top of page

คำบอกเล่า"เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ"กับเบื้องหลังความสำเร็จการจัดงาน IMF/World Bank Group 2026 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ตลอด"7 วัน7Factor"และเหล่ามดงานกว่า 15,000 ชีวิต

12 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ยาว 2 นาที

"จบไปแล้วนะครับการประชุม ‘โอลิมปิกการเงินโลก’ ของ IMF และ World Bank Group (WBG) ระหว่างวันที่ 12-18 ตุลาคม 2569 ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างงดงาม ดังที่ผู้บริหาร IMF/WBG ได้กล่าวว่าเป็นการจัดประชุมประจำปีที่ดีที่สุดตั้งแต่เคยมีมา โดยมีคนลงทะเบียนเข้าร่วมมากที่สุดเกือบ 2หมื่นคน

และไทยสามารถโชว์ศักยภาพการจัดงานระดับโลก พร้อมยกระดับสร้างมาตรฐานสากลใหม่ให้กับการจัดงานประชุม Annual Meeting ที่สามารถถ่ายทอดศิลปะวัฒนธรรมผ่านการตกแต่งสถานที่ อาหาร การแสดง และนิทรรศการ โดยทุกอย่างมีความหมายและสะท้อนความเป็นไทยอย่างถึงแก่น

ผมขอถือโอกาสนี้ ขอบพระคุณ และขอบคุณทุกภาคส่วน ที่ทำให้การจัดประชุมครั้งประวัติศาสตร์นี้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ดังนี้ครับ:

1.ท่านนายกรัฐมนตรีอนุทิน ฯ ที่ให้การสนับสนุนการจัดงานในทุกมิติ โดยกรุณานั่งหัวโต๊ะการประชุมคณะกรรมการเตรียมงานชุดใหญ่ด้วยตนเอง


2. ท่านอาคม เติมพิทยาไพสิฐ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังที่เสนอประเทศไทยให้เป็นเจ้าภาพการจัดประชุมประจำปี IMF/WBG ในปี 2569 ซึ่งทำให้ไทยเป็นเพียงไม่กี่ประเทศในโลกที่ได้จัดงานครั้งที่ 2

3. ปลัดกระทรวงการคลังและผู้อำนวยสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค) ซึ่งเป็นขุนพลหลักในการบริหารจัดการงานประชุมทั้งองคาพยพ รวมทั้งข้าราชการกระทรวงการคลัง ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ธปท. ที่เป็นกำลังหลักในการดำเนินงานทุกด้านทั้งสารัตถะและการอำนวยความสะดวกต่างๆ (logistics) ตั้งแต่ผู้เข้าร่วมประชุมลงเครื่องจนเดินทางกลับ ไม่ว่าจะเป็นการจัดเตรียมสถานที่ ที่พัก การจัดเลี้ยงรับรอง/อาหารไทย การจัดเตรียมรถเพื่อเดินทางขนส่ง การจัดการแสดงศิลปะวัฒนธรรม การเตรียมของที่ระลึก และการเตรียมเจ้าหน้าที่ต้อนรับ (Liaison Officers) การจัด Spouse Program การเตรียมพร้อมรับมือภัยฉุกเฉิน การสื่อสารประชาสัมพันธ์ และอื่นๆ อีกมากมาย โดยมีอธิบดี ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่จากทุกหน่วยงานภายใต้การกำกับกระทรวงการคลังช่วยสนับสนุนกำลังคนและร่วมเป็นแม่งานในแต่ละส่วน


4. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นำโดยผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติและผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ซึ่งรับผิดชอบความปลอดภัยในการประชุมครั้งนี้ทั้งหมด


5. หน่วยงานทั้งภาครัฐและรัฐวิสาหกิจอื่นๆ เช่น กระทรวงการต่างประเทศ สำนักงานเลขาธิการนายก กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงสาธารณสุข กรุงเทพมหานคร ธนาคารกรุงไทย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย โทรคมนาคมแห่งชาติ การไฟฟ้านครหลวง บริษัทท่าอากาศยานไทย สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย ศูนย์ศิลปาชีพ และอื่นๆ เป็นต้น รวมทั้งชุมชนทั่วประเทศที่ผลิตผ้าและของที่ระลึก เอกชนหลายภาคส่วนที่ร่วมเป็นเจ้าภาพและต้อนรับแขกของประเทศในครั้งนี้อีกมายมายที่อาจจะกล่าว ณ ที่นี่ไม่หมด

