กรมสรรพสามิตลงนาม MOU ร่วมกับกลุ่มผู้ประกอบอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับสินค้าน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน เพื่อพัฒนาระบบเชื่อมโยงข้อมูลน้ำมัน ยกระดับการจัดเก็บภาษีสู่ยุคดิจิทัล รองรับภาษีคาร์บอนในอนาคต
- 21 ชั่วโมงที่ผ่านมา
- ยาว 1 นาที

กรมสรรพสามิตลงนาม MOU ร่วมกับกลุ่มบริษัทน้ำมัน จำนวน 13 บริษัท กลุ่มผู้ให้บริการขนส่งน้ำมัน จำนวน 4 บริษัท และผู้ให้บริการเติมน้ำมันอากาศยาน จำนวน 1 บริษัท รวมทั้งสิ้น 18 บริษัท เพื่อพัฒนาระบบฐานข้อมูลดิจิทัลเชื่อมโยงปริมาณน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันที่รับเข้าและจ่ายออกจากโรงอุตสาหกรรม มุ่งยกระดับการบริหารจัดเก็บภาษีสรรพสามิต รองรับกลไกราคาคาร์บอน และเพิ่มประสิทธิภาพการกำกับดูแลอย่างโปร่งใส


ดร. พรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า วันนี้ (20 กุมภาพันธ์ 2569)ได้จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) การพัฒนาระบบเชื่อมโยงข้อมูลปริมาณน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันที่รับเข้าและจ่ายออกจากโรงอุตสาหกรรม ระหว่างกรมสรรพสามิต กับ กลุ่มบริษัทน้ำมัน กลุ่มผู้ให้บริการขนส่งน้ำมัน และผู้ให้บริการเติมน้ำมันอากาศยาน
ความร่วมมือดังกล่าวมีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อแสดงเจตนารมณ์ร่วมกันในการบริหารจัดการข้อมูล และบูรณาการระบบฐานข้อมูลปริมาณน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อันจะเป็นประโยชน์ต่อการยกระดับการบริหารจัดเก็บภาษีสรรพสามิตสินค้าน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน รองรับการจัดเก็บภาษีที่มีการกำหนดสัดส่วนกลไกราคาคาร์บอนต่อหน่วย หรือภาษีคาร์บอน (Carbon Tax) รวมทั้งสนับสนุนแนวทางการจัดเก็บภาษี ณ โรงอุตสาหกรรมปลายทางในอนาคต
อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวต่อว่า หัวใจสำคัญของความร่วมมือในครั้งนี้ คือ การพัฒนาฐานข้อมูลกลางในรูปแบบดิจิทัล เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลปริมาณน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันที่รับเข้าและจ่ายออกจากโรงอุตสาหกรรมโดยตรงจากผู้ประกอบอุตสาหกรรม เปลี่ยนผ่านรูปแบบข้อมูลจากเอกสารกระดาษสู่ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์อย่างเป็นระบบ พร้อมบูรณาการให้สามารถเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลกับระบบงานอื่น ๆ อาทิ ระบบการยื่นแบบรายการภาษี ระบบการคืนภาษี และระบบการยกเว้นหรือลดหย่อนภาษี ระบบดังกล่าวจะช่วยสนับสนุนกระบวนการจัดเก็บภาษีให้มีความถูกต้อง รวดเร็ว และเรียบง่าย ลดขั้นตอนการตรวจสอบเอกสารแบบเดิม และยกระดับการบริหารจัดการข้อมูล สู่กระบวนการดิจิทัลที่สามารถตรวจสอบได้อย่างเป็นรูปธรรม ผ่านข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อมโยงกันอย่างสมบูรณ์ นอกจากนี้ ยังเป็นการวางรากฐานสำคัญเพื่อรองรับกลไกราคาคาร์บอนในอนาคต และสนับสนุนแนวทางการจัดเก็บภาษี ณ โรงอุตสาหกรรมปลายทาง ซึ่งจะช่วยให้การกำกับดูแลและการบริหารจัดเก็บภาษีมีความโปร่งใส เป็นธรรม และตรวจสอบได้มากยิ่งขึ้น
อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวทิ้งท้ายว่า การลงนาม MOU ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงของทุกภาคส่วนในการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับการบริหารจัดเก็บภาษีสรรพสามิตสินค้าน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน อันจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบอุตสาหกรรม เพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษี และเป็นต้นแบบในการพัฒนาการบริหารจัดเก็บภาษีสรรพสามิตสินค้าอื่น ๆ ต่อไป เพื่อนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ อย่างยั่งยืน
รายชื่อกลุ่มบริษัทน้ำมัน กลุ่มผู้ให้บริการขนส่งน้ำมัน และผู้ให้บริการเติมน้ำมันอากาศยานลงนาม MOU การพัฒนาระบบเชื่อมโยงข้อมูลปริมาณน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันที่รับเข้าและจ่ายออกจากโรงอุตสาหกรรม
1. บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)
2. บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
3. บริษัท บางจาก ศรีราชา จำกัด (มหาชน)
4. บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)
5. บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน)
6. บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน)
7. บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด
8. บริษัท ซัสโก้ จำกัด (มหาชน)
9. บริษัท ไซโนเปค ซัสโก้ จำกัด
10. บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)
11. บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน)
12. บริษัท พี.ซี.สยามปิโตรเลียม จำกัด
13. บริษัท สตาร์ ฟูเอลส์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด
14. บริษัท กรุงเทพขนส่งเชื้อเพลิงทางท่อและโลจิสติกส์ จำกัด
15. บริษัท ท่อส่งปิโตรเลียมไทย จำกัด
16. บริษัท ไทย ไปป์ไลน์ เน็ตเวิร์ค จำกัด
17. บริษัท บาส์ฟขนส่งทางท่อ จำกัด
18. บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน







.png)
ความคิดเห็น