top of page

“ศูนย์เรียนรู้โรงไฟฟ้าขนอม”กับบทบาทสร้าง “แรงบันดาลใจให้เยาวชนไทย”

1 วันที่ผ่านมา
ยาว 2 นาที

อัปเดตเมื่อ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ล่าสุด "ศูนย์เรียนรู้โรงไฟฟ้าขนอม" ยังได้รับการรับรอง มาตรฐานคุณภาพแหล่งท่องเที่ยวทางศิลปะวิทยาการ ระดับดีเยี่ยม ประจำปี 2569 จากกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

.

อีกหนึ่งความภาคภูมิใจที่สะท้อนความมุ่งมั่นในการพัฒนาแหล่งเรียนรู้คุณภาพ เพื่อส่งมอบประสบการณ์การเรียนรู้ที่สร้างแรงบันดาลใจแก่ทุกคน


ที่นี้ จึงไม่ใช่แค่โรงไฟฟ้า แต่หากเป็นแหล่งเรียนรู้ และแหล่งรวมกิจกรรมที่น่าสนใจสำหรับคนทุกช่วงวัย โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชน ที่อยู้ในช่วงของการแสวงหาแรงบันดาลใจ และความฝัน!!!!

 

กิจกรรมที่พึ่งผ่านไป  แต่ความประทับใจยังคงล้นเปี่ยม 


"ถอดรหัส ‘เอลนีโญ’ กับศูนย์เรียนรู้โรงไฟฟ้าขนอม ชวนเยาวชนรับบท Climate Detective ในงานนวัตกรรมวิทย์พลิกโลก 69 

โดยกิจกรรมดังกล่าว   ศูนย์เรียนรู้โรงไฟฟ้าขนอม  ซึ่งบริหารงานโดย บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO Group  ได้ชวนเยาวชนและนักท่องเที่ยวสวมบทบาท “Climate Explorer and Detective” ออกเดินทางสำรวจโลก ถอดรหัสปรากฏการณ์เอลนีโญ (El Niño) ผ่าน 4 นิทรรศการพิเศษ และ 6 ฐานภารกิจสุดตื่นเต้น ในงานนวัตกรรมวิทย์พลิกโลก ปี 2569


ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “EGCO Base : Expedition Beyond El Niño สำรวจล้ำก้าวข้ามปรากฏการณ์เอลนีโญ” โดยนำปรากฏการณ์เอลนีโญมาเป็นจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ เพื่อชวนให้ทุกคนมาสำรวจความเชื่อมโยงของมหาสมุทร ภูมิอากาศ ระบบนิเวศ และวิถีชีวิตของผู้คนบนโลกใบเดียวกัน มาร่วมเดินทางสำรวจและเป็นนักสืบถอดรหัสเอลนีโญในงานนวัตกรรมวิทย์พลิกโลกครั้งนี้



 โดย  4 นิทรรศการพิเศษ และ 6 ฐานภารกิจสุดตื่นเต้นนี้  จะจัดแสดงต่อเนื่องถึงวันเด็กแห่งชาติ ปี 2570 ( 9 มกราคม 2570) โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

“นายราเชนทร์ บุณยพิพัฒน์” กรรมการผู้จัดการ บริษัท ผลิตไฟฟ้าขนอม จำกัด  บอกเล่าในพิธีเปิดงาน   ถึงเรื่องราว  และเป้าหมายที่อยากจะเห็น   ซึ่งสอดรับกับวิสัยทัศน์กลุ่มเอ็กโกที่ดำเนินมา ตลอด 34 ปี

“EGCO Group และบริษัท ผลิตไฟฟ้าขนอม จำกัด ดำเนินธุรกิจภายใต้วิสัยทัศน์ในการเป็นบริษัทพลังงานไทยชั้นนำที่เติบโตอย่างยั่งยืน ควบคู่ไปกับการสร้างคุณค่าให้แก่สังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม โดยยึดมั่นในบทบาทของการเป็นพลเมืองที่ดีของสังคม เราเชื่อว่า “ต้นทางดี   จะก่อกำเนิดผลลัพธ์ปลายทางที่ดี”


ดังนั้น   การสนับสนุนการศึกษา การเรียนรู้ และการพัฒนาศักยภาพของเยาวชน จึงเป็นหนึ่งในพันธกิจสำคัญที่เราดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในโลกที่กำลังเผชิญความท้าทายด้านสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม


“ความรู้  จึงไม่ใช่เพียงทางเลือก แต่เป็นความจำเป็น”


สิ่งสำคัญไม่ใช่เพียงการรับรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ต้องเข้าใจว่า เหตุการณ์ต่าง ๆ เชื่อมโยงกันอย่างไร   ผมเชื่อว่า “ทุกการค้นพบ คือจุดเริ่มต้นของความเข้าใจ” และพลังของวิทยาศาสตร์จะช่วยให้เราเตรียมพร้อมสำหรับอนาคตได้ดีขึ้น”

