top of page

"โด่งวิ่งสู้ฟัด"'งัดทุกมาตรการ รับวิกฤติพลังงานไทย!!!

  • 45 นาทีที่ผ่านมา
  • ยาว 1 นาที

บุคคล ที่รับบทหนักในสถานการณ์วิกฤติพลังงาน อันเกิดจากความไม่สงบในตะวันออกกลาง ครั้งนี้ นอกจากนายกรัฐมนตรี "อนุทิน ชาญวีรกุล"

หนีไม่พ้นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน "อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์" "ในการตอบคำถาม ถึงแผน และมาตรการรับมือจากสื่อแบบรายวันว่า เตรียมอะไรไว้บ้าง????


เพื่อให้มีน้ำมันใช้เพียงพอ และไม่ขาดตลาด!!!


เราลองตามไปดูว่า เขาทำอะไรบ้าง???

13 มีนาคม 2569 นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นำทีมผู้บริหารกระทรวงพลังงาน และบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ร่วมหารือกับนาย Anatol Feygin, Chief Commercial Officer บริษัท Cheniere Energy Inc.ผู้ผลิต LNG รายใหญ่ของโลกจากสหรัฐอเมริกา เพื่อเพิ่มปริมาณ LNG ที่จะส่งมอบในสัญญาเดิมมายังประเทศไทย จากปีละ 1 ล้านตัน เป็น 1.3 ล้านตัน เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานตลอดอายุสัญญาที่เหลืออยู่อีก 15 ปี (ถึงปี พ.ศ.2584)


อีกทั้งได้หารือเพื่อปรับเปลี่ยนกำหนดเที่ยวเรือที่จะส่งมอบ LNG บางส่วนให้เร็วขึ้น จากไตรมาสที่ 3/2569 เป็นไตรมาสที่ 2/2569 เพื่อลดผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง หากการสู้รบยังคงยืดเยื้อต่อไป ทั้งนี้ บริษัท Cheniere รับที่จะเร่งดำเนินการให้อย่างดีที่สุด

”ตั้งแต่เกิดวิกฤตด้านพลังงาน รัฐบาลได้ดำเนินมาตรการในหลายๆ ด้าน คู่ขนานกันมาโดยตลอด อาทิ การระงับส่งออกน้ำมัน การเพิ่มปริมาณสำรองน้ำมัน การเจรจาจัดหาน้ำมันและก๊าซจากภูมิภาคอื่นนอกจากตะวันออกกลางมาทดแทน การส่งเสริมการใช้น้ำมันชีวภาพมากขึ้น การใช้กองทุนน้ำมันมาบรรเทาผลกระทบด้านราคา และการรณรงค์เรื่องการประหยัดพลังงาน จึงขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจได้ว่าเราจะสามารถผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกันได้อย่างแน่นอน“ นายอรรถพล กล่าว


“อรรถพล” ชวนติดโซลาร์รูฟท็อป

ลดภาษีได้ 2 แสนบาท

เซฟค่าไฟระยะยาว ช่วยชาติลดนำเข้าพลังงาน

นอกเหนือจากการจัดหาพลังงาน จากแหล่งในต่างประเทศแล้ว สิ่งที่ทำได้ทันทีแบบคู่ขนานคือ มาตรการภายในประเทศ เพื่อให้เกิดการประหยัดพลังงาน ด้วยการจูงใจต่างๆ


11 มีนาคม 2569 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า หลังจากมีประกาศราชกิจจานุเบกษาประกาศบังคับใช้มาตรการภาษีส่งเสริมพลังงานสะอาดและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานอย่างเป็นทางการ ประชาชนผู้สนใจติดโซลาร์รูฟท็อป สามารถใช้สิทธิประโยชน์นี้ได้ทันที ซึ่งการติดโซลาร์รูฟท็อป ติดแล้วได้กำไรถึง 3 ต่อ โดยต่อที่ 1 ช่วยลดค่าไฟฟ้าได้แล้ว ต่อที่ 2 สามารถนำค่าใช้จ่ายมาลดหย่อนภาษีสูงสุด 200,000 บาท และต่อที่ 3 ช่วยเป็นส่วนหนึ่งในลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ คาดว่าจะสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 15.28 ล้านตันต่อปี โดยมาตรการนี้ จะช่วยกระตุ้นเม็ดเงินลงทุนในประเทศกว่า 2.4 แสนล้านบาท สำหรับบุคคลธรรมดาที่ติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาบ้าน สามารถนำค่าซื้ออุปกรณ์และค่าติดตั้งมาหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ ตามที่จ่ายจริง สูงสุด ไม่เกิน 200,000 บาท แต่การติดตั้งต้องเป็นระบบ On-Grid ที่เชื่อมต่อกับการไฟฟ้า (กฟน. หรือ กฟภ.) และต้องใช้หลักฐาน ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์เต็มรูป (e-Tax Invoice) เท่านั้น มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2571


