top of page

“พลังงาน” ขยับขึ้นดีเซล 50 สตางค์ ตรึงเพดานไม่เกิน 33 บาทต่อลิตร เตรียมเพิ่มทางเลือก B10 และ B20 ราคาต่ำ ลดราคาจูงใจให้ใช้ E20 พร้อมเร่งแก้ปั๊มขาดแคลนน้ำมัน

  • 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
  • ยาว 1 นาที

วันที่ 17 มีนาคม 2569 นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน แถลงภายหลังการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) โดยกล่าวว่า จากวิกฤตการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่มีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง จนทำให้หลายประเทศทั่วโลกต้องทยอยปรับขึ้นราคาขายปลีกภายในประเทศกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้นั้น หากนำมาเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคอาเซียน จะพบว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่มีการปรับขึ้นราคาน้ำมันเบนซินน้อยที่สุด และเป็นประเทศเดียวที่ยังคงตรึงราคาน้ำมันดีเซลไว้เท่าเดิมตั้งแต่ก่อนเกิดสถานการณ์เพื่อลดภาระค่าครองชีพให้แก่ประชาชน อย่างไรก็ตาม การอุดหนุนราคาดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรงต่อฐานะของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ทำให้ปัจจุบันกองทุนฯ ต้องแบกรับภาระและติดลบไปแล้ว 16,500 ล้านบาท ด้วยเหตุนี้ กระทรวงพลังงานจึงจำเป็นต้องพิจารณาปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซล โดยกำหนดเพดานไว้ที่ 33 บาทต่อลิตร แต่จะทยอยปรับครั้งละ 50 สตางค์ต่อลิตร โดยจะเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป ซึ่งหลังจากนี้ทางกระทรวงพลังงาน จะติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อพิจารณาแนวทางปรับขึ้นราคาที่เหมาะสมในระยะต่อไป รวมทั้งเตรียมแผนที่จะเพิ่มการใช้ไบโอดีเซลเป็นทางเลือก ซึ่งจะมีราคาต่ำ ได้แก่ น้ำมันดีเซล B10 สำหรับรถยนต์ทั่วไป (คาดว่าจะใช้เวลาดำเนินการระยะแรกประมาณ 1 เดือน) และ B20 สำหรับรถบรรทุกขนาดใหญ่ (คาดว่าจะใช้เวลาเริ่มในระยะแรกภายใน 1 สัปดาห์)


นอกจากนี้ จะมีการปรับขึ้นราคาน้ำมันกลุ่มแก๊สโซฮอล์ทุกชนิดในอัตราลิตรละ 1 บาท และปรับลดราคาน้ำมัน E20 ลิตรละ 79 สตางค์ ส่งผลให้ น้ำมันแก๊สโซฮอล์ กับ E20 มีส่วนต่าง 5 บาทต่อลิตร ซึ่งการปรับราคาครั้งนี้ก็เพื่อจูงใจให้ประชาชนหันมาเติม E20 มากขึ้น เนื่องจาก E20 เป็นน้ำมันที่มีส่วนผสมของเอทานอล ซึ่งผลิตได้เองภายในประเทศ เป็นการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรและจะทำให้ลดสัดส่วนการนำเข้าน้ำมันดิบที่มาจากต่างประเทศ และจะทำให้ปริมาณสำรองน้ำมันภายในประเทศเพิ่มสูงขึ้น ส่วนปัญหาสถานีบริการขาดแคลนน้ำมันนั้น กระทรวงพลังงาน ได้เร่งให้ผู้ค้าน้ำมันเพิ่มจำนวนรถขนส่งน้ำมัน เพิ่มรอบการวิ่ง สั่งการให้เปิดคลังน้ำมันตลอด 24 ชั่วโมง และขอความร่วมมือกระทรวงมหาดไทย กระทรวงคมนาคม กรุงเทพมหานคร ผ่อนปรนระยะเวลารถขนส่งน้ำมัน เพื่อเร่งกระจายน้ำมันเข้าสู่ปั๊มต่างๆ ให้รวดเร็ว เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน และแก้ไขปัญหาให้เร็วที่สุด รวมถึงการพิจารณาถึงความเป็นไปได้ในการยกเว้นข้อจำกัดบางประการเพื่อให้รถขนน้ำมันที่ติดขัดเรื่อง spec ให้สามารถนำมาขนน้ำมันเพิ่มเติมได้ แต่ก็ต้องมีความปลอดภัย


“กระทรวงพลังงาน ขอให้พี่น้องประชาชนเข้าใจในวิกฤตราคาพลังงานที่เกิดขึ้นทั่วโลกในเวลานี้ กระทรวงพลังงาน ได้ดำเนินทุกมาตรการเพื่อลดผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน จึงมีความจำเป็นต้องปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซล 50 สตางค์ต่อลิตร โดยจะมีผลในวันที่ 18 มีนาคม 2569 และได้กำหนดเพดานราคาน้ำมันดีเซลไว้ที่ 33 บาทต่อลิตร และเตรียมแผนที่จะเพิ่มการใช้ไบโอดีเซล ได้แก่ น้ำมันดีเซล B10 และ B20 ซึ่งจะมีราคาถูกลง คาดว่าจะสามารถดำเนินการได้เร็วๆ นี้ ด้านน้ำมันเบนซินได้เพิ่มส่วนต่างราคาระหว่างน้ำมันแก๊สโซฮอลและ E20 จำนวน 5 บาทต่อลิตร เพื่อจูงใจให้ประชาชนหันมาใช้ E20 ให้มากขึ้น เพราะนอกจากจะช่วยลดการนำเข้าได้แล้ว เอทานอลก็ยังผลิตได้เองภายในประเทศ ทั้งนี้ แม้ว่าในทางเทคนิค น้ำมัน E20 อาจจะมีอัตราการสิ้นเปลืองมากกว่าแก๊สโซฮอล์ทั่วไปอยู่บ้างเนื่องจากมีสัดส่วนของเอทานอลผสมอยู่ 20% แต่ในความเป็นจริงแล้วถือว่าเป็นอัตราที่น้อยมากๆ แทบไม่เห็นความแตกต่างในการใช้งานจริง แต่เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับความคุ้มค่าด้านราคา จะช่วยประหยัดเงินได้ถึง 5 บาทต่อลิตร กระทรวงพลังงานขอยืนยันว่า จะดำเนินทุกมาตรการอย่างเต็มกำลังความสามารถ ทั้งในเรื่องของการบริหารจัดการราคา และการเร่งแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำมันในสถานีบริการ สุดท้ายนี้ กระทรวงพลังงาน ขอความร่วมมือ ให้ช่วยกันใช้น้ำมันอย่างประหยัดและคุ้มค่าที่สุด และขออย่าตื่นตระหนกจนกักตุนน้ำมัน เพราะนอกจากจะทำให้เกิดสถานการณ์น้ำมันขาดแคลนในวงกว้างแล้ว การเก็บรักษาน้ำมันไว้ในภาชนะที่ไม่เหมาะสมยังเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายร้ายแรงอีกด้วย" นายอรรถพล กล่าว

(คลิกฟังคลิป)



 
 
 

ความคิดเห็น


ดาวน์โหลด (1).png

เพื่อให้ทุกท่านสามารถติดตามประเด็นวิเคราะห์เจาะลึกผ่านทาง CLOSE-UP THAILAND เชิญเพิ่มเพื่อนทางไลน์ @closeupthailand

bottom of page