top of page

มอง “พรรคเศรษฐกิจ”  บนสมการเลือกตั้งปี69ทำไมรั้งความนิยมอันดับ 5  ฤา ! คนไทยเบื่อการเมืองแบบเก่า

  • รูปภาพนักเขียน: Close Up Thailand
    Close Up Thailand
  • 20 ชั่วโมงที่ผ่านมา
  • ยาว 1 นาที

 

หลายคนเห็นภาพการปราศรัยที่หาดใหญ่ล่าสุดของพรรคเศรษฐกิจ ที่ “พลเอกรังสี กิติญาณทรัพย์” หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีไปเปิดเวทีที่นี้  ท่ามกลางคนเรือนหมื่น หรือหลายหมื่นร่วมฟัง

มีการตั้งข้อสงสัยว่า  ทำไมคนหาดใหญ่ตื่นตัวฟังปราศรัย ไม่ต่างจากเวทีพรรคขนาดใหญ่ ที่เขาจัดในหลายพื้นที่

แต่พรรคนี้ยืนยันว่า ไม่มีการขนคนไปฟัง หรือเลี้ยงอะไร!!!!

เพราะขนาดป้ายสมัคร และน้ำมันรถหาเสียงผู้สมัครแต่ละคนยังต้องควักกระเป๋า    โดยหัวหน้าพรรคยืนยันว่า  คนจะมาทำการเมือง ความพร้อมขั้นพื้นฐานในการดูแลตัวเองต้องมีระดับหนึ่ง  เพราะถ้าหากไม่มีในขั้นนี้  จะไปดูแลประชาชนได้อย่างไร?

ดังนั้น การสนับสนุนทั้งค่าป้าย  ค่าเวที ค่าน้ำมันรถ ค่าทีมงาน และค่าบริหารการลงสมัครเลือกตั้ง จึงแตกต่างจากหลายพรรค 

แต่การที่ปรากฏภาพที่คนแห่มาฟังการปราศรัยในหลายเวทีของพรรคเศรษฐกิจจำนวนมาก    จึงสอดคล้องกับผลโพลสำนักดัง  อย่างนิด้าโพล หรือ สวนดุสิตโพล  ที่สำรวจหลายครั้ง  หลายพื้นที่ รวมทั้งที่จังหวัดสงขลา พรรคเศรษฐกิจ จะติดในระดับ 5 หรือระดับ 6 มาตลอด (คลิกอ่าน https://www.closeupthailand.com/post/นิด้าโพลล์เผยคนปากน้ำ-เทคะแนน-เท้ง-ประชาชน-นำโด่ง-ติดต่อ-ขณะ-พรรคเศรษฐกิจ-พรรคการเมืองหน้าใหม่แต่)

เรียกว่า ยืนอยู่อันดับเบอร์ 1 ของพรรคน้องใหม่ในการเลือกตั้งรอบนี้


นักวิเคราะห์ตั้งคำถามว่า การขึ้นมารั้งอันดับท้ายของพรรคใหญ่ และอันดับต้นของพรรคใหม่  มีผลจากอะไร?


บางคนวิเคราะห์ว่า เกิดจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่พลเอกรังสีแสดงความเห็นชัดเจนในการจัดการเรื่องนี้ ทำให้ประชาชนจำนวนหนึ่งเห็นด้วยกับแนวทางที่ไม่ยอมประนีประนอมกับกัมพูชา

ในขณะที่ “ดร.กิตติ ลิ่มสกุล” ประธานกรรมการที่ปรึกษานโยบายเศรษฐกิจ  พรรคเศรษฐกิจ(คนที่3จากขวา) มองว่าความนิยมน่าจะมาจาก 5 ปัจจัยคือ 1.บุคลิกของหัวหน้าพรรคที่มีความชัดเจนในการแสดงความเห็นในแต่ละประเด็น ไม่ว่าจะเป็นประเด็นปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา      ปัญหาเศรษฐกิจ    ปัญหาหนี้ประเทศ  ปัญหาการคอรัปชั่น หรืออื่นๆ ชุดคำอธิบายแต่ละเรื่อง ตรง  กระชับ และเข้าใจง่าย


2.ในการตั้งประเด็นปัญหา   หัวหน้าพรรคไม่ได้มองแค่ปัญหาว่า เกิดอะไรขึ้น แต่มีทางออก เป็นเรื่องๆ เช่น ปัญหาหนี้ต้องสร้างด้วยการลงทุนขนาดใหญ่   เพื่อปั้มจีดีพีประเทศ เมื่อจีดีพีโตทุกอย่างก็จะไปพร้อมๆกัน หรือ การสร้างแต้มต่อให้เกษตรกร ด้วยการลดต้นทุนการทำเกษตรต่างๆ   การเปิดโอกาสให้คนตัวเล็กได้รับโอกาส แม้กระทั่งใบส่งออก เป็นต้น  

(เข้าพบหารือกับผู้บริหารสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย)

3.คนไทยไม่ชอบฟังอะไรที่ซับซ้อน  เข้าใจยาก หรือ ต้องตีความ  ต้องการฟังอะไรตรงไปตรงมา  4.การเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของพรรคของหัวหน้าพรรค ทำให้โดดเด่น  สะท้อนอัตตะลักษณ์พรรคชัดเจนว่า พรรคนี้จะไม่ประนีประนอมกับสิ่งที่ไม่ถูกต้อง และซุกอยู่ไต้พรมมานาน 

 5. คนไทยเบื่อการเมืองแบบเก่า ที่ชอบประนีประนอมกับสิ่งที่ไม่ถูกต้อง  ประเภทลูบหน้าปะจมูก  หรือเรียกอีกอย่างว่า พวกออกแนวเทาๆ ซึ่งพรรคนี้ประกาศชัดว่า ไม่เอาเทา   แต่เมื่อเห็นคนกล้าแบบพลเอกรังษี   จึงชอบ  เพราะเรื่องยากหลายคนมักจะเลี่ยง

“ผมเชื่อว่าการเมืองไทยเดินมาสู่จุดเปลี่ยนว่า เราพอใจกับสิ่งที่ผ่านมาหรือยัง  ถ้าไม่พอใจ และอยากเปลี่ยนพรรคเศรษฐกิจ    จึงเป็นทางเลือกหนึ่งของคนที่ยังไม่ได้ตัดสินใจ หรือตัดสินใจผ่านผลโพลมาแล้ว  ดังนั้น วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 จึงขอฝากเบอร์ 11 และสส.เขตของพรรคให้ทุกท่านได้พิจารณาให้โอกาสเลือกใช้    เพราะพรรคนี้เราไม่ลงทุนการเมือง   ดังนั้น   จึงไม่มีต้นทุนอะไร  และไม่มีความจำเป็นเรื่องการถอนทุนคืนแน่นอน”


ความคิดเห็น


ดาวน์โหลด (1).png

เพื่อให้ทุกท่านสามารถติดตามประเด็นวิเคราะห์เจาะลึกผ่านทาง CLOSE-UP THAILAND เชิญเพิ่มเพื่อนทางไลน์ @closeupthailand

bottom of page