เพียงแค่เครื่องมือสื่อสาร แต่คือระบบติดตามและประเมินผลที่ช่วยยกระดับประสิทธิภาพในการแก้ปัญหาให้แก่ประชาชน
รองผู้ว่าฯ ทวิดา กล่าวอีกว่า กุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จในการบริหารจัดการเมือง คือการสร้างพลเมืองที่มีส่วนร่วม (Active Citizen) ที่กล้าสะท้อนปัญหา โดยมีรัฐที่ตอบสนองอย่างรวดเร็วผ่านการใช้เทคโนโลยีและข้อมูล เพื่อลดขั้นตอนที่ซับซ้อนและเพิ่มความโปร่งใสในการทำงาน การบูรณาการข้อมูลร่วมกันระหว่างหน่วยงานช่วยแก้ปัญหาความซับซ้อนเชิงโครงสร้าง ทำให้การจัดการข้อร้องเรียนมีประสิทธิภาพและรวดเร็วตาม SLA ที่กำหนดไว้ แม้เทคโนโลยีจะช่วยลดภาระงานและป้องกันการทุจริตได้ดี แต่หัวใจสำคัญคือการปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กร ให้เห็นว่านวัตกรรมช่วยให้การทำงานง่ายขึ้น
“หัวใจสำคัญไม่ได้อยู่ที่ตัวแอปพลิเคชันเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเกิดจากการรื้อกระบวนงานที่ล้าสมัย เพื่อให้บุคลากรสามารถนำเวลาไปใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อแก้ไขปัญหาให้แก่ประชาชนได้อย่างแท้จริง นอกจากนี้ยังต้องอาศัยการบูรณาการข้อมูลร่วมกันระหว่างหน่วยงานและการติดตามผลอย่างจริงจังจากผู้บริหารด้วย” รองผู้ว่าฯ ทวิดา ย้ำ
สำหรับการพัฒนาเครือข่าย Contact Point ของสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในปี 2569 นี้ มีเป้าหมายสำคัญในการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานรัฐทั่วประเทศรวม 426 หน่วยงาน ครอบคลุมทั้งระดับกระทรวง กรม จังหวัด รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานท้องถิ่นนำร่อง เพื่อสร้างระบบจัดการเรื่องร้องเรียนที่เป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพสูงสุดเพื่อประโยชน์ของประชาชน
ในการนี้ นายนพพร บุญแก้ว รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี นายสิริน ชาวเพ็ชรดี รองเลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายพันศักดิ์ เจริญ ผู้อำนวยการศูนย์บริการประชาชน และผู้เกี่ยวข้องร่วมกิจกรรม







.png)
ความคิดเห็น