คกก. นโยบายเศรษฐกิจ ครั้งที่ 4 เดินเครื่อง Quick Big Win ต่อเนื่อง ยกระดับทักษะดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์เพื่อคนไทย Upskill – Reskill ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง พลัส
- Close Up Thailand
- 11 พ.ย. 2568
- ยาว 1 นาที

.
(10 พ.ย.68) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ ครั้งที่ 4/2568 กล่าวถึงการเดินทางไปเยือนสาธารณรัฐสิงคโปร์อย่างเป็นทางการ ในโอกาสที่ไทยและสิงคโปร์เฉลิมฉลองครบรอบ 60 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต ได้พบหารือกับประธานาธิบดี และนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ มีการลงนามความร่วมมือเพื่อขายข้าวให้กับสิงคโปร์ รวมถึงความร่วมมือกันในเรื่องต่าง ๆ เช่น การพัฒนาพลังงานสะอาด การขายคาร์บอนเครดิต และโครงการเชื่อมโยงโครงข่ายไฟฟ้าลาว ไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ ซึ่งไทยได้รับความชื่นชมและความเชื่อมั่นในด้านพลังงานจากสิงคโปร์อย่างมาก และการที่ประเทศไทยเป็น Food security หรือ "ความมั่นคงทางอาหาร" รวมทั้งความร่วมมือระหว่างกันในการพัฒนาศักยภาพแรงงาน เพื่อรองรับอุตสาหกรรมในอนาคต ซึ่งเรื่องนี้เป็นหัวข้อหลักในการประชุมวันนี้
.
สำหรับที่ประชุมได้มีการพิจารณาและเห็นชอบในประเด็นสำคัญ ดังนี้
.
- ติดตามและรับทราบรายงานความก้าวหน้าการขับเคลื่อนนโยบาย Quick Big Win ของรัฐบาล โดยใช้ Dashboard ติดตาม ซึ่งหลายโครงการมีความคืบหน้าตามเป้าหมายที่กำหนด เช่น การแก้หนี้เสียภาคครัวเรือน (ซื้อหนี้ผ่านกลไก AMC) โครงการค้ำประกันสินเชื่อ SMEs Quick Big Win ของ บสย. (วงเงิน 50,000 ล้านบาท) มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนโครงการพี่ช่วยน้อง ฯลฯ
.
- รับทราบรายงานผลของมาตรการเร่งการเบิกจ่าย ซึ่งอัตราการเบิกจ่ายงบประมาณดีกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ ทั้งภาพรวม รายจ่ายประจำ และรายจ่ายลงทุน ส่งผลให้เศรษฐกิจขยายตัวมากกว่าที่คาดการณ์ ขอให้เร่งดำเนินการต่อเนื่อง เพื่อจะได้กระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน
.
- รับทราบโครงการยกระดับทักษะด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์เพื่อคนไทย (TH-AI Passport)
.
- ให้ ก.ท่องเที่ยวและกีฬา เตรียมความพร้อมทุกด้านสำหรับการจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ (วันที่ 9 – 20 ธันวาคม 2568) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักกีฬา เจ้าหน้าที่ ตลอดจนนักท่องเที่ยว และประชาชน
.
- พิจารณาโครงการพัฒนาความรู้ทักษะ (Upskill) หรือเรียนรู้ทักษะใหม่ (Reskill) โดยร้านค้าในโครงการคนละครึ่ง พลัส ที่เข้าร่วมพัฒนาทักษะความรู้ จะรับเงินสูงสุด 2,000 บาท/ร้านค้า ผ่าน 1 ใน 3 ช่องทางตั้งแต่วันที่ 19 พ.ย. 68 – 19 ธ.ค. 68 ดังนี้
ช่องทางที่ 1: เพิ่มยอดขายผ่านออนไลน์ เพิ่มโอกาสทางการขายจากร้านค้าออฟไลน์ สู่ออนไลน์ สำหรับร้านอาหารและเครื่องดื่ม โดยเข้าร่วมฟู้ดเดลิเวอรีในโครงการคนละครึ่ง พลัส ตามเงื่อนไขที่กำหนด
ช่องทางที่ 2: เพิ่มความรู้เสริมสภาพคล่อง สมัครและเรียนหลักสูตรเสริมสร้างความรู้ทางการเงินผ่าน ธนาคารออมสิน www.oomtang.gsb.or.th สำเร็จตามเงื่อนไขที่กำหนด
ช่องทางที่ 3: เพิ่มทักษะ AI สมัครเรียนรู้หลักสูตร DBD academy ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า www.dbdacademy.dbd.go.th สำเร็จตามเงื่อนไขที่กำหนด
.
ทั้งนี้ ในสัปดาห์หน้าจะมีการนำโครงการพัฒนาความรู้ทักษะ (Upskill) หรือเรียนรู้ทักษะใหม่ (Reskill) สำหรับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง พลัส เข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาต่อไป
.
ข้อมูล ณ วันที่ 9 พ.ย.68 เวลา 23.00 น
มีร้านค้าเข้าร่วมโครงการแล้ว 882,721 ราย และมียอดผูก Food Delivery Platform พร้อมใช้ 69,415 ร้านค้า/สาขา มียอดใช้จ่ายรวมในโครงการฯ (รวมร้านค้าทุกประเภท) 27,552.3 ล้านบาท ซึ่งสามารถกระตุ้น GDP ได้ 0.1%








.png)
ความคิดเห็น