top of page

คืบหน้าตามลำดับ!กทพ.เดินหน้าพัฒนาโครงข่ายทางพิเศษภูเก็ต เพิ่มทางเลือกการเดินทาง รองรับการเติบโตในอนาคต

  • รูปภาพนักเขียน: Close Up Thailand
    Close Up Thailand
  • 1 วันที่ผ่านมา
  • ยาว 1 นาที

วันที่ 27 มกราคม 2569 การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) กระทรวงคมนาคม นำโดย นายชาตรี ตันศิริ รองผู้ว่าการ (วิศวกรรมและบำรุงรักษา) พร้อมคณะผู้บริหาร เข้าพบ นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เพื่อรายงานความคืบหน้าและนำเสนอภาพรวม โครงการทางพิเศษจังหวัดภูเก็ต

กทพ. ได้ดำเนินการพัฒนาโครงการทางพิเศษจังหวัดภูเก็ต เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายคมนาคม รองรับการขยายตัวของเมือง การท่องเที่ยวและกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยจังหวัดภูเก็ตเป็นพื้นที่ที่มีข้อจำกัดด้านโครงข่ายถนนและสภาพภูมิประเทศ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในรูปแบบทางพิเศษจึงเป็นแนวทางสำคัญในการเพิ่มทางเลือกการเดินทาง ลดความแออัดของการจราจร และยกระดับระบบคมนาคมในระยะยาว

โครงการทางพิเศษจังหวัดภูเก็ต แบ่งการดำเนินงานออกเป็น 2 ระยะ ได้แก่

ระยะที่ 1 ช่วงกะทู้ – ป่าตอง เป็นทางยกระดับและอุโมงค์ลอดเขานาคเกิด ระยะทางรวม 3.98 กิโลเมตร ซึ่งโครงการได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีแล้ว และอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมเพื่อดำเนินการจัดหาผู้รับจ้างก่อสร้าง

ระยะที่ 2 ช่วงเมืองใหม่ – เกาะแก้ว – กะทู้ ระยะทาง 30.62 กิโลเมตร ขณะนี้อยู่ระหว่างการออกแบบรายละเอียด โดยคำนึงถึงความเหมาะสมของสภาพพื้นที่ การใช้ประโยชน์ที่ดิน และการพัฒนาเมืองในอนาคต

กทพ. ตระหนักและให้ความสำคัญในทุกขั้นตอนของการดำเนินโครงการทางพิเศษจังหวัดภูเก็ต ตั้งแต่การออกแบบไปจนถึงกระบวนการตรวจสอบตามมาตรฐานวิศวกรรม โดยคำนึงถึงโครงสร้างทางพิเศษที่ก่อสร้างขึ้นให้มีประสิทธิภาพ และเกิดความปลอดภัยต่อประชาชนเป็นสำคัญ สามารถรองรับปริมาณการจราจรได้อย่างเหมาะสม ตลอดจนลดผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมโดยรอบ

ทั้งนี้ กทพ. จะดำเนินโครงการฯ ด้วยความรอบคอบ โปร่งใส และประสานการทำงานร่วมกับจังหวัดภูเก็ตและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อให้โครงการทางพิเศษจังหวัดภูเก็ตเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักที่ช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการเดินทาง สนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน


ขณะดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านโครงสร้างพื้นฐาน สะท้อนปัญหาจราจรในจังหวัดภูเก็ตบ่านบทความ


"เร่งทางด่วน ตจว. สายแรกของไทย

ก่อนภูเก็ต “สะดุดทั้งเกาะ”"


"รถติดในจังหวัดภูเก็ตไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็น “ปัญหาประจำวัน” ที่คนภูเก็ต คนต่างชาติที่มาพำนักระยะยาว และนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกต้องเผชิญเหมือนกันทุกวัน

เช้า-เย็น-ค่ำ รถติดซ้ำซากในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะเส้นทางสู่แหล่งท่องเที่ยวหลัก กะทู้-ป่าตอง-ตัวเมือง รวมทั้งเส้นทางไป-กลับสนามบิน

