top of page

"ปลัดป็อป"ผู้สวมบทชีพจรลงเท้าเดินสายประชุมวันเดียวหลายคณะ ร่วมกับองคมนตรี และโครงการพิเศษทั้งภาคใต้-ภาคเหนือ

  • 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา
  • ยาว 2 นาที

ตามไปดูปฏิทินปลัดป็อป "อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์" ปลัดกระทรวงมหาดไทย ในวันเดียว!!!

เริ่มจากเวลา 09.30 น. วันที่30 มี.ค. 69 ที่ห้องประชุม 1 ทำเนียบองคมนตรี กรุงเทพฯ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืนตามพระราชดำริ ครั้งที่ 1/2569 โดยมี นายอำพน กิตติอำพน พลเอก เฉลิมชัย สิทธิสาท พลอากาศเอก จอม รุ่งสว่าง องคมนตรี ในฐานะรองประธานกรรมการ นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะกรรมการ พร้อมด้วยคณะกรรมการโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืนตามแนวพระราชดำริ โดยนายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ร่วมด้วย

.

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ดำเนินโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืนตามพระราชดำริ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของราษฎรในพื้นที่ชนบท โดยมุ่งเน้นการพัฒนาอัตลักษณ์ชุมชน ควบคู่กับการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น และเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน โดยได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืนตามพระราชดำริซึ่งมี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี เป็นประธานกรรมการ นายอำพน กิตติอำพน พลเอก เฉลิมชัย สิทธิสาท พลอากาศเอก จอม รุ่งสว่าง องคมนตรี เป็นรองประธานกรรมการ เลขาธิการองคมนตรี เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปลัดกระทรวงคมนาคม ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย เป็นกรรมการ เลขาธิการสภาการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นกรรมการและเลขานุการ ทำหน้าที่กำหนดนโยบาย แนวทาง และขับเคลื่อนการดำเนินงานให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

.

ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ดำเนินโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืนตามพระราชดำริ อันเป็นโครงการที่มีความสำคัญยิ่งต่อการบำบัดทุกข์ บำรุงสุข และยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ชนบทให้มีความมั่นคงและยั่งยืน

.

"กระทรวงมหาดไทยยินดีและพร้อมที่จะสนับสนุนการดำเนินงานให้เป็นไปตามกรอบนโยบายและแนวทางการดำเนินงานของโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืนตามแนวพระราชดำริ โดยให้ความสำคัญกับ 1. การดำเนินงานเชิงพื้นที่เป็นหลัก 2. การคัดเลือกพื้นที่เป้าหมายที่มีความพร้อม และ 3. การบูรณาการแผนงานของทุกหน่วยงานให้สอดคล้องกัน รวมถึงจะร่วมติดตามการขับเคลื่อนโครงการอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม"

.

ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงมหาดไทยจะสนับสนุนและขับเคลื่อนการดำเนินงานตามมติของคณะกรรมการโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืนตามแนวพระราชดำริอย่างเต็มกำลังความสามารถ ผ่านกลไกของผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานในสังกัดร่วมบูรณาการการทำงานกับทุกภาคส่วนในพื้นที่ ดำเนินการในลักษณะ Area - based อย่างเป็นระบบ และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่อย่างใกล้ชิด สนองงานตามแนวพระราชดำริเพื่อให้บรรลุผลตามวัตถุประสงค์ของโครงการ เกิดประโยชน์กับประชาชนอย่างยั่งยืน

.

สำหรับการประชุมฯ ในวันนี้ มีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อวางกรอบทิศทางการดำเนินงานในระยะเริ่มต้น โดยมีวาระสำคัญ อาทิ การรับทราบคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการ การพิจารณากรอบนโยบายและแนวทางการดำเนินงาน การคัดเลือกพื้นที่เป้าหมายที่เหมาะสม และการพิจารณาแผนการดำเนินงานในพื้นที่นำร่องบ้านน้ำรีพัฒนา จังหวัดน่าน


“สานใจไทย สู่ใจใต้”

ต่อมา เวลา 14.00 น.วันที่ 30 มี.ค. 69 นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ร่วมประชุมสามัญประจำปี คณะกรรมการบริหารมูลนิธิ “สานใจไทย สู่ใจใต้” โดยมี นายอารีย์ วงศ์อารยะ ประธานคณะกรรมการบริหารมูลนิธิฯ เป็นประธานการประชุม และมี นายวิชัย ศรีขวัญ รองประธานคณะกรรมการฯ ร้อยตำรวจโท อาทิตย์ บุญญะโสภัต เลขาธิการมูลนิธิฯ นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นางสาวปาณิสรา กาญจนะจิตรา รองผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี นายอิสรา เจริญชาศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี และผู้แทนจากส่วนราชการและภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมชั้น 3 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด เข้าร่วมประชุมผ่านระบบ Video Conference

.