6. นักศึกษาอาสาสมัครจากมหาลัยทั่วประเทศที่สมัครเข้ามาช่วยงานต่างๆ ในระหว่างการประชุม และทีมนักศึกษาที่นำเสนอโครงการเกี่ยวกับการออกแบบนโยบาย ซึ่งทีมที่ชนะการประกวดได้มีโอกาสนำเสนอผลงานต่อหน้าผู้นำเศรษฐกิจจากประเทศต่างๆ ที่ทำเนียบรัฐบาล


7. ทีมงานรองนายก และทีมงานรมว คลัง ทีมงานสารัตถะสศค. ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง ตั้งแต่ผู้ช่วย รมวฯ เลขานุการฯ ที่ปรึกษาฯ ทีมหน้าห้อง ทีมติดตาม ทีมสำนักงานปลัด ทีมสื่อสาร ซึ่งเตรียมเนื้อหาการประชุมในส่วนของ World Bank การประชุมระดับทวิภาคี การกล่าว Speech ต่างๆ การเตรียมข้อมูลที่เกี่ยวข้องรวมทั้งการสื่อสาร พิธีการ (protocol) ไปจะถึง Order of the Day ที่กำหนดตารางชีวิตของผมเพื่อทำให้การประชุมกว่า 50 นัด เป็นไปอย่างเรียบร้อยตลอดทั้งอาทิตย์ที่ผ่านมา

ท้ายสุดผมขอขอบคุณมดงานที่เข้ามาช่วยงานทั้งก่อนการประชุมเริ่มและระหว่างการประชุมที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์จำนวน 15,195 คน ในหลากหลายหน้าที่ อาทิเช่น ทีมงานกระทรวงการคลังและธปท. กองกำลังตำรวจรักษาความปลอดภัย คุณหมอและพยาบาล คนขับรถ คนจัดนิทรรศการ นักศึกษาอาสาสมัคร ผู้จัดงาน (organizers) ล่าม เจ้าหน้าที่ต้อนรับ (liaison officers) เจ้าหน้าที่ของ QSNCC ผู้ตกแต่งสถานที่ ผู้แสดงศิลปะวัฒนธรรมต่างๆ คนทำอาหาร เป็นต้น และขอขอบคุณสื่อมวลชนที่ทำหน้าที่อย่างแข็งขันในการเผยแพร่เรื่องราวในที่ประชุมให้คนทั้งประเทศรับทราบไปพร้อมๆ กัน

ความสำเร็จที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นของกระทรวงใด หน่วยงานใด หรือบุคคลใดคนหนึ่ง…แต่คือความสำเร็จที่เป็น "ของพวกเราคนไทยทุกคน" ตั้งแต่นักศึกษาอาสาสมัครจากเหนือจรดใต้ พี่ๆ น้องๆ มดงานทุกท่านที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจ เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและเอกชน ไปจนถึงพี่น้องประชาชนชาวไทยทุกคนที่ร่วมกันทำหน้าที่เป็น "เจ้าภาพที่ดี" ด้วยรอยยิ้มและความจริงใจ ขอให้ทุกคนภาคภูมิใจในความสำเร็จครั้งนี้ร่วมกัน เพราะเมื่อคนไทยร่วมมือกัน เราทำได้ยอดเยี่ยมไม่แพ้ชาติใดในโลกครับ

อาทิตย์ที่ผ่านมา พวกเราทุกคนได้พาประเทศไทยกลับสู่สปอตไลน์ในเวทีโลกแล้วอย่างสง่างาม

ขอบคุณทุกท่านจากใจครับ""


ดร. เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส

รมว.คลัง และรองนายกรัฐมนตรี



"ความสำเร็จเชิงประจักษ์"


ประเทศไทยเปิดตัว “Bangkok Dialogue Notes” ผลลัพธ์สำคัญจาก IMF–World Bank ชูไทยผู้นำทางความคิดและ Trusted Connector เชื่อมโลกด้วยความไว้วางใจ

ไทยสร้างประวัติศาสตร์ยอดลงทะเบียนประชุมทะลุ 19,000 คน พร้อมเสนอ 5 ข้อคิดสำคัญและ 4 เสาหลักเศรษฐกิจโลก ต่อยอดความร่วมมือสู่การเป็นประธานอาเซียนปี 2571

ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ (ดร.เอกนิติฯ) รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดตัว “Bangkok Dialogue Notes: Host Country Reflections and Contributions to the Global Dialogue” ในการประชุมประจำปีฯ ระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคม 2569 ประสบความสำเร็จอย่างน่าประทับใจ ด้วยยอดผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมประชุมกว่า 19,000 คน พร้อมได้รับคำชื่นชมจากองค์กรระหว่างประเทศและผู้แทนระดับสูงทั่วโลก

ทั้งนี้ Bangkok Dialogue Notes ถือเป็นผลลัพธ์สำคัญที่ประเทศไทยนำเสนอต่อประชาคมโลก เพื่อสังเคราะห์ข้อคิดและแนวทางความร่วมมือจากการหารือระดับโลก ตอกย้ำบทบาทของไทยที่ไม่ได้เป็นเพียงเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีฯ แต่ยังเป็นผู้นำทางความคิด (Thought Leader) ที่มีส่วนร่วมกำหนดทิศทางการหารือด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศ


Bangkok Dialogue Notes สะท้อนแนวคิดภายใต้หัวข้อหลัก “Thailand’s New Horizons: Empowering People, Building Resilience” โดยมุ่งตอบโจทย์โลกที่กำลังเผชิญความแตกแยกทั้งระหว่างประเทศและภายในประเทศ จากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี วิกฤตสภาพภูมิอากาศ และการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร ซึ่ง ดร.เอกนิติฯ เน้นย้ำว่า โจทย์สำคัญไม่ใช่การเลือกระหว่างการเปิดกว้างกับการพึ่งพาตนเอง แต่คือการสร้างความเชื่อมโยงที่ดีขึ้นบนพื้นฐานของความไว้วางใจ การรับมือกับความผันผวน และการส่งผ่านผลประโยชน์จากการพัฒนาไปสู่ประชาชน ชุมชน และธุรกิจกลุ่มเปราะบางได้อย่างแท้จริง ซึ่งสอดคล้องกับบทบาทของประเทศไทยในฐานะ “ผู้เชื่อมโยงที่ได้รับความไว้วางใจ” (Trusted Connector) ที่มุ่งสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจควบคู่กับการรักษาความร่วมมือระหว่างประเทศอย่างสร้างสรรค์ประเทศไทยได้ประมวลผลจากการหารือเป็น 5 ข้อคิดสำคัญ ได้แก่


1) การสร้างภูมิคุ้มกันต้องมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง ผ่านการพัฒนาทักษะ การเรียนรู้ตลอดชีวิต และระบบคุ้มครองทางสังคม 2) การรับมือความแตกแยกต้องคำนึงถึงทั้งมิติระหว่างประเทศและภายในประเทศ เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากความร่วมมือทางเศรษฐกิจอย่างทั่วถึง 3) คุณภาพของความเชื่อมโยงต้องวัดจากประโยชน์ที่เกิดขึ้นในระดับท้องถิ่น ทั้งองค์ความรู้ ทักษะแรงงาน และศักยภาพของธุรกิจ ไม่ใช่เพียงปริมาณการค้าและเงินลงทุน 4) ความร่วมมือเชิงปฏิบัติในระดับภูมิภาคสามารถเป็นจุดเริ่มต้นในการฟื้นฟูความเชื่อมั่นและเสริมสร้างระบบพหุภาคี และ5) ประเทศที่มีบทบาทระดับกลาง (Middle Powers) สามารถเป็น Trusted Connectors โดยร่วมมือกับธนาคารเพื่อการพัฒนาพหุภาคี (Multilateral Development Banks: MDBs) เพื่อเชื่อมโยงประเทศและภูมิภาค ระดมเงินทุน และขับเคลื่อนโครงการที่สร้างผลลัพธ์ได้จริง


