top of page

รฟท. – ศปรฟ.บช.ก. ติดตามผลความร่วมมือด้านความปลอดภัย ยกระดับมาตรการดูแลผู้โดยสารบนขบวนรถไฟอย่างต่อเนื่อง

  • 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
  • ยาว 1 นาที

วันที่ 20 มีนาคม 2569 การรถไฟแห่งประเทศไทย ยกระดับมาตรการดูแลความปลอดภัยผู้โดยสารบนขบวนรถไฟ โดยนายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย รักษาการในตำแหน่ง ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย มอบหมายให้ นายอวิรุทธ์ ทองเนตร รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ร่วมประชุมหารือกับ พลตำรวจโท ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันปราบปรามอาชญากรรมบนขบวนรถไฟ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ศปรฟ.บช.ก.) พร้อมด้วยพลตำรวจตรี ศารุติ แขวงโสภา รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อติดตามและหารือแนวทาง การดำเนินงานด้านการรักษาความปลอดภัยบนขบวนรถไฟและพื้นที่เกี่ยวข้องกับศูนย์ป้องกันปราบปรามอาชญากรรมบนขบวนรถไฟ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ศปรฟ.บช.ก.) ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน

การประชุมครั้งนี้เป็นการสานต่อความร่วมมือภายหลังการลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ระหว่างทั้งสองหน่วยงาน เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2565 โดยมุ่งเน้นการติดตามผลการดำเนินงานที่ผ่านมา ควบคู่กับการปรับปรุงแนวทางปฏิบัติให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของระบบขนส่งทางรางอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้หารือแนวทางการดำเนินงานในหลายมิติ อาทิ การดูแลความปลอดภัยบนขบวนรถและสถานี การจัดสรรกำลังพลให้สอดคล้องกับภารกิจ การบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน รวมถึงการสนับสนุนด้านงบประมาณ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน และเสริมความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างทันท่วงที

ที่ผ่านมา รฟท. ได้รับการสนับสนุนกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก ศปรฟ.บช.ก. ขึ้นปฏิบัติหน้าที่ดูแลความปลอดภัยบนขบวนรถโดยสาร ทั้งขบวนรถด่วนพิเศษ ขบวนรถด่วน และขบวนรถเร็ว ในเส้นทางสายเหนือ สายตะวันออกเฉียงเหนือ และสายใต้ โดยมุ่งเน้นการปฏิบัติหน้าที่เชิงรุกในการป้องกันและปราบปรามคดีที่กระทบต่อความปลอดภัยของผู้โดยสารโดยตรง อาทิ คดีลักทรัพย์ การล้วงกระเป๋า และพฤติกรรมคุกคามในรูปแบบต่าง ๆ ควบคู่กับการดูแลความเรียบร้อยบนขบวนรถให้เป็นไปตามระเบียบของการรถไฟฯ อย่างเคร่งครัด ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้โดยสาร และยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยให้มีความเข้มงวดและเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการบังคับใช้กฎหมายที่สอดคล้องกับการดำเนินงานของ รฟท. โดยเฉพาะการป้องกันและปราบปรามพฤติกรรมเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดอันตราย อาทิ การลักลอบสูบบุหรี่บริเวณข้อต่อของขบวนรถ ซึ่งไม่เพียงกระทบต่อความปลอดภัยของผู้โดยสารและทรัพย์สินเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อภาพลักษณ์และมาตรฐานการให้บริการโดยรวม

สำหรับผลการปฏิบัติงานของ ศปรฟ.บช.ก. ในช่วงวันที่ 1 ตุลาคม 2568 – 28 กุมภาพันธ์ 2569 พบว่า มีการดำเนินการตามหมายจับ 559 หมาย และจับกุมซึ่งหน้า 38 คดี รวม 597 คดี มีผู้ต้องหา 534 คน โดยแบ่งเป็น สายเหนือ 228 หมายจับ จับกุมซึ่งหน้า 32 คดี สายตะวันออกเฉียงเหนือ 268 หมายจับ จับกุมซึ่งหน้า 3 คดี และสายใต้ 63 หมายจับ จับกุมซึ่งหน้า 3 คดี

ขณะเดียวกัน สถิติการให้ความช่วยเหลือและบริการประชาชนในช่วงเวลาเดียวกัน มีจำนวนรวมทั้งสิ้น 10,504 ราย ครอบคลุมการระงับเหตุ การช่วยเหลือทางการแพทย์ การติดตามทรัพย์สินสูญหาย การรับแจ้งความร้องทุกข์ และการให้ความช่วยเหลือด้านอื่น ๆ สะท้อนถึงบทบาทเชิงรุกในการดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารอย่างรอบด้าน

นายอวิรุทธ์ ทองเนตร กล่าวว่า “การรถไฟแห่งประเทศไทยให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยของผู้โดยสารและพนักงาน การประชุมติดตามผลความร่วมมือในครั้งนี้ จะช่วยให้การดำเนินงานร่วมกับ ศปรฟ.บช.ก. มีความชัดเจนและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการเสริมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจบนขบวนรถ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการป้องกันและยับยั้งเหตุอาชญากรรม”

“รฟท. พร้อมสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างเต็มที่ ทั้งด้านการประสานงาน การอำนวยความสะดวก และการพัฒนาระบบการทำงานร่วมกัน เพื่อยกระดับความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชน และเสริมสร้างภาพลักษณ์ระบบรางของไทยให้มีความน่าเชื่อถือในระดับสากลอย่างยั่งยืน” นายอวิรุทธ์ กล่าว

การติดตามผลความร่วมมือในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของทั้งสองหน่วยงานในการยกระดับความปลอดภัยบนระบบรางอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนสามารถเดินทางได้อย่างมั่นใจ สะดวก และปลอดภัยในทุกเส้นทาง


 
 
 

ความคิดเห็น


ดาวน์โหลด (1).png

เพื่อให้ทุกท่านสามารถติดตามประเด็นวิเคราะห์เจาะลึกผ่านทาง CLOSE-UP THAILAND เชิญเพิ่มเพื่อนทางไลน์ @closeupthailand

bottom of page