top of page

เปิดกรอบ แนวทาง ฟื้นฟูเศรษฐกิจ โดย"ดร .กิตติ ลิ่มสกุล" ประธานกรรมการที่ปรึกษานโยบายเศรษฐกิจ พรรคเศรษฐกิจ

  • รูปภาพนักเขียน: Close Up Thailand
    Close Up Thailand
  • 20 ม.ค.
  • ยาว 2 นาที

เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2569 "ดร กิตติ ลิ่มสกุล"ประธานกรรมการที่ปรึกษานโยบายเศรษฐกิจ พรรคเศรษฐกิจ ในฐานะนักเศรษฐศาสตร์อาวุโส ได้ออกบทวิเคราะห์ "เปิดกรอบ แนวทาง ฟื้นฟูเศรษฐกิจ" ไทยไว้อย่างเป็นระบบ และน่าสนใจ กองบรรณาธิการ จึงนำเสนอให้ทุกท่านได้ติดตาม !!!!

1. เศรษฐกิจมหภาค (Macroeconomic )


1.1 การแก้ปัญหาการตกต่ำ ของอัตราการเจริญเติบโตด้านการผลิต-รายได้และรายจ่ายของครัวเรื่อน การเพิ่มรายได้ประชาชนโดยฟื้นฟูการจ้างงานให้รายได้ ขยายตัวเพิ่มและนำประเทศออกจากกับดักประเทศ ที่มีรายได้ปานกลาง(middle income trap)


1.2 การจัดการบริหารหนี้สาธารณะ ควบคู่กับหนี้ครัวเรือน และธุรกิจ


1.3 เสถียรภาพภายใน เงินฝืดที่ต่อเนื่อง และอาจเข้าสู่การถดถอยทางเทคนิค (technical recession) ต้องปรับโครงสร้างการใช้จ่าย ภาครัฐบาลกลาง _ท้องถิ่น เพิ่มรายจ่ายเพื่อการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานและด้านฝึกอบรมเทคโนโลยีสมัยใหม่ ด้านเครื่องจักรการเกษตรและโดรน ขยายเมล็ดพันธุ์ฯ เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศ


1.4 การดูแลดุลยภาพทางเศรษฐกิจมหภาคภายนอก ด้านดุลบัญชีเดินสะพัด และเงินทุนระยะสั้น การปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายให้มีช่องว่างกับดอกเบี้ยโลก ที่ยืดหยุ่น สอดคล้องกับการชี้นำดอกเบี้ยในประเทศ

เนื่องจากช่องห่างระหว่างดอกเบี้ยนโยบายไทย กับดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐอเมริกาแคบ

การลดดอกเบี้ยนโยบายอาจไม่สามารถทำได้


อย่างไรก็ดี การกำกับดูแลให้เกิดความสมดุลเศรษฐกิจมหภาค อาจทำได้โดย


(1) นโยบายเพิ่มการใช้จ่ายเพื่อการลงทุนของภาครัฐวิสาหกิจ โดยการนำเข้าเครื่องจักรกล และสินค้าทุนที่นำไปใช้ในการอุดหนุนภาคการผลิต ภาคเกษตร และรัฐวิสาหกิจ เพื่อลดการเกินดุลบัญชีเดินสะพัด เพื่อส่งสัญญาณให้ค่าเงินบาทอ่อนตัวลง

(2) เพิ่มการนำเข้าเครื่องจักรการเกษตร และอุปกรณ์สำหรับสร้างโรงอบ(ไซโล)โดรนเกษตร เทคโนโลยีชีวภาพเพื่อการเกษตร

(3) นำเข้ายุทโธปกรณ์ และเครื่องจักรเพื่อความมั่นคง เช่น โดรน และ แอนตี้โดรน และส่งเสริมการลงทุนภาคเอกชนไทย ในด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ และนำเข้าเครื่องจักรที่ใช้ผลิตในอุตสาหกรรม ป้องกันประเทศ และเครื่องจักรและสินค้าทุนของรัฐวิสาหกิจ ด้านที่เกี่ยวกับพลังงาน และน้ำ

(4) นำเข้าเครื่องจักรอุปกรณ์ เพื่อสนับสนุนให้รัฐวิสาหกิจ เช่น การยางแห่งประเทศไทย นำเครื่องจักร(ส่วนใหญ่ผลิตในประเทศ) ส่งเสริมกลุ่มเกษตรกรสวนยาง นำเศษขยะจากการผลิตยางแผ่น ฯ ทำการแปรรูป waste-diesel เพื่อใช้สำหรับเครื่องจักรกลการเกษตร