 

สำหรับ สัปดาห์วิทยาศาสตร์ หรือ นวัตกรรมวิทย์พลิกโลก   เป็นกิจกรรมพิเศษของศูนย์เรียนรู้โรงไฟฟ้าขนอม  ดำเนินการต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 โดยในปี 2569 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “EGCO Base : Expedition Beyond El Niño สำรวจล้ำก้าวข้ามปรากฏการณ์เอลนีโญ” เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและปรากฏการณ์เอลนีโญ ผ่านการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมและผ่านการทดลองทำภารกิจในฐานต่าง ๆ (Mission-based Learning)


ลองไปฟังรายละเอียดของกิจกรรม  กับ“นางสาวพินทุ์สุดา เปี่ยมปิติ”   ผู้จัดการส่วนกิจกรรมองค์กรและสังคม EGCO Group  ว่า มีไฮไลท์เด็ดๆ อะไรกันบ้าง?


 “โลกในปัจจุบันกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงด้านสิ่งแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศที่ซับซ้อนมากขึ้น การทำความเข้าใจเอลนีโญ จึงไม่ใช่เพียงการเรียนรู้ปรากฏการณ์ธรรมชาติ แต่คือการเข้าใจว่า ทุกระบบบนโลกเชื่อมโยงกันอย่างไร


เพื่อให้เราสามารถคาดการณ์ วางแผนรับมือ และเรียนรู้ที่จะปรับตัวเพื่ออยู่ร่วมกับความเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประเด็นสำคัญที่สุดที่กิจกรรมนี้ ต้องการส่งต่อก็คือ “ทางรอดของมนุษย์ไม่ใช่การเอาชนะธรรมชาติ แต่คือการเข้าใจธรรมชาติ และปรับตัวให้สอดคล้องกับจังหวะของโลก”


เยาวชนและผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกคน ซึ่งได้รับบทบาทเป็น Climate Explorer and Detective ออกเดินทางผ่านประสบการณ์การเรียนรู้ในรูปแบบ Mission-based Learning เพื่อสำรวจและรับฟังสัญญาณของโลก


ค้นหาความเชื่อมโยงของปรากฏการณ์ต่าง ๆ และร่วมค้นพบคำตอบด้วยตนเอง ผ่านภาพยนตร์ Sci-fi Cinematic แบบ Dual Screen และสัมผัสประสบการณ์แบบ Immersive ผ่านนิทรรศการเชิงปฏิสัมพันธ์ ที่ออกแบบขึ้นเป็นพิเศษสำหรับงานในปีนี้ ครอบคลุม 4 โซนนิทรรศการ 6 ฐานกิจกรรมย่อย ประกอบด้วย

 

โซนที่ 1 : Living Planet

จุดเริ่มต้นของการเดินทาง เรียนรู้ความสมบูรณ์ของโลกและระบบนิเวศ ผ่านตัวอย่างพื้นที่ธรรมชาติที่มีความสำคัญต่อโลก เช่น ป่าฝนอเมซอน ซึ่งมีบทบาทในการดูดซับคาร์บอนและรักษาสมดุลของสภาพภูมิอากาศ ก่อนเข้าสู่การเรียนรู้ผลกระทบของเอลนีโญ

 


โซนที่ 2 : Something is Wrong

 ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะถูกเรียกเข้าสู่ฐานบัญชาการ EGCO Base เพื่อรับทราบสถานการณ์ ก่อนเริ่มภารกิจจริง รับชมภาพยนตร์การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิผิวน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิก คือจุดเริ่มต้นของปรากฎการณ์เอลนีโญ ที่ส่งผลกระทบต่อระบบภูมิอากาศทั่วโลก

 

โซนที่ 3 : The Broken World

 ผู้เข้าชมเดินทางสำรวจผลกระทบของเอลนีโญ ผ่าน 4 พื้นที่ตัวแทนจากทั่วโลก ได้แก่

 The Desert ภัยแล้งและความแห้งแล้งที่รุนแรง Ocean Crisis วิกฤตปะการังฟอกขาวและระบบนิเวศทางทะเล Changing Community ผลกระทบต่อชุมชนชายฝั่งและวิถีชีวิตของผู้คน และ Antarctica การเปลี่ยนแปลงของน้ำแข็งขั้วโลกและผลกระทบต่อระบบภูมิอากาศโลก

 

