top of page

"ผบตร."ชี้แล้วประมาททั้งคู่"คนขับรถไฟ"ความเร็วเกิน60กม/ชม.-"คนขับรถเมล์"ทำไมต้องคร่อมรางรถไฟซึ่งไม่ควรทำอย่างยิ่ง

  • 1 วันที่ผ่านมา
  • ยาว 1 นาที

 ผบ.ตร. ลงพื้นที่เกิดเหตุรถไฟชนรถเมล์ สั่ง 5 มาตรการ ดูแล เร่งสืบสวนสอบสวน พิสูจน์ทราบสาเหตุ ระบบสัญญาณ-ไม้กั้น พร้อมประสานการรถไฟฯ วางแนวทางป้องกันเชิงรุก เข้มงวดห้ามหยุดรถคร่อมรางเด็ดขาด

เมื่อเวลา 21.00 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุและติดตามความคืบหน้าทางคดี พร้อมแถลงมาตรการทางกฎหมายและข้อเท็จจริงสำคัญ:

.

ผบ.ตร. ชี้แจงกระแสข่าวเรื่องผู้เสียชีวิต โดยได้รับรายงานล่าสุดว่า พนักงานขับรถเมล์สาย 206 ยังมีชีวิตอยู่ เช่นเดียวกับพนักงานขับรถไฟที่ได้รับบาดเจ็บบริเวณศีรษะ ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการควบคุมตัวผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมถึงเจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมไม้กั้นทางรถไฟไว้สอบปากคำแล้ว โดยได้สั่งการฝ่ายสอบสวน สน.มักกะสัน และกองบังคับการตำรวจนครบาล 1 ดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดในฐานความผิด "กระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและได้รับบาดเจ็บ"

.

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงประเด็นข้อกฎหมายตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก เรื่องการห้ามยานพาหนะเข้าใกล้ทางรถไฟในระยะ 5 เมตร ผบ.ตร. ระบุว่า จากภาพกล้องวงจรปิดเห็นชัดเจนว่ารถเมล์คันดังกล่าวจอดติดจราจรในลักษณะ "คร่อมรางรถไฟ"


"ไม่ใช่แค่เรื่องหมิ่นเหม่กฎหมาย: แต่การนำรถไปจอดแช่บนรางเป็นพฤติกรรมที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง เพราะวิญญูชนย่อมคาดการณ์ถึงอันตรายร้ายแรงที่อาจเกิดขึ้นได้อยู่แล้ว แม้ช่วงนั้นไม้กั้นจะตกลงมาหรือไม่ก็ตาม ผู้ขับขี่รถสาธารณะต้องเว้นระยะปลอดภัยและตระหนักถึงชีวิตผู้โดยสาร"

.

ต่อประเด็นคำถามของสังคมว่า “หากรถเมล์จอดขวางอยู่ เหตุใดรถไฟจึงไม่หยุดหรือชะลอรถ ทั้งที่ทัศนวิสัยควรมองเห็นได้ในระยะ 500 เมตร?” พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ย้ำว่าจะให้ความเป็นธรรมและยึดพยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ โดยสั่งสอบสวนลึกใน 3 ประเด็นหลัก คือ ระยะทาง ความเร็ว และช่วงเวลาเกิดเหตุ

* ระเบียบความเร็ว: สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะตรวจสอบกฎระเบียบของการรถไฟฯ อย่างละเอียด หากผลพิสูจน์พบว่ารถไฟขบวนดังกล่าววิ่งมาด้วยความเร็วเกินกว่า 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งขัดต่อระเบียบการเดินรถในเขตชุมชน/จุดตัด พนักงานขับรถไฟจะต้องถูกดำเนินคดีทางกฎหมายทันที โดยจะต้องดูว่าพนักงานขับรถไฟได้ใช้ความระมัดระวังเพียงพอ มีการชะลอรถ หรือได้รับสัญญาณเตือนล่วงหน้าหรือไม่

.

