มอง “พรรคเศรษฐกิจ” บนสมการเลือกตั้งปี69ทำไมรั้งความนิยมอันดับ 5 ฤา ! คนไทยเบื่อการเมืองแบบเก่า
- Close Up Thailand
- 20 ชั่วโมงที่ผ่านมา
- ยาว 1 นาที

หลายคนเห็นภาพการปราศรัยที่หาดใหญ่ล่าสุดของพรรคเศรษฐกิจ ที่ “พลเอกรังสี กิติญาณทรัพย์” หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีไปเปิดเวทีที่นี้ ท่ามกลางคนเรือนหมื่น หรือหลายหมื่นร่วมฟัง
มีการตั้งข้อสงสัยว่า ทำไมคนหาดใหญ่ตื่นตัวฟังปราศรัย ไม่ต่างจากเวทีพรรคขนาดใหญ่ ที่เขาจัดในหลายพื้นที่

แต่พรรคนี้ยืนยันว่า ไม่มีการขนคนไปฟัง หรือเลี้ยงอะไร!!!!
(ชมคลิปปราศรัย) https://www.tiktok.com/@closeupthailand.com/video/7603719346921278721?is_from_webapp=1&sender_device=pc&web_id=7497087858248713746


เพราะขนาดป้ายสมัคร และน้ำมันรถหาเสียงผู้สมัครแต่ละคนยังต้องควักกระเป๋า โดยหัวหน้าพรรคยืนยันว่า คนจะมาทำการเมือง ความพร้อมขั้นพื้นฐานในการดูแลตัวเองต้องมีระดับหนึ่ง เพราะถ้าหากไม่มีในขั้นนี้ จะไปดูแลประชาชนได้อย่างไร?
ดังนั้น การสนับสนุนทั้งค่าป้าย ค่าเวที ค่าน้ำมันรถ ค่าทีมงาน และค่าบริหารการลงสมัครเลือกตั้ง จึงแตกต่างจากหลายพรรค
แต่การที่ปรากฏภาพที่คนแห่มาฟังการปราศรัยในหลายเวทีของพรรคเศรษฐกิจจำนวนมาก จึงสอดคล้องกับผลโพลสำนักดัง อย่างนิด้าโพล หรือ สวนดุสิตโพล ที่สำรวจหลายครั้ง หลายพื้นที่ รวมทั้งที่จังหวัดสงขลา พรรคเศรษฐกิจ จะติดในระดับ 5 หรือระดับ 6 มาตลอด (คลิกอ่าน https://www.closeupthailand.com/post/นิด้าโพลล์เผยคนปากน้ำ-เทคะแนน-เท้ง-ประชาชน-นำโด่ง-ติดต่อ-ขณะ-พรรคเศรษฐกิจ-พรรคการเมืองหน้าใหม่แต่)

เรียกว่า ยืนอยู่อันดับเบอร์ 1 ของพรรคน้องใหม่ในการเลือกตั้งรอบนี้
นักวิเคราะห์ตั้งคำถามว่า การขึ้นมารั้งอันดับท้ายของพรรคใหญ่ และอันดับต้นของพรรคใหม่ มีผลจากอะไร?
บางคนวิเคราะห์ว่า เกิดจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่พลเอกรังสีแสดงความเห็นชัดเจนในการจัดการเรื่องนี้ ทำให้ประชาชนจำนวนหนึ่งเห็นด้วยกับแนวทางที่ไม่ยอมประนีประนอมกับกัมพูชา

ในขณะที่ “ดร.กิตติ ลิ่มสกุล” ประธานกรรมการที่ปรึกษานโยบายเศรษฐกิจ พรรคเศรษฐกิจ(คนที่3จากขวา) มองว่าความนิยมน่าจะมาจาก 5 ปัจจัยคือ 1.บุคลิกของหัวหน้าพรรคที่มีความชัดเจนในการแสดงความเห็นในแต่ละประเด็น ไม่ว่าจะเป็นประเด็นปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาหนี้ประเทศ ปัญหาการคอรัปชั่น หรืออื่นๆ ชุดคำอธิบายแต่ละเรื่อง ตรง กระชับ และเข้าใจง่าย
2.ในการตั้งประเด็นปัญหา หัวหน้าพรรคไม่ได้มองแค่ปัญหาว่า เกิดอะไรขึ้น แต่มีทางออก เป็นเรื่องๆ เช่น ปัญหาหนี้ต้องสร้างด้วยการลงทุนขนาดใหญ่ เพื่อปั้มจีดีพีประเทศ เมื่อจีดีพีโตทุกอย่างก็จะไปพร้อมๆกัน หรือ การสร้างแต้มต่อให้เกษตรกร ด้วยการลดต้นทุนการทำเกษตรต่างๆ การเปิดโอกาสให้คนตัวเล็กได้รับโอกาส แม้กระทั่งใบส่งออก เป็นต้น

(เข้าพบหารือกับผู้บริหารสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย)
3.คนไทยไม่ชอบฟังอะไรที่ซับซ้อน เข้าใจยาก หรือ ต้องตีความ ต้องการฟังอะไรตรงไปตรงมา 4.การเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของพรรคของหัวหน้าพรรค ทำให้โดดเด่น สะท้อนอัตตะลักษณ์พรรคชัดเจนว่า พรรคนี้จะไม่ประนีประนอมกับสิ่งที่ไม่ถูกต้อง และซุกอยู่ไต้พรมมานาน
5. คนไทยเบื่อการเมืองแบบเก่า ที่ชอบประนีประนอมกับสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ประเภทลูบหน้าปะจมูก หรือเรียกอีกอย่างว่า พวกออกแนวเทาๆ ซึ่งพรรคนี้ประกาศชัดว่า ไม่เอาเทา แต่เมื่อเห็นคนกล้าแบบพลเอกรังษี จึงชอบ เพราะเรื่องยากหลายคนมักจะเลี่ยง
“ผมเชื่อว่าการเมืองไทยเดินมาสู่จุดเปลี่ยนว่า เราพอใจกับสิ่งที่ผ่านมาหรือยัง ถ้าไม่พอใจ และอยากเปลี่ยนพรรคเศรษฐกิจ จึงเป็นทางเลือกหนึ่งของคนที่ยังไม่ได้ตัดสินใจ หรือตัดสินใจผ่านผลโพลมาแล้ว ดังนั้น วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 จึงขอฝากเบอร์ 11 และสส.เขตของพรรคให้ทุกท่านได้พิจารณาให้โอกาสเลือกใช้ เพราะพรรคนี้เราไม่ลงทุนการเมือง ดังนั้น จึงไม่มีต้นทุนอะไร และไม่มีความจำเป็นเรื่องการถอนทุนคืนแน่นอน”








.png)
ความคิดเห็น