ส่งเสริมการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคลงทุนร่วมเอกชนให้ผลิตไฟฟ้าจากขยะ สำหรับพื้นที่นอกบริการ (off grid)โดยเฉพาะชุมชนชนบท

ตัวอย่างเหล่านี้ คือ การลงทุนเพื่อตอบสนองต่อการที่ค่าเงินบาทแข็ง ซึ่งมีจุดดีต่อการลงทุนระยะยาวเช่นกัน

ผลการนำเข้าสินค้าทุน ส่งผลต่อการลดลงของการเกินดุลบัญชีเดินสะพัด เงินบาทปรับตัวสู่สมดุลมากขึ้นโดยไม่ต้องแทรกแซง เพราะตลาดปริวรรตเงินตราใหญ่มาก ไม่ควรจะเสียทรัพยากรทางการเงินโดยไม่พิจารณาผลได้ -ต้นทุนสังคม

พร้อม ๆ กับปรับบัญชีเดินสะพัด ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจเพิ่มปริมาณเงิน (Money supply from Domestic monetary base vs foreign monetary base) ให้ปริมาณเงินบาทหมุนเวียนมากขึ้นเพื่อเพิ่มสภาพคล่องในประเทศ เพื่อสนับสนุนการซื้อ-ขายสินค้า บริการภายในประเทศ

ทั้งนี้ ไม่ต้องไปแทรกแซงการแข็งค่าของเงินบาท และไม่ต้องแทรกแซงตลาดทองคำ แต่อาจตรวจสอบ ติดตามการซื้อขายทองคำผ่านระบบอิเล็กทรอนิค โดยไม่จำเป็นต้องแทรกแซง เพียงแต่คอยกำกับจัดการ (monitoring) เส้นเงินสีเทาให้เข็มข้น เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบ จากตลาดทอง-ตลาดอัตราแลกเปลี่ยน


สำหรับภาคเอกชนที่ส่งออกและถูกกระทบฯ ควรพิจารณาการลงทุนเครื่องจักร จากการที่ค่าเงินบาทแข็งค่ามากกว่าเรียกร้องให้ธนาคารกลางแทรกแซง เพราะต้นทุนสังคมสูงกว่าผลได้ทางสังคม รัฐอาจช่วยโดยใช้นโยบายการคลัง (เสนอ ต่อไป)


(2) รัฐบาลเพิ่มการใช้จ่ายการจ้างงานสาธารณะ ในขณะที่ตัดรายจ่าย และงบประมาณประจำ (current expenditure) ทุกกระทรวงในด้านที่ไม่กระทบต่อค่าจ้างและเงินเดือน สวัสดิการผู้เปราะบาง ชรา ฯ

เสนอให้รัฐบาลทำโครงการ ”กินไป- เรียนไป“ เพื่ออุดหนุนชีวิตผู้เปราะบางทุกวัย พร้อมกับอบรมทักษะ ชีวิต และการเพิ่มสุขอนามัย การดูแล ผู้สูงวัย ฯ (รายละเอียดเสนอต่อไป)


1.5 การส่งเสริมให้ผู้มีรายได้ที่อยู่นอกระบบภาษี มีแรงจูงใจเข้าระบบ เช่น อาจพิจารณาการ‘นิรโทษกรรมภาษี ’ สำหรับผู้ที่สมัครใจเข้าระบบภาษี ทั้งนิติบุคคล และบุคคลธรรมดา และมูลค่าเพิ่ม ฯ


1.6 ชะลอการขึ้น VAT ไปก่อนเพื่อพยุงกำลังซื้อไปจนกว่าเศรษฐกิจฟื้นตัวในปี 2570-2571


1.7 การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ ระบบสถาบันการเงินเพื่อลดส่วนต่างรายได้ ดอกเบี้ยฝาก-กู้ ของระบบสถาบันการเงิน(Net interest margin NIM และ NIM /Asset ratio) ให้แข่งขันได้เท่าเทียมนานาชาติ เพื่อลดอำนาจเหนือตลาด และลดภาระผู้กู้ และเพิ่มรายได้ดอกเบี้ยผู้ฝาก

ส่งเสริมให้จัดตั้งธนาคารเพื่อประชาชน จากระบบการเงินของกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ ฯ สำหรับกองทุนฯที่พร้อม มีรายงานปิด บัญชีที่ดีต่อเนื่องสามปีอย่างน้อย


1.8 บริหารดุลยภาพภายใน-ภายนอก ของเศรษฐกิจมหภาค (Savings and Investment balance in long run for Optimal Growth)เพื่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจมหภาคระยะกลาง-ยาว ร้อยละ 4.5 -5.0 ต่อปี โดยเฉลี่ยร่วมกับการมีโครงการพรรคเศรษฐกิจ