ด้านพล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า เวลาประมาณ 21.10 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และคณะ ได้ลงพื้นที่จุดเกิดเหตุขบวนรถไฟเฉี่ยวชนรถโดยสารสาธารณะ บริเวณใกล้สถานีรถไฟแอร์พอร์ตเรลลิงก์ มักกะสัน กรุงเทพมหานคร โดย ผบ.ตร.แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บจากกรณีอุบัติเหตุ พร้อมสั่งการด่วนกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าควบคุมสถานการณ์ ดูแลอำนวยความสะดวกในพื้นที่ โดยเฉพาะด้านการจราจร และบริหารจัดการพื้นที่ 5 มาตรการ


1. บริหารจัดการสถานที่เกิดเหตุ : ให้เร่งเก็บรวบรวมพยานหลักฐาน ภาพจากกล้องวงจรปิด (CCTV) ในบริเวณโดยรอบ และระดมพนักงานสอบสวนเร่งสอบปากคำพยานบุคคลรวมถึงผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด

2. บริหารการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ : ให้เจ้าหน้าที่สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ และสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุและชันสูตรพลิกศพตามขั้นตอนทางนิติวิทยาศาสตร์อย่างละเอียด

3. เคลื่อนย้ายรถ : เร่งดำเนินการเคลื่อนย้ายขบวนรถและรถโดยสารสาธารณะออกจากจุดเกิดเหตุอย่างปลอดภัย เพื่อเปิดทางจราจร และป้องกันอุบัติเหตุซ้ำซ้อน

4. สืบสวนสอบสวนพิสูจน์ทราบสาเหตุโดยละเอียด : ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงในประเด็นระบบไม้กั้นทางรถไฟ สัญญาณไฟ รวมถึงพฤติการณ์ของผู้ขับขี่ขบวนรถไฟ และรถโดยสารสาธารณะ

5. การกำหนดแนวหยุดรถ : ให้พิจารณาทบทวนและกำหนดแนวทางการหยุดรถของผู้ใช้รถใช้ถนน ในแนวก่อนถึงไม้กั้นรถไฟ เพื่อความปลอดภัยและป้องกันอุบัติเหตุ

.

นอกจากนี้ ผบ.ตร.ยังได้แสดงความห่วงใยถึงแนวทางการป้องกันอุบัติเหตุในอนาคต โดยได้เน้นย้ำแนวทางปฏิบัติไปยังตำรวจจราจร และการประสานการปฏิบัติร่วมกับเจ้าหน้าที่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย บนเส้นทางใดที่มีทางรถไฟตัดผ่าน จะต้องร่วมกันบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด โดยห้ามไม่ให้ผู้ขับขี่หยุดหรือจอดรถคร่อมรางรถไฟ หรือจอดใกล้แนวรางรถไฟในระยะอันตรายโดยเด็ดขาด ไม่ว่าในขณะนั้นจะมีขบวนรถไฟวิ่งผ่านหรือระบบไม้กั้นจะทำงานเป็นปกติหรือไม่

.

รวมทั้งต้องมีการติดตั้งระบบกล้องวงจรปิดในการตรวจจับผู้ฝ่าฝืน และต้องมีเจ้าหน้าที่เฝ้าตรวจสอบโดยตลอด หากพบผู้ฝ่าฝืนให้เจ้าหน้าที่เร่งแจ้งบังคับให้ผู้ขับขี่ดังกล่าวเลื่อนยานพาหนะให้พ้นแนวรางรถไฟทันทีเพื่อความปลอดภัย

.

สำนักงานตำรวจแห่งชาติย้ำว่าจะดำเนินการสืบสวนสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุครั้งนี้ด้วยความโปร่งใส ตรงไปตรงมา ตามพยานหลักฐาน และจะวางมาตรการป้องกันเชิงรุก ไม่ให้เกิดความสูญเสียแก่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในลักษณะนี้อีกต่อไป

 
 
 

ความคิดเห็น


ดาวน์โหลด (1).png

เพื่อให้ทุกท่านสามารถติดตามประเด็นวิเคราะห์เจาะลึกผ่านทาง CLOSE-UP THAILAND เชิญเพิ่มเพื่อนทางไลน์ @closeupthailand

bottom of page