ปัญหานี้ไม่ได้กระทบแค่ความสะดวกในการเดินทาง แต่กระทบถึงเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว ความปลอดภัย และคุณภาพชีวิตของคนทั้งเกาะ

หน่วยงานรัฐพยายามแก้ไข ตั้งแต่ปรับสัญญาณไฟ เพิ่มช่องจราจร จัดการจุดตัด แต่ทั้งหมดคือการ “แก้เฉพาะหน้า”

ขณะที่โครงการรถไฟฟ้ารางเบา ซึ่งถูกพูดถึงมานานหลายปี ก็ยังคงอยู่เพียงในเอกสาร ไม่รู้ว่าคนภูเก็ตต้องรออีกกี่ปีจึงจะได้ใช้

1. กรุงเทพฯ มีครบ… แต่ต่างจังหวัดยังว่างเปล่า

ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล มีทางด่วนเปิดใช้งานแล้วกว่า 224 กิโลเมตร และมีรถไฟฟ้าให้บริการรวมแล้วประมาณ 280 กิโลเมตร

แต่เมื่อหันกลับมามองต่างจังหวัด กลับไม่พบจังหวัดใดเลยที่มีทางด่วน หรือรถไฟฟ้าใช้งาน ทั้งที่หลายจังหวัดรวมทั้งภูเก็ตมีปัญหารถติดไล่ตามกรุงเทพฯ มาติดๆ

ภูเก็ตเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก สร้างรายได้เข้าประเทศไม่น้อย แต่กลับยังไม่มีโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมที่เหมาะสมกับสถานะของเมือง

2. ทางด่วนภูเก็ต “โอกาสแรกของต่างจังหวัด”

การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ได้วางแผนก่อสร้างทางด่วนภูเก็ต ซึ่งจะเป็นทางด่วนในต่างจังหวัดสายแรกของประเทศไทย

โครงการนี้ออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหารถติดและอุบัติเหตุบนเส้นทางที่ขึ้นชื่อว่าอันตรายที่สุดเส้นหนึ่งของภูเก็ต

ระยะที่ 1 ช่วงกะทู้-ป่าตอง มีจุดเริ่มต้นบริเวณจุดตัดถนนพระเมตตา เป็นทางยกระดับ 4 ช่องจราจรต่อทิศทาง (รถยนต์ 2 ช่อง และมอเตอร์ไซค์ 2 ช่อง) ข้ามถนนพิศิษฐ์กรณีย์จนถึงเขานาคเกิด แล้วจึงเป็นอุโมงค์คู่ลอดเขานาคเกิด หลังจากนั้นเป็นทางยกระดับจนถึงจุดตัดกับทางหลวง 4029 ระยะทาง 3.98 กิโลเมตร วงเงิน 16,757 ล้านบาท คาดว่าจะเปิดประมูลและเริ่มก่อสร้างได้ในปีนี้ และจะเปิดใช้งานในปี 2574

จากนั้น จะต่อยอดสู่ระยะที่ 2 ช่วงเมืองใหม่-เกาะแก้ว-กะทู้ ระยะทาง 30.62 กิโลเมตร ซึ่งจะเปลี่ยนโครงข่ายคมนาคมของภูเก็ตทั้งระบบ

3. ทางด่วนกะทู้-ป่าตอง “อย่าให้รถติดเหมือนถนนเดิม”

แนวคิดของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมที่ต้องการให้ประชาชนใช้ทางด่วนช่วงนี้ “ฟรี” มีเจตนาดีอย่างชัดเจน ทั้งเพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย และลดอุบัติเหตุบนถนนเดิมที่ลาดชันและคดเคี้ยว