(1) รถไฟความเร็วสูงเชื่อมโยงกับรถไฟจีนและเชื่อมกับอณุภูมิภาค ตามโครงการ BRI จีนที่จะมีนิคม การเกษตร อุตสาหกรรม ระบบลอจิสติกส์ และ AI Bio-technology(New S Curve )

(2) โครงการ Ocean Link เพื่อ ไทยเป็น Hub

(3) Geo Informatics and Space Technology เพื่อการพัฒนา เศรษฐกิจ และ ความ ความมั่นคง


2. ด้านประชาชน และทรัพยากรมนุษย์ ลดการผูกขาดทางธุรกิจเอกชนขนาดใหญ่


2.1 การเพิ่มทักษะประชาชน โดยการลงทุนในทรัพยากรมนุษย์ การลงทุนในเทคโนโลยีเพื่อยกระดับรายได้ประชาชน และใช้เครื่องมือทางการคลังลดความเหลื่อมล้ำทางรายได้ เพิ่มโอกาสในการลงทุนการศึกษาและโอกาสในการหารายได้


2.2 การฟื้นฟูเศรษฐกิจรายสาขา เช่น ภาคเกษตร


-เกษตร เพิ่มผลิตภาพการผลิตต่อไร่ ..ด้วยเทคโนโลยีชีวภาพ และการใช้เมล็ดพันธุ์ที่ดี ตลาดต้องการ การใช้ปุ๋ยอินทรีย์เคมี ร่วมอินทรีย์ชีวภาพ ในการเกษตรผสมผสาน เกษตรอินทรีย์ และ GAP


-ร่วมกับองค์กรเอกชนและราชการ ให้การอบรมเชิงปฏิบัติการเกษตรกร ผ่านระบบAI /IoT และผู้เชี่ยวชาญจริง สร้างตลาดเครื่องจักรการเกษตร และโดรน โดยรัฐอุดหนุนทางอ้อม ดำเนินการโดยเอกชน

พรรคเศรษฐกิจเสนอโครงการ "หนึ่ง-ตำบล หนึ่งไซโล" เครื่องอบ เครื่องคัด และสีขนาดเล็ก (One Tambon One Sailo) เพื่อเพิ่มคุณภาพผลผลิต ข้าวเปลือก ข้าวโพด มัน ถั่ว ฯ เพิ่มรายได้เกษตรกร จากราคาและคุณภาพ

พร้อมกับการให้บริการเช่า เครื่องจักร(รัฐสนับสนุนเอกชนให้ค่าเช่าไม่เกินกำลัง ) ลดรายจ่ายด้านต้นทุน และรายได้เหนือรายจ่าย มากกว่าไม่มีนโยบายพรรคเศรษฐกิจ 30%!


-เชื่อมโยงการผลิตของเกษตรกรและตลาดในและต่างประเทศ ด้วยเทคโนโลยี มีการตกลงล่วงหน้าระหว่างผู้ซื้อ-ขาย ราคา ปริมาณ ฯ (Smart Contracts )


-การใช้สัญญาณดาวเทียมเพื่อพยากรณ์ผลผลิตในภาคเกษตรกรรม และการลดความสูญเสียจากการ เปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การดูแลสิ่งแวดล้อมทรัพยากรธรรมชาติ เช่น การแก้ไขมลพิษในแม่น้ำกก จ.เชียงราย โดยใช้ภาพถ่ายดาวเทียม ร่วมกับองค์กรภาครัฐ-เอกชน


-การบริหารจัดการ น้ำ ดิน ป่าไม้ สิ่งแวดล้อม รอบนิคมเกษตรกรรม ที่รถไฟผ่าน(นโยบายพรรคเศรษฐกิจ) และการช่วยเหลือการรักษาทรัพยากรธรรมชาติไทย และอณุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง


- การบริหารจัดการ การแปรรูปสินค้าเกษตรเชื่อมโยงตลาดในและต่างประเทศ การตอบสนอง คำสั่งซื้อ จากโครงการ BRI ร่วมจีน และ อณุภูมิภาคน้ำโขง รถไฟจีน-ไทย และ Ocean Link .....!!!!!

 
 
 

ความคิดเห็น


ดาวน์โหลด (1).png

เพื่อให้ทุกท่านสามารถติดตามประเด็นวิเคราะห์เจาะลึกผ่านทาง CLOSE-UP THAILAND เชิญเพิ่มเพื่อนทางไลน์ @closeupthailand

bottom of page