รัฐบาลเดินหน้าสินเชื่อบ้านคนละหลัง PLUS วงเงิน 50,000 ล้านบาท กู้สูงสุด 3 ล้านบาท ผ่อนนาน 40 ปี ช่วยผู้มีรายได้น้อย–ปานกลางมีบ้านเป็นของตนเอง คาดกระตุ้นเศรษฐกิจ 125,000 ล้านบาท

วันที่ 14 ตุลาคม 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าสนับสนุนให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อยและปานกลางสามารถมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง โดยกระทรวงการคลัง ภายใต้การกำกับดูแลของนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เสนอโครงการสินเชื่อบ้านคนละหลัง PLUS ของธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) วงเงินรวม 50,000 ล้านบาท เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงสินเชื่อที่อยู่อาศัยในอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสมกับความสามารถในการชำระหนี้ พร้อมเสนอให้แยกบัญชีโครงการเป็นบัญชีธุรกรรมนโยบายรัฐ (Public Service Account: PSA) เพื่อให้การบริหารจัดการและการตรวจสอบมีความโปร่งใส
นางสาวลลิดากล่าวว่า โครงการสินเชื่อบ้านคนละหลัง PLUS เป็นการต่อยอดมาตรการสนับสนุนที่อยู่อาศัยของรัฐบาล หลังจากโครงการสินเชื่อบ้าน Happy Home วงเงิน 20,000 ล้านบาท และมาตรการสินเชื่อซื้อ–สร้าง วงเงิน 50,000 ล้านบาท ได้รับความสนใจจากประชาชนจน ธอส. ปล่อยสินเชื่อเต็มกรอบวงเงินทั้งสองโครงการแล้ว ขณะที่ยังมีประชาชนจำนวนมากต้องการสินเชื่อเพื่อซื้อหรือสร้างที่อยู่อาศัย รัฐบาลจึงมุ่งเพิ่มโอกาสให้ประชาชนสามารถมีบ้านเป็นของตนเองได้ในราคาที่เหมาะสม
สำหรับหลักเกณฑ์ของโครงการ กำหนดวงเงินสินเชื่อรวม 50,000 ล้านบาท สนับสนุนประชาชนที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท โดยสามารถขอสินเชื่อได้ไม่เกิน 3 ล้านบาทต่อรายต่อหลักประกัน ระยะเวลาผ่อนชำระสูงสุด 40 ปี ครอบคลุมการซื้อที่ดินพร้อมบ้านหรือห้องชุด การปลูกสร้างบ้าน การซื้อที่ดินพร้อมปลูกสร้างบ้าน รวมถึงการซื้อหรือสร้างที่อยู่อาศัยบนที่ดินของรัฐตามเงื่อนไขที่กำหนด และสามารถขอสินเชื่อสำหรับอุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวเนื่องกับการอยู่อาศัยได้ตามหลักเกณฑ์ของธนาคาร
ในส่วนของอัตราดอกเบี้ย โครงการเสนอเงื่อนไขอัตราดอกเบี้ยพิเศษในช่วงแรก โดยแบ่งตามหลักเกณฑ์การพิจารณารายได้ของผู้กู้ ทั้งกลุ่มที่ได้รับการผ่อนปรนเกณฑ์รายได้และค่าครองชีพ และกลุ่มผู้กู้ตามเกณฑ์รายได้ปกติ ก่อนปรับเป็นอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงตามอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายย่อยชั้นดี (MRR) ของ ธอส. ในระยะต่อไป ทั้งนี้ ธอส. จะพิจารณาความสามารถในการผ่อนชำระของผู้กู้ให้เหมาะสมกับภาระหนี้ตลอดอายุสัญญา โดยเฉพาะภายหลังสิ้นสุดช่วงอัตราดอกเบี้ยพิเศษ เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนมีภาระทางการเงินเกินความสามารถ
นางสาวลลิดากล่าวเพิ่มเติมว่า ตามข้อเสนอของกระทรวงการคลัง โครงการจะเปิดให้ยื่นขอสินเชื่อตั้งแต่วันถัดจากวันที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ จนถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2573 หรือจนกว่า ธอส. จะปล่อยสินเชื่อเต็มกรอบวงเงินโครงการ โดย ธอส. สามารถพิจารณาปรับเปลี่ยนระยะเวลาดำเนินโครงการได้ตามความเหมาะสม ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวดำเนินการโดยไม่ขอรับงบประมาณชดเชยเพิ่มเติมจากรัฐบาล
สำหรับการแยกบัญชีโครงการเป็นบัญชีธุรกรรมนโยบายรัฐ หรือ PSA มีวัตถุประสงค์เพื่อแยกผลการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลออกจากธุรกรรมเชิงพาณิชย์ของธนาคารอย่างชัดเจน ช่วยให้การกำกับดูแล การตรวจสอบ และการประเมินผลการดำเนินงานมีความโปร่งใสและเหมาะสม โดยสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และธนาคารแห่งประเทศไทยได้ให้ข้อสังเกตเกี่ยวกับการบริหารความเสี่ยง การประเมินความสามารถในการชำระหนี้ และการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์กำกับดูแลสินเชื่อที่อยู่อาศัยอย่างเคร่งครัด
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า นอกจากการช่วยให้ประชาชนเข้าถึงสินเชื่อเพื่อมีบ้านเป็นของตนเองแล้ว โครงการสินเชื่อบ้านคนละหลัง PLUS ยังมีส่วนช่วยกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ทั้งการก่อสร้าง การผลิตวัสดุก่อสร้าง การจ้างงาน และการบริโภคสินค้าและบริการ โดยกระทรวงการคลังคาดว่าโครงการจะก่อให้เกิดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจรวมประมาณ 125,000 ล้านบาท
“รัฐบาลมุ่งสร้างโอกาสให้ประชาชน โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง สามารถมีบ้านเป็นของตนเองได้ด้วยภาระผ่อนชำระที่เหมาะสม เพราะบ้านไม่ใช่เพียงทรัพย์สิน แต่เป็นรากฐานความมั่นคงของครอบครัว ขณะเดียวกัน การสนับสนุนสินเชื่อที่อยู่อาศัยยังช่วยสร้างงาน กระตุ้นภาคก่อสร้าง และขับเคลื่อนเศรษฐกิจในประเทศ โดยรัฐบาลให้ความสำคัญกับการดำเนินโครงการอย่างรอบคอบ ไม่สร้างภาระหนี้เกินตัวให้ประชาชน และไม่เพิ่มภาระงบประมาณชดเชยจากภาครัฐ” นางสาวลลิดากล่าว






.png)
ความคิดเห็น