โดยมาตรการภาษีส่งเสริมพลังงานสะอาดและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ไม่เพียงแต่ส่งเสริมให้ประชาชนติดโซลาร์รูปท็อปเท่านั้น ยังส่งเสริมให้ภาคธุรกิจได้สิทธิเช่นกัน โดยหักรายจ่ายเครื่องจักร/วัสดุประหยัดพลังงานได้ 1.5 เท่า ส่วนสำหรับบุคคลธรรมดาที่มีรายได้ตามมาตรา 40( 5 ) - ( 8 ) และนิติบุคคล ที่ลงทุนปรับเปลี่ยนเครื่องจักรหรือวัสดุเพื่อการอนุรักษ์พลังงาน สามารถนำเงินลงทุนมาหักเป็นรายจ่ายทางภาษีได้ 1.5 เท่า (เท่ากับได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ 50% ของค่าใช้จ่ายจริง) โดยอุปกรณ์ที่ร่วมรายการ ต้องเป็นของใหม่ที่มีมาตรฐานประสิทธิภาพสูง อาทิ ปั๊มความร้อน (Heat Pump) สีทาผนัง หรือกระจกกันความร้อน และเครื่องใช้ไฟฟ้าฉลากแสดงระดับประสิทธิภาพพลังงาน เบอร์ 5 ระดับสูงสุด ทั้งนี้ ต้องไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ซ้ำซ้อนจากมาตรการอื่น (เช่น BOI หรือ EEC) และต้องมีใบกำกับภาษีแบบ e-Tax Invoice

“ที่ผ่านมา กระทรวงพลังงาน ได้ออกมาตรการต่างๆ เพื่อส่งเสริมให้เกิดการใช้พลังงานสะอาด การออกมาตรการลดภาษีสำหรับติดโซลาร์รูฟท็อปสำหรับประชาชน และมาตรการหักรายจ่ายเครื่องจักร/วัสดุประหยัดพลังงานสำหรับภาคเอกชน ก็เป็นหนึ่งในมาตรการที่กระทรวงพลังงาน พยายามผลักดักเพื่อกระตุ้นให้เกิดการใช้พลังงานสะอาดมากขึ้น ช่วยชาติลดการนำเข้าพลังงาน คาดว่ามาตรการนี้จะช่วยลดการใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนและอุตสาหกรรมได้มากขึ้น การลดหย่อนภาษีก็จะช่วยจูงใจให้มีการติดตั้ง/ปรับเปลี่ยนเครื่องจักรอุปกรณ์ กระทรวงพลังงานยังคงมุ่งผลักดันมาตรการต่างๆ ให้ประเทศไทยก้าวสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน” นายอรรถพล กล่าว


ดังนั้นชั่วโมงนี้ บุคคลที่วิ่งสู้ฟัด!!!

เพื่อแก้ปัญหาพลังงานของประเทศระยะสั้นเฉพาะหน้าก่อนมีรัฐบาลใหม่ ก็คือบุคคลนี้

"โด่ง-อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์"

อดีตซีอีโอ ปตท. ลูกหม้อองค์กรด้านพลังงานขนาดใหญ่ ที่เชี่ยวชาญด้านนี้ ไม่เป็นสองรองใคร


โดยหากไม่มีปัจจัยด้านการเมืองมาเกี่ยวข้อง

เขามีความรอบรู้ด้านพลังงานกว่านักการเมืองหลายคน เป็นไหน ๆ


ในการรับบท รัฐมนตรีพลังงานคนต่อไป ของประเทศไทย!!!

ประมวลมาตรการลดใช้พลังงาน

กระทรวงพลังงาน ขอเชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมลดใช้พลังงาน เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวันของพวกเราทุกคน คือฟันเฟืองสำคัญที่จะช่วยลดการพึ่งพาพลังงานและขับเคลื่อนประเทศไปสู่อนาคตที่ยั่งยืน โดยสามารถเริ่มต้นได้ผ่าน 2 แนวทางปฏิบัติหลัก ดังนี้


 ด้านการประหยัดไฟฟ้า

ปิดไฟ ถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้า เมื่อไม่ใช้งาน

ปิดหน้าจอคอมพิวเตอร์ เมื่อไม่ใช้งาน

ปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศที่ 26 องศาเซลเซียส

ยกเว้น การใส่สูทและผูกเนคไท สวมใส่เสื้อผ้าสุภาพและระบายอากาศได้ดีแทนการเร่งความเย็นเครื่องปรับอากาศ

เปลี่ยนมาใช้บันไดแทนลิฟต์สำหรับการขึ้น-ลง 1-2 ชั้น


 ด้านการประหยัดน้ำมัน

สนับสนุนการทำงานแบบ Work from Home

ส่งเสริมให้จัดประชุมผ่านระบบ Video Conference ตามความเหมาะสม

วางแผนก่อนเดินทาง หรือหันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะและระบบ Carpool

ร่วมกันใช้พลังงานอย่างรู้คุณค่าตั้งแต่วันนี้ เพื่อความมั่นคงทางพลังงานของประเทศไทย


(ฟังคลิปโด่ง-อรรถพล)


ความคิดเห็น


ดาวน์โหลด (1).png

เพื่อให้ทุกท่านสามารถติดตามประเด็นวิเคราะห์เจาะลึกผ่านทาง CLOSE-UP THAILAND เชิญเพิ่มเพื่อนทางไลน์ @closeupthailand

bottom of page