นอกจากนี้ Bangkok Dialogue Notes ยังเสนอแนวทางขับเคลื่อนผ่าน 4 เสาหลักสำคัญ ได้แก่ 1) เศรษฐกิจดิจิทัลที่ทุกฝ่ายไว้วางใจ (Trusted Digital Futures) โดยส่งเสริมการใช้ปัญญาประดิษฐ์ขนาดเล็ก (Small Artificial Intelligence: AI) เพื่อเพิ่มผลิตภาพและสร้างโอกาสให้วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (Small and Medium Enterprises: SMEs) พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลสาธารณะเพื่อขยายการเข้าถึงบริการทางการเงิน รวมถึงต่อยอด Bangkok Blueprint เพื่อร่วมมือปราบปรามภัยหลอกลวงทางการเงินข้ามพรมแดน 2) การค้า การลงทุน และการรับมือความแตกแยกทางภูมิเศรษฐศาสตร์ โดยเน้นการกระจายความเสี่ยงและเพิ่มทางเลือกด้านห่วงโซ่อุปทาน ตลาด และพันธมิตร มากกว่าการตัดขาดจากกัน พร้อมส่งเสริมการลงทุนที่สร้างงานคุณภาพ ถ่ายทอดเทคโนโลยี และยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการภายในประเทศ


3) การเปลี่ยนผ่านและการปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศ โดยส่งเสริมความร่วมมือด้านการเงินระดับภูมิภาคกับสถาบันการเงินระหว่างประเทศ เพื่อระดมทุนและกระจายความเสี่ยง สนับสนุนระบบเตือนภัยล่วงหน้า การประกันภัย และการเข้าถึงเงินทุนของชุมชนและกลุ่มเปราะบาง และ 4) การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรและสังคมอายุยืน (Demographic Shift and Longevity) โดยมุ่งเปลี่ยนการเข้าสู่สังคมสูงวัยให้เป็นโอกาส ผ่านการพัฒนาการศึกษา การทำงาน สุขภาพ การออม และระบบคุ้มครองทางสังคม เพื่อให้ประชาชนไม่เพียงมีอายุยืนยาวขึ้น แต่ยังมีโอกาสและความมั่นคงตลอดช่วงชีวิต


ดร.เอกนิติฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ประเทศไทยได้ใช้เวทีการประชุมครั้งนี้เป็นพื้นที่นำเสนอแนวคิดและประสบการณ์การพัฒนาของไทยผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ทั้ง Host Country Dialogues โครงการ Bangkok Blueprint กิจกรรมเยาวชน และนิทรรศการ Royal Legacy: Empowering People Building Resilience ซึ่งถ่ายทอดหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืนตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยเน้นว่าการสร้างภูมิคุ้มกันที่ยั่งยืนต้องเริ่มต้นจากภายใน (Resilience from Within) ด้วยความเข้าใจบริบทท้องถิ่น การมีส่วนร่วมของประชาชน และการเสริมสร้างขีดความสามารถของชุมชน ควบคู่กับการเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจโลกบนพื้นฐานของความไว้วางใจ


การเปิดตัว Bangkok Dialogue Notes จึงเป็นบทสรุปเชิงยุทธศาสตร์และผลลัพธ์สำคัญจากการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีฯ ของประเทศไทย ซึ่งสะท้อนการยกระดับบทบาทจากผู้เข้าร่วมการหารือสู่การเป็นผู้เสนอแนวคิดและผลักดันความร่วมมือทางเศรษฐกิจโลก โดยมุ่งเปลี่ยนการหารือให้เกิดผลในทางปฏิบัติ (From Dialogue to Delivery) ทั้งนี้ แนวคิด Trusted Connector และการสร้างภูมิคุ้มกันจากภายในยังสามารถเป็นรากฐานสำคัญในการต่อยอดความร่วมมือระดับภูมิภาค โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมสู่การเป็นประธานอาเซียนของไทยในปี 2571 เพื่อส่งเสริมความร่วมมือภายในอาเซียนผ่านการส่งเสริมการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศสมาชิก การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลร่วมกัน และการเชื่อมโยงด้านพลังงาน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและลดการพึ่งพาตลาดภายนอก พร้อมผลักดันแผนงานความร่วมมือระยะยาวที่มีตัวชี้วัดผลสัมฤทธิ์ชัดเจน ควบคู่กับการพัฒนาทุนมนุษย์ การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาสนับสนุนชุมชนและธุรกิจขนาดเล็ก และการใช้ประโยชน์จากเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมและการต้อนรับอย่างอบอุ่นของไทย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศ อันจะนำไปสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ทั่วถึงและยั่งยืน

ดูน้อยลง

ความคิดเห็น


ดาวน์โหลด (1).png

เพื่อให้ทุกท่านสามารถติดตามประเด็นวิเคราะห์เจาะลึกผ่านทาง CLOSE-UP THAILAND เชิญเพิ่มเพื่อนทางไลน์ @closeupthailand

bottom of page