โซนที่ 4 : EGCO Expeditors War Room

 เรียนรู้การทำงานของนักวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ใช้ติดตามการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ผ่านกิจกรรม Ocean Observation, Forecast AI และ Community Planning เพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจว่าข้อมูลทางวิทยาศาสตร์สามารถนำมาใช้คาดการณ์และวางแผนรับมือกับภัยพิบัติได้อย่างไร และสรุปองค์ความรู้จากทุกภารกิจ พร้อมชวนผู้เข้าร่วมกิจกรรมแชร์ไอเดียและค้นหาแนวทางในการดูแลโลก ตั้งรับและปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ เพื่อร่วมสร้างอนาคตที่ยั่งยืน

 

ทีนี้  เราลองไปฟังความรู้สึกของเยาวชนที่ได้มาร่วมชมนิทรรศการและปฏิบัติภารกิจ “นักสืบเอลนีโญ” ในงานนวัตกรรมวิทย์พลิกโลก ปี 2569ว่าพวกเธอตื่นเต้น และได้รับแรงบันดาลใจอะไรกันบ้าง?

 

“เด็กหญิงวรพรรณี ถิรวุธ” (ซุ่นลี่) ป.6 โรงเรียนขจรเกียรติพัฒนา เผยความรู้สึกว่า

 “วันนี้หลังจากที่ได้มาเดินชมงานชอบโซน Antarctica มากที่สุดค่ะ เพราะได้เรียนรู้เรื่องภูเขาน้ำแข็ง วิธีการศึกษาอายุของน้ำแข็ง และได้เห็นสแตนดี้เพนกวินเท่าตัวจริงด้วยค่ะ หนูเคยเรียนรู้เกี่ยวกับปรากฏการณ์เอลนีโญในวิชาวิทยาศาสตร์มาบ้างแล้ว ว่าเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิในมหาสมุทรและส่งผลกระทบต่อโลก แต่การที่ได้มาชมนิทรรศการครั้งนี้ ทำให้หนูเห็นอะไรมากขึ้นนอกจากที่เรียนในห้องเรียนค่ะ”


“เด็กชาย ปิยพงศ์ ล่ำสุข” (ตะวัน) ป.5 โรงเรียนวัดคีรีวง เผยความรู้สึกว่า

“ผมชอบโซนป่าอเมซอนมากที่สุด เพราะได้เล่นเกมและแข่งกันค้นหาภาพสัตว์กับเพื่อนครับ ผมเห็นกบหลากสีอยู่ตรงต้นไม้ รองลงมาก็ชอบโซนทะเลทราย ที่โรงเรียนมีสอนเรื่องปรากฏการณ์เอลนีโญบ้างครับ แต่พอได้มาเห็นนิทรรศการจำลอง ทำให้เข้าใจมากขึ้น สำหรับไอเดียในการดูแลโลกในอนาคต ผมจะปลูกต้นไม้ครับ เพราะว่า ต้นไม้จะช่วยลดโลกร้อน และผมก็ชอบปลูกต้นไม้ด้วยครับ แล้วก็จะไม่ตัดไม้ทำลายป่า และจะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกครับ”

 

เสียงสะท้อนที่สร้างสรรค์ของตัวแทนของ 2 เยาวชน ที่ได้มีโอกาสร่วมกิจกรรมครั้งนี้ ได้เล่าถึงความประทับใจ  แรงบันดาลใจ จากการได้สัมผัสจากประสบการณ์ตรง จึงบอกเล่าเรื่องราวได้อย่างมีอรรถรส และน่าตื่นเต้น!!!

สำหรับเยาวชนและประชาชนจากทั่วประเทศที่สนใจสามารถร่วมเป็นนักสืบเอลนีโญได้ในงานนวัตกรรมวิทย์พลิกโลก ปี 2569 ที่ศูนย์เรียนรู้โรงไฟฟ้าขนอม อำเภอขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดให้เยี่ยมชมทุกวันอังคาร-วันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 09.00 – 16.00 น. (หยุดวันอาทิตย์ วันจันทร์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์)

 

ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเพื่อเข้าชมล่วงหน้าได้ที่เว็บไซต์https://varpevent.com/museum/khanom/ โทร. 098 014 2249 และ 075 466 062 หรือติดตามข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับศูนย์เรียนรู้โรงไฟฟ้าขนอม ได้ที่เพจเฟซบุ๊ก www.facebook.com/KhanomLearningCenter


ย้ำกันอีกครั้ง!!!!!

ทั้ง 4 นิทรรศการพิเศษ และ 6 ฐานภารกิจที่สุดแสนจะตื่นเต้น    จะจัดแสดงต่อเนื่องถึงวันเด็กแห่งชาติ ปี 2570 ( ตรงกับวันที่ 9 มกราคม 2570) โดยไม่มีค่าใช้จ่าย


ความคิดเห็น


ดาวน์โหลด (1).png

เพื่อให้ทุกท่านสามารถติดตามประเด็นวิเคราะห์เจาะลึกผ่านทาง CLOSE-UP THAILAND เชิญเพิ่มเพื่อนทางไลน์ @closeupthailand

bottom of page