ส.อ.ท. ชู “มอก.9999” ต่อยอดเศรษฐกิจพอเพียง สร้างอุตสาหกรรมไทย “สมดุล มั่นคง ยั่งยืน”
- 2 วันที่ผ่านมา
- ยาว 1 นาที

เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) จัดการบรรยายพิเศษหัวข้อ “การพัฒนาอุตสาหกรรมตามแนวพระราชดำริและหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” โดย ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล กรรมการและที่ปรึกษาพิเศษอาวุโส มูลนิธิชัยพัฒนา ในการประชุมคณะกรรมการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กส.) เพื่อเชื่อมโยงแนวพระราชดำริเข้ากับการยกระดับขีดความสามารถของภาคอุตสาหกรรมไทย ณ ห้อง Chatrium Ballroom ชั้น 4 โรงแรมชาเทรียม ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ
นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ปี 2570 จะเป็นวาระ 100 ปีชาตกาล พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญที่ภาคอุตสาหกรรมจะร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และ ส.อ.ท. มีเครื่องมือที่จะทำให้พระราชปณิธานเกิดผลจริงอยู่ในมือแล้ว นั่นคือมาตรฐาน มอก. 9999
“ของขวัญที่มีค่าที่สุดสำหรับวาระ 100 ปีชาตกาล ไม่ใช่พิธีการหรือกิจกรรมที่จัดขึ้นเพียงครั้งเดียว แต่คือการนำปรัชญาของพระองค์ท่านมาแปลงให้เกิดการปฏิบัติจริงในโรงงานและในสายการผลิตของคนไทย และ ส.อ.ท. มีของขวัญชิ้นนั้นอยู่ในมือแล้ว” นางพิมพ์ใจ กล่าว
[เศรษฐกิจพอเพียงไม่ใช่เรื่องเกษตร แต่เป็นเรื่องของทุกภาคส่วน]ดร.สุเมธฯ กล่าวในการบรรยายว่า พระราชดำรัสเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงพระราชทานไว้ตั้งแต่ปี 2542 หรือกว่า 20 ปีมาแล้ว แต่สังคมไทยยังตีความคลาดเคลื่อน ทั้งที่เข้าใจว่าต้องใช้ชีวิตอย่างจำกัด และเน้นเฉพาะภาคเกษตรเท่านั้น ขณะที่ในพระราชดำรัสไม่ปรากฏคำว่า “เกษตรกรรม” แม้แต่คำเดียว หลักการนี้จึงเปิดกว้างให้ทุกภาคส่วนนำไปใช้ได้ ซึ่งสอดรับกับโลกวันนี้ที่เผชิญทั้งสงคราม ภัยธรรมชาติ โรคระบาด และความพลิกผันทางเทคโนโลยี
เมื่ออ่านหลักการของมาตรฐาน 3 ห่วง 2 เงื่อนไข ด้วยสายตาของภาคอุตสาหกรรม มีรายละเอียด ดังนี้
• ความพอประมาณ คือการประเมินตนเอง (Self Assessment) ว่าองค์กรหรือประเทศมีทุนอะไร มีขีดความสามารถแค่ไหน แล้วเดินให้สอดคล้องกับฐานะจริง ดังบทเรียนที่ประเทศไทยเคยประกาศตัวเป็น “เสือตัวที่ 5” โดยไม่ได้ประเมินฐานะของตนเอง จนนำไปสู่วิกฤตปี 2540• ความมีเหตุมีผล คือการใช้เหตุผลนำทางแทนการเดินตามกระแส กรณีเครือซิเมนต์ไทย (SCG) ซึ่งมีหนี้ 58,000 ล้านบาทในช่วงวิกฤตปี 2540 เป็นตัวอย่างที่ชัดเจน เมื่อกลับมาประเมินว่าตนเองเก่งเรื่องใดจริง จึงตัดสินใจขาย 7 ธุรกิจ และเก็บไว้เพียง 3 ธุรกิจที่เป็นจุดแข็ง คือ วัสดุก่อสร้าง แพ็กเกจจิ้ง และซีเมนต์ ผลคือปลดหนี้ได้ภายใน 18 เดือน และประกาศกำไรสูงสุดในรอบ 35 ปี• การมีภูมิคุ้มกัน คือการบริหารความเสี่ยงและมองไปข้างหน้าก่อนที่วิกฤตจะมาถึง เช่นเดียวกับที่ SCG วางแพลตฟอร์มการผลิตวัคซีนไว้ล่วงหน้า เมื่อเกิดสถานการณ์ COVID-19 จึงเริ่มผลิตได้ทันที ในขณะที่หลายประเทศยังต้องแข่งกันจัดหาจากภายนอก ส่วนสองเงื่อนไขที่กำกับทั้งสามห่วง คือ ความรู้ ที่ต้องรอบรู้ รอบคอบ ระมัดระวัง และตามความเปลี่ยนแปลงให้ทัน โดยเฉพาะเทคโนโลยี AI ที่มาพร้อมทั้งโอกาสและภัยคุกคาม และ คุณธรรม คือความซื่อสัตย์สุจริตและการไม่คอร์รัปชัน ซึ่งเป็นโจทย์ร่วมของทุกภาคส่วนในสังคม
ปลายทางของหลักการนี้ไม่ใช่ Economic Growth แต่คือ “สมดุล มั่นคง และยั่งยืน” ซึ่งเป็นทิศทางเดียวกับ ESG และ SDGs ที่โลกธุรกิจกำลังมุ่งไป โดย ESG และ SDGs คือปลายทาง หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงคือต้นทางความคิด และ มอก. 9999 คือเครื่องมือที่จับต้องได้ซึ่งแปลงปรัชญาให้กลายเป็นหลักปฏิบัติที่วัดผลได้
[ส.อ.ท. พร้อมเดินหน้าขยายผลทั้งซัพพลายเชน]นางพิมพ์ใจ กล่าวปิดท้ายว่า ส.อ.ท. พร้อมเดินหน้าส่งเสริมและขับเคลื่อนมาตรฐาน มอก. 9999 ในกลุ่มอุตสาหกรรมและสมาชิกทั่วประเทศ โดยอาศัยเครือข่ายกลุ่มอุตสาหกรรมและสภาอุตสาหกรรมจังหวัดเป็นกลไกขยายผล เพื่อให้มาตรฐานนี้ไปถึงผู้ประกอบการทุกขนาด ไม่จำกัดเฉพาะบริษัทขนาดใหญ่ ควบคู่กับการทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง
“เศรษฐกิจพอเพียงไม่ใช่เรื่องของการชะลอการเติบโต แต่คือการเติบโตอย่างมีภูมิคุ้มกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ภาคอุตสาหกรรมไทยต้องการที่สุดในเวลานี้ เมื่อโลกเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ส.อ.ท. จะทำให้ มอก. 9999 เป็นมาตรฐานที่ผู้ประกอบการไทยเข้าถึงได้จริง และเป็นของขวัญที่ภาคอุตสาหกรรมร่วมกันถวายในวาระ 100 ปีชาตกาล” นางพิมพ์ใจ กล่าว






.png)
ความคิดเห็น