ผมไม่ได้คัดค้านแนวคิดนี้ และเห็นด้วยในหลักการ หากรัฐมีงบประมาณอุดหนุนชดเชยให้ กทพ. อย่างต่อเนื่อง แต่สิ่งที่ผมอยากชวนคิดให้รอบคอบคือ ถ้าขึ้นฟรีตลอด ทางด่วนจะยัง “ด่วน” อยู่หรือไม่? เพราะประสบการณ์ในกรุงเทพฯ สอนเราว่า แม้ทางด่วนจะเก็บค่าผ่านทาง หลายช่วงก็ยังรถติดหนักโดยเฉพาะในชั่วโมงเร่งด่วน

หากทางด่วนกะทู้-ป่าตองเปิดใช้ฟรี มีโอกาสสูงมากที่รถจะหลั่งไหลขึ้นมาใช้พร้อมกัน จนกลายเป็น “ถนนอีกเส้นหนึ่ง” ไม่สามารถแก้ปัญหาการเดินทางได้จริง

และในอนาคต ถ้าจะสร้างทางด่วนในจังหวัดอื่น รัฐจะให้ใช้ฟรีทุกจังหวัดหรือไม่? ถ้าให้ไม่เท่ากัน ก็จะเกิดคำถามเรื่องความเหลื่อมล้ำและความเป็นธรรม

สิ่งที่ผมต้องการสื่อสารคือ อย่าปล่อยให้โครงการดีๆ ต้องสะดุด เพราะการตัดสินใจที่ไม่ได้มองทั้งระบบอย่างรอบด้าน

4. ถ้า “มีหรือไม่มีทางด่วน”… ชีวิตคนภูเก็ตจะเป็นอย่างไร?

ถ้า “ทางด่วนเกิดจริง และบริหารดี”

(1) ลดเวลาการเดินทาง กะทู้-ป่าตอง อย่างมีนัยสำคัญ

(2) ลดอุบัติเหตุจราจร เพิ่มความปลอดภัยให้ประชาชนและนักท่องเที่ยว

(3) ลดต้นทุนโลจิสติกส์ของธุรกิจท่องเที่ยว

(4) ยกระดับภาพลักษณ์ภูเก็ตในฐานะเมืองท่องเที่ยวระดับโลก

(5) เป็นโมเดลให้จังหวัดท่องเที่ยวอื่นทั่วประเทศ

แต่ถ้า “โครงการสะดุด หรือบริหารพลาด”

(1) รถติดยังคงเป็นปัญหาเรื้อรัง

(2) อุบัติเหตุจราจรอาจทวีความรุนแรงขึ้นจากปริมาณรถที่เพิ่มขึ้น

(3) เศรษฐกิจท้องถิ่นเสียโอกาส

(4) ความเชื่อมั่นต่อการลงทุนลดลง

(5) ภูเก็ตอาจเสียความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว

5. เร่งวันนี้ หรือยอมติดทั้งเกาะต่อไป?

ทางด่วนภูเก็ตไม่ใช่เรื่องของใครคนใดคนหนึ่ง ไม่ใช่เรื่องการเมือง และไม่ใช่เรื่องจะเก็บหรือไม่เก็บค่าผ่านทางเท่านั้น

แต่คือ โอกาสครั้งสำคัญของภูเก็ตที่จะมีโครงสร้างพื้นฐานให้สมกับการเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก

สิ่งที่ชาวภูเก็ตต้องการ ไม่ใช่แค่ “ทางด่วนฟรี” แต่คือ ทางด่วนที่ใช้ได้ตามมาตรฐานสากล ปลอดภัย และยั่งยืน

เร่งวันนี้ เพื่อไม่ให้วันหนึ่งภูเก็ตต้อง “สะดุดทั้งเกาะ” เพราะเราตัดสินใจช้าเกินไป


สำหรับแนวเส้นทางและรูปแบบทางพิเศษภูเก็ต เฟสแรก ลองตามไปดูจากภาพกราฟฟิกด้านล่าง....!!!!


 
 
 

ความคิดเห็น


ดาวน์โหลด (1).png

เพื่อให้ทุกท่านสามารถติดตามประเด็นวิเคราะห์เจาะลึกผ่านทาง CLOSE-UP THAILAND เชิญเพิ่มเพื่อนทางไลน์ @closeupthailand

bottom of page