บทใหม่ Team Thailand "การทูตเศรษฐกิจ"รับมือความซับซ้อนของภูมิรัฐศาสตร์ และภูมิเศรษฐศาสตร์โลก
- 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา
- ยาว 1 นาที
โดยกระทรวงพาณิชย์ และ กระทรวงการต่างประเทศ ผนึกกำลัง Team Thailand เดินเกมรุก "การทูตเศรษฐกิจ" รับมือความซับซ้อนของภูมิรัฐศาสตร์ และภูมิเศรษฐศาสตร์โลก

เมื่อเร็วๆนี้ กระทรวงพาณิชย์ และ กระทรวงการต่างประเทศ ร่วมประชุมหารือระดับนโยบายเพื่อบูรณาการการทำงาน "ทีมไทยแลนด์ (Team Thailand)" มุ่งเป้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศ ภายใต้สภาวะการณ์โลกที่มีความซับซ้อนสูง โดยเน้นย้ำความสำคัญของการใช้มิติทางการเมืองและการต่างประเทศควบคู่กับมิติการค้า เพื่อสร้างแต้มต่อและรักษาผลประโยชน์สูงสุดของประเทศ

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า กระทรวงพาณิชย์ มองกระทรวงการต่างประเทศเป็น "Extended Team" ที่สำคัญยิ่งในการทำหน้าที่เป็นทัพหน้าบุกเบิกตลาดโลกเนื่องจากปัจจุบันปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) และภูมิเศรษฐศาสตร์ (Geo-economics) ได้เข้ามามีบทบาทโดยตรงต่อทิศทางการค้าโดยด้านการต่างประเทศและความมั่นคงที่มีกระทรวงการต่างประเทศเป็นผู้นำ จะช่วยให้การเจรจาทางการค้าและการเปิดตลาดใหม่มีน้ำหนักและสัมฤทธิผลมากขึ้น

โดย นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เน้นย้ำว่า การค้าในโลกยุคใหม่ ไม่สามารถแยกออกจากมิติการเมืองระหว่างประเทศได้ โดยกระทรวงการต่างประเทศพร้อมสนับสนุนนโยบาย Economic Diplomacy หรือการทูตเพื่อเศรษฐกิจ โดยใช้เครือข่ายเอกอัครราชทูตและกงสุลทั่วโลกเป็นกลไกเปิดประตูการค้าและสร้างความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์
ในการหารือครั้งนี้ ทั้งสองกระทรวงได้ให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับ (1) สถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางและอิหร่าน ให้ใช้การทูตนำสันติภาพสู่โอกาสการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ท่านรัฐมนตรีทั้งสองเห็นพ้องกันว่า ไทยต้องยึดถือความเป็นกลาง (Neutrality) ในสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน โดยใช้เวทีอาเซียนเป็นกลไกเรียกร้องสันติภาพ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับประเทศไทยบนเวทีโลก และทั้งสองกระทรวงควรร่วมกันวางแผนล่วงหน้า เพื่อเตรียมความพร้อมในการเข้าไปมีส่วนร่วมฟื้นฟูประเทศหลังสิ้นสุดความขัดแย้ง โดยเน้นการเตรียมวัสดุก่อสร้างและสินค้าอาหาร ซึ่งไทยเป็นพันธมิตรที่พร้อมสนับสนุนเสมอ สำหรับสถานการณ์ในขณะนี้กระทรวงพาณิชย์ได้ขอให้กระทรวงการต่างประเทศช่วยประสานงานไปยังสถานเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศไทย ขอให้เรือติดธงไทยสามารถแล่นผ่านบริเวณดังกล่าว เพื่อขนส่งสินค้าทั้งขาเข้าและขาออกตามที่ภาคเอกชนได้ร้องขอ
และ (2) สหรัฐอเมริกา ซึ่งมีประเด็นมาตรการ 301 ที่มีความเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการในขณะนี้ เพื่อลดแรงกดดันทางภาษีที่อาจจะมีขึ้นในอนาคต

นางศุภจี กล่าวปิดท้ายว่า การทำงานต่อไประหว่างกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงการต่างประเทศตกลงที่จะแบ่งปันข้อมูลร่วมกันอย่างใกล้ชิด (Cross Sharing) โดยเฉพาะการแลกเปลี่ยนภารกิจด้านการต่างประเทศของแต่ละฝ่าย รวมถึงการแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึก เพื่อให้ทุกครั้งที่มีการพบปะกับผู้นำต่างประเทศ มิติทางเศรษฐกิจและการค้าจะถูกยกขึ้นมาเป็นวาระสำคัญควบคู่ไปกับมิติทางการเมืองเสมอ
นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายได้มอบหมายให้ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวง ปลัดกระทรวง อธิบดีของทั้งสองกระทรวง ทำงานอย่างสอดประสานและเชิงลึกร่วมกันใน 4 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ (1) การบริหารจัดการภูมิรัฐศาสตร์ (2) การรุกตลาดต่างประเทศ (3) การสร้างหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ และ (4) การบูรณาการกลไกการทำงาน เพื่อให้ประเทศไทยสามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของโลก






.png)
ความคิดเห็น