top of page

"อนุทิน"ประธานประชุม กพอ. เห็นชอบเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษเพิ่ม 4 แห่งใน EEC รองรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย ดึงดูดการลงทุน

3 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ยาว 1 นาที

.

วันที่ 26 ต.ค. 69 ที่ผ่านมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ครั้งที่ 3/2569 ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล โดยระบุว่าการประชุม กพอ. มีหน้าที่กำหนดนโยบายและทิศทางการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ให้บรรลุเป้าหมายอย่างเป็นรูปธรรม สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลในการเร่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน เพื่อก้าวพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง

.

โดยที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีมีมติที่เกี่ยวข้องกับ EEC ในหลายเรื่องสำคัญ อาทิ การสนับสนุนให้เริ่มโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก การจัดทำร่างประกาศ กพอ. ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขอรับสิทธิประกอบวิชาชีพเวชกรรมในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษสำหรับผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมจากต่างประเทศ เพื่อส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพในพื้นที่ EEC รวมถึงการปรับเปลี่ยนแนวทางดำเนินโครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 (ช่วงที่ 2) และการจัดตั้งเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ 8 แห่ง โดยการดำเนินงานดังกล่าวเกิดจากการหารือร่วมกัน เพื่อให้โครงการ EEC เดินหน้าตามแผนอย่างต่อเนื่องและบรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้


นายกฯ ขอให้กรรมการทุกท่านพิจารณารายละเอียดของวาระการประชุมอย่างรอบคอบ โปร่งใส และเป็นไปตามกฎระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งที่ประชุมเห็นชอบการประกาศกำหนดเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษเพิ่มเติม 4 แห่งในจังหวัดชลบุรีและจังหวัดระยอง ทั้งนี้ให้เสนอคณะรัฐมนตรีรับทราบตามมาตรา 11 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. 2561

.

"การดึงดูดการลงทุนในปัจจุบันต้องแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของประเทศและความพร้อมรองรับอุตสาหกรรมใหม่ ทั้งด้านการจ้างงาน การเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน และการถ่ายทอดความรู้เพื่อพัฒนาบุคลากรไทย รัฐบาลจึงให้ความสำคัญกับการยกระดับทักษะเดิม และการสร้างทักษะใหม่ ควบคู่กับการพัฒนาศูนย์เทคโนโลยี ศูนย์การศึกษา และศูนย์วิจัย เพื่อเตรียมบุคลากรให้สอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรมสมัยใหม่ พร้อมระบุว่า การลงทุนในปัจจุบันให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีขั้นสูง พร้อมทั้งกำชับให้ประสานงานกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การส่งเสริมการลงทุนเป็นไปในทิศทางเดียวกัน"ประธานกพอ..ย้ำ


อนึ่ง ที่ผ่านมา.คณะรัฐมนตรีชุดปัจจุบัน มีมติที่เกี่ยวข้องกับอีอีซี ในหลายเรื่องสำคัญ อาทิ การสนับสนุนให้เริ่มโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก การจัดทำร่างประกาศ กพอ. ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขอรับสิทธิประกอบวิชาชีพเวชกรรมในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษสำหรับผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมจากต่างประเทศ เพื่อส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพในพื้นที่อีอีซี รวมถึงการปรับเปลี่ยนแนวทางดำเนินโครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 (ช่วงที่ 2) และการจัดตั้งเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ 8 แห่ง โดยการดำเนินงานดังกล่าวเกิดจากการหารือร่วมกัน เพื่อให้โครงการอีอีซี เดินหน้าตามแผนอย่างต่อเนื่องและบรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้


ที่ประชุม กพอ. วันที่ 26 ตุลาคม2569 ได้พิจารณา และมีมติในเรื่องที่สำคัญ ได้แก่

1. เห็นชอบ การประกาศกำหนดเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษเพิ่มเติม จำนวน 4 แห่ง เพื่อดึงดูดการลงทุน เพิ่มการจ้างงาน และกระจายรายได้สู่พื้นที่ EEC ได้แก่

เขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ อีเทค สมาร์ท พาร์ค จ.ชลบุรี พื้นที่ประมาณ 610 ไร่ เพื่อรองรับอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ อิเล็กทรอนิกส์ ดิจิทัล และการแพทย์ คาดมูลค่าการลงทุน 19,750 ล้านบาท จ้างงาน 3,500–5,500 อัตรา

เขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ นิว ฮอไรซัน ซิตี้ จ.ชลบุรี พื้นที่ประมาณ 572 ไร่ เพื่อรองรับอุตสาหกรรมยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ ดิจิทัล และเศรษฐกิจสีเขียว (BCG) คาดมูลค่าการลงทุน 4,000 ล้านบาท สนับสนุนให้เกิดการจ้างงานมากกว่า 1,200 อัตรา

เขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ พนัสนิคม จ.ชลบุรี พื้นที่ประมาณ 507 ไร่ เพื่อรองรับอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ เกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ การแปรรูปอาหาร การแพทย์และสุขภาพครบวงจร คาดมูลค่าการลงทุน 1,669 ล้านบาท และเกิดการเพิ่มรายได้และการจ้างงานประมาณ 7,750 อัตรา

เขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษยานยนต์สมัยใหม่ (ปลวกแดง) จ.ระยอง พื้นที่ประมาณ 70 ไร่ เพื่อรองรับอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ หุ่นยนต์ ดิจิทัล การพัฒนาบุคลากรและการศึกษา เพิ่มการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ที่สำคัญภายในประเทศ คาดว่าจะเกิดมูลค่าการลงทุนประมาณ 245 ล้านบาท จ้างงานประมาณ 250 อัตรา

2. เห็นชอบร่างระเบียบการจดทะเบียนเช่าที่ดินของรัฐในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ เพื่อให้การจดทะเบียนเช่าที่ราชพัสดุหรือที่ดินของรัฐ เป็นร่างระเบียบฯ ที่จะจัดให้มีการจดทะเบียนการเช่าที่ดินอันเป็นที่ราชพัสดุหรือที่ดินของรัฐที่เป็นเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษได้อย่างเบ็ดเสร็จ เพื่อความสะดวกและรวดเร็วให้แก่นักลงทุน โดยสกพอ. จะดำเนินการจัดทำสารบัญจดทะเบียนสำหรับการเช่าที่ดิน แต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อจดทะเบียนการเช่า รวมถึงกำหนดกระบวนการยื่นคำขอ การตรวจสอบ และการจดทะเบียน ทั้งนี้ในกรณีเป็นที่ราชพัสดุ จะมีการเชื่อมโยงข้อมูลกับกรมธนารักษ์ต่อไป

 
 
 

ความคิดเห็น


ดาวน์โหลด (1).png

เพื่อให้ทุกท่านสามารถติดตามประเด็นวิเคราะห์เจาะลึกผ่านทาง CLOSE-UP THAILAND เชิญเพิ่มเพื่อนทางไลน์ @closeupthailand

bottom of page