สำหรับการประชุมคณะกรรมการบริหารมูลนิธิ “สานใจไทย สู่ใจใต้” ในครั้งนี้ เพื่อติดตามและสรุปผลการดำเนินงานของโครงการในรุ่นที่ผ่านมา พร้อมทั้งพิจารณาอนุมัติแผนการจัดกิจกรรมใน รุ่นที่ 46 ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการคัดเลือกเยาวชนในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ การเตรียมความพร้อมของครอบครัวอุปถัมภ์ในเขตภาคกลางและอันดามัน รวมถึงการปรับตารางกิจกรรมให้สอดคล้องกับวิถีวัฒนธรรมและศาสนกิจในช่วงเดือนรอมฎอน ตลอดจนได้มีการพิจารณาอนุมัติ ปรับเปลี่ยนรายชื่อคณะกรรมการบริหารมูลนิธิฯ เพื่อดึงบุคลากรระดับผู้บริหารจากส่วนราชการและส่วนท้องถิ่นเข้ามาร่วมขับเคลื่อนโครงการให้เกิดประสิทธิภาพและสร้างเครือข่ายเยาวชนพหุวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง

นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทย ได้ดำเนินการขับเคลื่อนภารกิจเพื่อสนับสนุนงานของมูลนิธิ “สานใจไทย สู่ใจใต้” ร่วมกับส่วนราชการต่าง ๆ และภาคเอกชน มาโดยตลอดจวบจนถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรามีองคาพยพทุกภาคส่วนตั้งแต่ระดับส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค จังหวัด อำเภอ หมู่บ้าน ซึ่งทั้งหมดนี้จะทำให้ผู้นำในพื้นที่ของเราสามารถเข้าไปในพื้นที่เพื่อเยี่ยมเยียนสร้างความใกล้ชิด และคัดเลือกเด็กเยาวชนที่มีคุณสมบัติเหมาะสมได้มีโอกาสเข้ามาเรียนรู้สังคมพหุวัฒนธรรมได้อย่างเต็มที่

.

“การจัดโครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้” ถือเป็นการเปิดโอกาส เปิดโลกทัศน์ใหม่ ให้กับเยาวชนในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนใต้ ที่ต้องเติบโตมาท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้ง ได้เห็นสังคมที่กว้างขึ้น ผ่านการเปรียบเปรยน้อง ๆ เยาวชนเหล่านี้เสมือนเป็น “ลูกของท่านผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอ” ที่ทุกภาคส่วนร่วมกันให้ความสำคัญและดูแลอย่างใกล้ชิด ทั้งจากครอบครัวอุปถัมภ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมุ่งเน้นการดูแลทั้งด้านความเป็นอยู่และการเปิดพื้นที่ให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกัน บนพื้นฐานของการเคารพในความแตกต่างทางความคิดเห็นและความเชื่อ เพื่อเสริมสร้างประสบการณ์ชีวิต เปิดโลกทัศน์ และปลูกฝังคุณค่าของการอยู่ร่วมกันบนความหลากหลายให้เยาวชนได้เรียนรู้ เติบโต และก้าวเดินต่อไปอย่างมั่นคง เป็นกำลังสำคัญของสังคมไทยในอนาคตอย่างภาคภูมิ“ นายอรรษิษฐ์ กล่าว

.

นายอรรษิษฐ์ กล่าวต่อไปว่า ตลอดระยะเวลาโครงการกว่า 46 ปีที่ผ่านมา เราได้ต่อเติมความฝัน สร้างสรรค์แรงบันดาลใจให้กับเยาวชนที่เข้าร่วมให้เติบโตเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณค่า พร้อมกลับไปเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาชาติบ้านเมืองอย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้ โครงการฯ ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและ 9 จังหวัดภาคกลาง มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 เมษายน ถึงวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 ขณะที่พื้นที่จังหวัดฝั่งทะเลอันดามัน จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 เมษายน ถึงวันที่ 23 เมษายน 2569

.

"ต้องขอขอบคุณท่านผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ ที่ได้ให้การสนับสนุนทุกโครงการของมูลนิธิฯ มาโดยตลอด และอยากเน้นย้ำให้จังหวัดได้ประสานงานกับพี่เลี้ยงเยาวชน (ซึ่งมาจากที่ทำการปกครองจังหวัดทั้ง 5 จังหวัด และสมาคมเยาวชนสานใจไทย สู่ใจใต้ เพื่อติดตามถามไถ่สารทุกข์สุกดิบของเยาวชนและครอบครัว และหมั่นตรวจเยี่ยมในช่วงที่เยาวชนพำนักกับครอบครัวอุปถัมภ์ โดยดูแลเสมือนเป็นลูกหลานของเรา เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เกิดความสันติสุขอย่างยั่งยืนต่อไป“

.

 
 
 

ความคิดเห็น


ดาวน์โหลด (1).png

เพื่อให้ทุกท่านสามารถติดตามประเด็นวิเคราะห์เจาะลึกผ่านทาง CLOSE-UP THAILAND เชิญเพิ่มเพื่อนทางไลน์ @closeupthailand

bottom of page